บทบาทหน้าที่ ความสำคัญของ “ประธานบอร์ด” แบงก์ชาติ
เปิดข้อมูล บทบาทหน้าที่ และความสำคัญของ “ประธานบอร์ด” แบงก์ชาติ ตามพ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2485 หลังมีประเด็นร้อนแรงของการแทรกแซงทางการเมือง
วันที่ 10 ตุลาคม 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากประเด็นร้อนแรงถึงการคัดเลือกผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง “ประธานบอร์ด” คนใหม่ แทนนายปรเมธี วิมลศิริ ประธานกรรมการแบงก์ชาติ ที่สิ้นสุดวาระดำรงตำแหน่งไปเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2567 โดยมีชื่อ “นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง” อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (นายเศรษฐา ทวีสิน) และอดีตรองนายกรัฐมนตรี เข้าชิงตำแหน่ง “ประธานบอร์ด”
ซึ่งสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมถึงการเข้ามาแทรกแซงการทำงานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อหวังใช้เป็นเครื่องมือของรัฐบาล ส่งผลให้อดีตผู้ว่าการแบงก์ชาติ นางธาริษา วัฒนเกส ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า หากคนทางการเมืองเข้ามาแทรกแซงการทำงาน ของธปท.เป็นจุดเริ่มต้นของหายนะทางเศรษฐกิจ สอดคล้องกับ คณะศิษยานุศิษย์องค์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน ออกมาคัดค้านเช่นเดียวกัน
จนล่าสุด เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2567 ซึ่งเป็นวันที่คณะกรรมการสรรหาประธานธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีการประชุมเพื่อคัดเลือกผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง “ประธานบอร์ด” คนใหม่ นั้น ได้มีการส่งข่าวการขอขยายระยะเวลาพิจารณาคัดเลือก “ประธานบอร์ด” ออกไปโดยไม่มีกำหนด
โดยนางวิเรขา สันตะพันธุ์ เลขานุการคณะกรรมการคัดเลือกประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ฝ่ายเลขานุการฯ มีความจำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้มีข้อมูลครบถ้วนสำหรับการพิจารณาของที่ประชุม จึงขอขยายระยะเวลาเพื่อตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเพื่อให้การพิจารณาคัดเลือกมีความรอบคอบที่สุด และจะรวบรวมกลับมานำเสนอคณะกรรมการคัดเลือกฯ โดยเร็ว
บทบาทหน้าที่คณะกรรมการธปท.
ทั้งนี้ หากย้อนกลับมาดู “บทบาทหน้าที่ และความสำคัญของ “ประธานบอร์ด” ธปท.นั้น ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ธนาคารแห่งประเทศไทย พุทธศักราช 2485 ระบุดังนี้
มาตรา 24 ให้คณะกรรมการ ธปท.ประกอบด้วยประธานกรรมการคนหนึ่ง ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง ผู้ว่าการ รองผู้ว่าการ 3 คน เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้อํานวยการสํานักงานเศรษฐกิจการคลัง และผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งอีก 5 คน เป็นกรรมการ ให้ผู้ว่าการเป็นรองประธานกรรมการและแต่งตั้งพนักงานคนหนึ่งเป็นเลขานุการ
มาตรา 25 คณะกรรมการ ธปท. มีอำนาจหน้าที่ควบคุมดูแลโดยทั่วไปซึ่งกิจการ และการดําเนินการของ ธปท. เพื่อให้บรรลุซึ่งวัตถุประสงค์ตามมาตรา 7 เว้นแต่กิจการและการดำเนินการที่เป็นอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายการเงิน คณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน และคณะกรรมการระบบการชําระเงิน รวมทั้งให้มีอํานาจหน้าที่ดังต่อไปนี้ด้วย
1. พิจารณาให้ความเห็นชอบแผนงานและงบประมาณ และประเมินผลการดําเนินกิจการและการ ดําเนินการของ ธปท. รวมทั้งประเมินผลการปฏิบัติงานโดยทั่วไปของผู้ว่าการ
2. กําหนดข้อบังคับว่าด้วยโครงสร้างองค์กร และการบริหารงานบุคคล
3. กําหนดข้อบังคับว่าด้วยการเสนอชื่อ การพิจารณา และการคัดเลือก ผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการในคณะกรรมการนโยบายการเงิน คณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน และคณะกรรมการระบบการชําระเงิน
4. กําหนดข้อบังคับว่าด้วยการป้องกันการมีส่วนได้เสียและจรรยาบรรณในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายของกรรมการในคณะกรรมการตามมาตรา 17 ผู้ว่าการพนักงานและ ลูกจ้าง
5. กําหนดข้อบังคับว่าด้วยการมอบอํานาจ การรักษาการแทน การบริหารงานหรือดําเนินกิจการอื่นใด
6. กําหนดข้อบังคับว่าด้วยงบประมาณและรายจ่าย และการจัดซื้อและจัดจ้าง
7. กําหนดข้อบังคับเกี่ยวกับการกําหนดเงินเดือนและเงินอื่น ๆ รวมตลอดถึงการให้กู้ยืมเงินการสงเคราะห์และให้สวัสดิการต่าง ๆ แก่พนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ซึ่งพ้นจากตําแหน่ง และครอบครัวของบุคคลดังกล่าว
8. กําหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการบริหารจัดการสินทรัพย์ในทุนสํารองเงินตราตามกฎหมายว่าด้วยเงินตราและสินทรัพย์ของ ธปท. ตามส่วนที่ 3 ของหมวด 6
9. พิจารณาให้ความเห็นชอบการตั้งและการเลิก สาขาหรือสํานักงานตัวแทน
10. กําหนดขอบเขตการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบตามมาตรา 55
11. กํากับดูแลการจัดทํางบการเงิน รายงานประจําปี และรายงานอื่นๆ ของ ธปท.ตามที่บัญญัติไว้ตามพระราชบัญญัตินี้
12. ปฏิบัติการอื่นตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น
มาตรา 26 ให้นําบทบัญญัติมาตรา 18 มาตรา 19 และมาตรา 20 มาใช้บังคับแก่ประธานกรรมการในคณะกรรมการ ธปท. โดยอนุโลม
มาตรา 27 ในวาระเริ่มแรก เมื่อกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิดํารงตําแหน่งครบ 1 ปี 6 เดือน ให้ออกจากตําแหน่ง 3 คนโดยวิธีจับสลาก และให้ถือว่าการออกจากตําแหน่งโดยการจับสลากดังกล่าวเป็นการพ้นจากตําแหน่งตามวาระ
มาตรา 28 ในกรณีที่ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตําแหน่งก่อนวาระ ให้รัฐมนตรีดําเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกตามมาตรา 28/1 ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตําแหน่ง
มาตรา 28/1 ในกรณีที่จะต้องมีการแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการ ธปท. ให้รัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือกคณะหนึ่ง ประกอบด้วยกรรมการจำนวน 7 คน เพื่อทําหน้าที่คัดเลือกบุคคลที่สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็น กรรมการดังกล่าวในคณะกรรมการ ธปท. และให้ผู้ว่าการแต่งตั้งพนักงานคนหนึ่งเป็นเลขานุการ