เชียงใหม่ คืนนี้น้ำปิงนิวไฮ 5.20 เมตร สูงสุดเป็นประวัติการณ์ กระทบศูนย์กลางศก.ภาคเหนือจมบาดาล
เชียงใหม่ คืนนี้น้ำปิง’นิวไฮ’5.20 เมตร สูงสุดเป็นประวัติการณ์ กระทบศูนย์กลางศก.ภาคเหนือจมบาดาล
ปี 2567 จังหวัดเชียงใหม่ เมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคเหนือ ประสบเหตุอุทกภัยต่อเนื่องถึง 2 ครั้งติดกันในช่วงระยะเวลาเพียง 9 วัน ครั้งแรกวันที่ 26 กันยายน 2567 น้ำท่วมตัวเมืองเชียงใหม่ขยายเป็นวงกว้าง หลังน้ำปิงที่ไหลผ่านตัวเมือง ขึ้นสูงสุดที่ 4.93 เมตร กระทบย่านศูนย์กลางเศรษฐกิจอย่างไนท์บาซาร์ ถนนช้างคลาน ย่านการค้าสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงพื้นที่เสี่ยงภัยโซน 1 – 4 เกือบทั้งหมด โซน 5 – 6 ท่วมบริเวณกว้าง และโซน 7 น้ำเข้าท่วมบางพื้นที่ แต่ไม่ทั้งหมด ได้แก่

โซน 1 บ้านป่าพร้าวนอก (บางส่วน) ร้านอาหารท่าน้ำ ทางลอดใต้สะพานป่าแดด
โซน 2 ถนนเจริญประเทศ โรงเรียนมงฟอร์ตประถม โรงเรียนเรยีนา โรงเรียนพระหฤทัย ป่าไม้เชียงใหม่ วัดชัยมงคล บ้านป่าพร้าวนอก หมู่บ้านเวียงทอง
โซน 3 บ้านเด่น การไฟฟ้าบ้านเด่น หมู่บ้านจินดานิเวศน์
โซน 4 ห้างริมปิงซุปเปอร์สโตร์ วัดท่าสะต๋อย ตลาดทองคำ ค่ายกาวิละ ถนนกองทราย ตลาดสันป่าข่อย (บางส่วน)
โซน 5 ตลาดหนองหอย ถนนเกาะกลาง โรงเรียนมงฟอร์ตวิทยาลัย โรงเรียนกาวิละ วัดเมืองสาตรน้อย หมู่บ้านปาล์มสปริง วัดเมืองกาย สนามกอล์ฟ ถนนราษฎร์อุทิศ
โซน 6 ถนนประชาสัมพันธ์ ถนนช้างคลาน ไนท์บาซาร์ แยกแสงตะวัน วัดหัวฝาย หมู่บ้านเชียงใหม่แลนด์
โซน 7 ถนนรถไฟ บ้านต้นขาม หมู่บ้านปาล์มสปริง ถนนเจริญเมือง สถานีรถไฟ ศรีปิงเมือง กาดหลวง กาดเมืองใหม่ วังสิงห์คํา ถนนแก้วนวรัฐ พื้นที่เวียงกุมกาม เป็นต้น
ขณะที่ท้ายเมืองก็กลายเป็นพื้นที่รับช่วงต่อในการรับน้ำอย่างหนัก ทั้งตำบลท่าวังตาล-ตำบลหนองแฝก อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำพูน ที่เป็นพื้นที่รับมวลน้ำจำนวนมหาศาล ขณะเดียวกัน พื้นที่อำเภอหางดงก็กลายเป็นพื้นที่น้ำท่วมซึ่งได้รับผลกระทบจากแม่น้ำปิง

โดยเฉพาะตำบลที่อยู่ติดแม่น้ำปิง ได้แก่ ตำบลสบแม่ข่า-ตำบลหนองตองที่จมน้ำเป็นเวลาหลายวัน นอกจากนี้น้ำป่าจากดอยที่ไหลลงสู่แม่น้ำแม่ท่าช้างที่ไหลผ่านอำเภอหางดง ทำให้หลายหมู่บ้านในหลายตำบลของอำเภอหางดง ถูกน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้างเช่นกัน
รอบ 2 สาหัส น้ำปิงสูง 5.20 เมตร
วันที่ 4 ตุลาคม 2567 การคาดการณ์การไหลบ่าของกระแสน้ำระลอก 2 ของเชียงใหม่จะรุนแรงมากกว่าครั้งแรกที่ดูเหมือนเป็นการชิมลางที่ผลกระทบมีสูงแต่ผ่านไหลไปในห้วงระยะเวลาสั้นๆ ที่ไม่ได้มีการประเมินว่าจะมีระลอกต่อมาจึงทำให้หลายพื้นที่ Big Cleaning และมิได้ประเมินว่าจะมีการท่วมใหญ่อีกเป็นครั้งที่สอง
นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ระบุว่า ตลอดคืนของวันที่ 3 ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา ฝนตกหนักในพื้นที่ต้นน้ำโซนเหนือ ที่อำเภอเชียงดาว และอำเภอแม่แตง ที่ตกเฉลี่ยมากถึง 150 – 200 มิลลิเมตร ซึ่งจะทำให้มีมวลน้ำขนาดใหญ่เคลื่อนตัวไหลเข้าสู่ตัวเมืองเชียงใหม่มากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
โดยจากการคาดการณ์ของสำนักงานชลประทานที่ 1 คาดว่าน้ำจะสูงขึ้นอีกราว 30 เซนติเมตร ทำให้ระดับน้ำปิงที่จะผ่านตัวเมืองเชียงใหม่ที่สถานีวัดระดับน้ำที่จุด P.1 สะพานนวรัฐ จะขึ้นสูงสุดในระดับ 5.20 เมตร ในช่วงเวลาประมาณ 01.00 น. ของคืนนี้ มีอัตราการไหลของน้ำเฉลี่ยถึง 800 – 900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และน้ำจะแผ่ขยายตัวออกเป็นวงกว้าง ทำให้ไม่ใช่เพียงแค่พื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่เท่านั้นที่จะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสูง แต่ยังส่งผลกระทบไปยังอำเภอข้างเคียง เช่น อำเภอแม่ริม อำเภอสันทราย รวมถึงอำเภอทางตอนใต้ เช่น อำเภอหางดง อำเภอสารภี และอำเภอสันป่าตอง

ทั้งนี้ ระดับน้ำปิงที่สถานี P.1 ที่คาดว่าจะสูงถึง 5.20 เมตร ถือว่าสูงที่สุดในประวัติการณ์น้ำท่วมเมืองเชียงใหม่ โดยมวลน้ำจะแผ่ขยายเข้าท่วมพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมครบทั้ง 7 โซน
ขณะเดียวกันทางอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ว่า วันนี้ (4 ตุลาคม 2567) จะยังมีปริมาณฝนตกกว่าร้อยละ 60 ของพื้นที่ จึงต้องมองไปถึงปริมาณฝนที่ตกบนยอดดอยด้วย ซึ่งจะทำให้ประเมินสถานการณ์น้ำได้ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อพร้อมรับมือและปฏิบัติตามแผนสถานการณ์รุนแรงขั้นสูงสุด
โดยในเบื้องต้นผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้สั่งการให้ตำรวจและแขวงทางหลวงดูแลในเรื่องของการสัญจร การปิดกั้นเส้นทางการจราจร ล่าสุด ปิดพื้นที่การสัญจรบริเวณสี่แยกแอร์พอร์ต (ถนนมหิดล) รวมทั้งการอำนวยความสะดวก และคอยเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนให้เลี่ยงการนำรถขนาดเล็กเข้าในพื้นที่น้ำท่วม
พร้อมทั้งให้ประชาชนเคลื่อนย้ายรถที่จอดอยู่ตามสะพานหรือจุดที่เสี่ยงน้ำเข้าถึง ให้ย้ายไปจอดยังพื้นที่ปลอดภัย ส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ให้เร่งเคลียร์ท่อระบายน้ำ ถนน และสะพานให้สะอาด เพื่อเปิดทางรองรับการระบายน้ำ ส่วนเสาไฟฟ้าที่ล้ม ให้การไฟฟ้าเข้าไปตรวจสอบแก้ไข และดูแลจุดเสี่ยงที่อาจเกิดอันตรายจากกระแสไฟฟ้า ส่วนเขตพื้นที่ตัวเมือง เทศบาลนครต้องปรับแผนการขนส่งและการลำเลียงอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของต่างๆ ให้ประชาชน
โดยใช้รถยกสูงรวมถึงเรือในการขนส่งลำเลียงอาหารเข้าไปให้พี่น้องประชาชนให้ครอบคลุมทุกครัวเรือน เนื่องจากขณะนี้รถเล็กไม่สามารถเข้าไปส่งของได้ อย่างไรก็ตาม จากปริมาณน้ำฝนที่มากเกินกว่าที่คาดไว้ จึงทำให้เป้าหมายที่วางไว้ว่าจะคลี่คลายได้ภายใน 3 – 4 วัน อาจจะต้องยืดระยะเวลาออกไปอีก
ด้านสำนักงานชลประทานที่ 1 ระบุว่าน้ำท่วมรอบที่ 2 ครั้งนี้จะรุนแรงกว่าครั้งที่ 1 โดยแนวโน้มปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดว่าคืนนี้ระดับน้ำปิงตัวเมืองเชียงใหม่ ที่จุด P.1 จะขึ้นสูงสุดราว 5.20 เมตรในช่วงเวลาตี 1 และจะแผ่ขยายไปยังอำเภอรอบข้าง โดยจากการคาดหมายสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำปิง ได้ระบุพื้นที่เสี่ยงที่จะประสบอุทกภัยจากน้ำปิงเอ่อล้นตลิ่ง ดังนี้
1.พื้นที่ลุ่มต่ำตามแนวแม่น้ำปิง ในพื้นที่จังหวัดเชียวใหม่ ประกอบด้วย อำเภอเชียงดาว อำเภอแม่แตง อำเภอแม่ริม อำเภอเมือง (ตำบลสันผีเสื้อ-ตำบลป่าตัน เป็นพื้นที่รับน้ำใหม่ที่คาดว่าจะเกิดน้ำท่วม) อำเภอสารภี อำเภอหางดง อำเภอสันป่าตอง อำเภอดอยหล่อ อำเภอจอมทอง และอำเภอฮอด และในพื้นที่จังหวัดลำพูน ประกอบด้วย อำเภอเมือง อำเภอป่าซาง อำเภอเวียงหนองล่อง และอำเภอบ้านโฮ่ง
2.พื้นที่ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ ในพื้นที่เสี่ยงทุกโซน (โซนที่ 1 – 7) รวมถึงพื้นที่ตอนล่างที่มีบริเวณติดต่อกับพื้นที่โซนที่ 7 คือพื้นที่ในเขตอำเภอสารภี ที่เคยเกิดอุทกภัยในช่วงวันที่ 26 – 27 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา
วิกฤติน้ำท่วมเชียงใหม่ระลอก 2 ครั้งนี้ ถือเป็นการซ้ำเติมพื้นที่ลุ่มต่ำในเขตตัวเมืองทั้งหมด ที่จะขยายวงกว้างครอบคลุมพื้นที่ครบทั้ง 7 โซน และหากมีมวลน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นมากกว่า 5.20 เมตรเกินที่กว่าคาดการณ์ไว้ ก็อาจทำให้อาณาบริเวณของพื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบน้ำท่วมอาจลุกลามขยายวงกว้างไปยังพื้นที่อื่นๆที่ยังไม่เคยถูกน้ำท่วม และจะส่งผลกระทบต่อเมืองมากยิ่งขึ้น