Skip to content

7 เล่มไฮไลต์ สำนักพิมพ์มติชน งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ

13 ต.ค. 2567 | 08:56น.
7 เล่มไฮไลต์ สำนักพิมพ์มติชน งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ

งานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 29 เริ่มต้นขึ้นแล้ว ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ชั้น LG ฮอลล์ 5-7 วันที่ 10-20 ตุลาคม 2567 เวลา 10.00-21.00 น. ครั้งนี้ “สำนักพิมพ์มติชน” มาในคอนเซ็ปต์ “Read Every Day” พบกันได้ที่บูท J02

เชื่อว่าทุกคนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า “คนไทยอ่านหนังสือไม่เกิน 8 บรรทัด” แต่สำนักพิมพ์มติชนเชื่อว่า มากกว่านั้น ผูกพันกับเนื้อหาของหนังสือแต่ละเล่มมากกว่านั้น และเพลิดเพลินกับเรื่องราวของหนังสือแต่ละเล่มลึกซึ้งยิ่งกว่านั้น

อันที่จริง การอ่านคือพฤติกรรมที่สอดแทรกอยู่ในกิจวัตรประจำวันของเราตั้งแต่ยังเด็ก เมื่อมองย้อนไปไม่ว่าจะวัยไหน การอ่านเป็นสิ่งใกล้ตัวเสมอ เพียงแต่เนื้อหาที่เลือกอ่าน อาจเปลี่ยนไปตามวัย บางครั้งชีวิตก็ชวนให้เติมรสเข้มของสารคดี (Nonfiction) บางทีก็ต้องการรสหวาน ขม หรือสารพัดรสของบันเทิงคดี (Fiction)

ทั้งหมดนี้คือ คอนเซ็ปต์ของบูทสำนักพิมพ์มติชนในครั้งนี้ ที่จะชวนนักอ่านทุกคนมาร่วมทำให้การอ่านเข้มข้นและเพลิดเพลินยิ่งขึ้น ในธีม “Read Every Day” ออกแบบศิลป์ โดย “TUNA Dunn” (ตุล ตุลยา ตุลย์วัฒนจิต) เจ้าของลายเส้นที่โดดเด่นด้านความเรียบง่าย แต่สามารถถ่ายทอดเรื่องราวรอบตัวออกมาได้เปี่ยมอารมณ์

7 เล่มไฮไลต์

1.“Timelines of World History ร้อยพันเรื่องราวประวัติศาสตร์โลก” โดย “DK Team” แปลโดย “ธาม โสธรประภากร” จะพาผู้อ่านท่องอดีต กลับสู่จุดกำเนิดของมวลมนุษยชาติ ย้อนรอยการเดินทางของบรรพบุรุษที่เริ่มต้นในทวีปแอฟริกา แล้วไปยังถิ่นฐานต่าง ๆ ก่อนจะตั้งถิ่นฐาน ก่อร่างสังคมกสิกรรม สรรค์สร้างวิทยาการอันสลับซับซ้อน จนเกิดเป็นอารยธรรมที่รุ่งเรือง

ร่วมสัมผัสความยิ่งใหญ่ ช่างคิดช่างประดิษฐ์ และความรุ่มรวยทางวัฒนธรรมของมนุษย์ผ่านการสร้างสรรค์ระบบกฎหมาย รูปแบบการปกครอง เครือข่ายการค้า จารีต ประเพณี ดนตรี ศิลปะ ปรัชญา ศาสนา ความเชื่อ รวมไปถึงการคิดค้นเทคโนโลยีที่ทั้งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต แต่ในขณะเดียวกันก็เอื้อให้เกิดสงครามความขัดแย้ง

2.“Amidst the Geo-Economic Clashes ไทยในสงครามเย็น 2.0” โดย “ปิติ ศรีแสงนาม” และ”จักรี ไชยพินิจ” จะนำผู้อ่านไปสำรวจแง่มุมทางเศรษฐกิจในฐานะเครื่องมือทรงพลานุภาพที่ชาติมหาอำนาจในปัจจุบันใช้เพื่อแย่งชิงอำนาจนำบนเวทีโลก

“ภูมิเศรษฐศาสตร์” (Geo-Economics) เป็นกรอบคิดสำคัญที่หนังสือเล่มนี้เลือกใช้สำรวจและวิเคราะห์สถานการณ์โลกปัจจุบัน โดยผสานองค์ความรู้ทางเศรษฐศาสตร์เข้ามาอธิบายความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ให้เห็นภาพที่กว้างและชัดมากยิ่งขึ้น

เพื่อชี้ให้เห็นว่าแต่ละรัฐทั่วโลก โดยเฉพาะชาติมหาอำนาจ ใช้เศรษฐกิจเป็นเครื่องมือในการเมืองระหว่างประเทศ เพื่อให้ได้มาในสิ่งที่รัฐนั้น ๆ ต้องการ รวมถึงรักษาและเพิ่มพูนผลประโยชน์แห่งชาติของตนเองอย่างไร ภายใต้เงื่อนไขทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่แต่ละรัฐมีอยู่

ความขัดแย้งครั้งนี้อาจเรียกได้ว่าเป็น “สงครามเย็น 2.0” ที่ประเทศมหาอำนาจแผ่อิทธิพลเหนือรัฐน้อยใหญ่ด้วยเครื่องมือทางเศรษฐกิจ เกิดการแบ่งขั้วอำนาจในการเมืองระหว่างประเทศออกเป็นหลายขั้ว และแต่ละขั้วต่างเผชิญหน้ากันทั้งในพื้นที่เขตแดนกายภาพ อย่างโลกมุสลิม แอฟริกา และพื้นที่อินโด-แปซิฟิก

ขณะเดียวกันพื้นที่เขตแดนเหนือกายภาพก็กลายเป็นสมรภูมิใหม่ที่มหาอำนาจมาเผชิญหน้ากัน ไม่ว่าจะเป็นอวกาศ มหาสมุทร ขั้วโลก ไปจนถึงโลกไซเบอร์

3.“Deities and Divas ไสยเวท เพศ ผี : ร่างทรงองค์เควียร์ในอุษาคเนย์” บรรณาธิการโดย “Peter A. Jackson” และ “Benjamin Baumann” แปลโดย “พิเชฐ สายพันธ์” ในโลกสมัยใหม่ที่สิ่งต่าง ๆ ตั้งอยู่บนหลักคิดเรื่องความเป็นเหตุเป็นผล สังคมในอุษาคเนย์กลับอุดมไปด้วยความเชื่อในเรื่องภูติผีวิญญาณ โดยแสดงออกผ่านทางพิธีกรรม ไสยเวท และร่างทรง

ความเชื่อเหล่านี้ยังคงรุ่งเรืองและปรับตัวเข้ากับความเป็นสมัยใหม่ แม้ศาสนาหลักอย่างพุทธหรืออิสลามจะเป็นศูนย์รวมศรัทธาหลักในภูมิภาคดังกล่าวก็ตาม สภาวการณ์เช่นนี้เปิดพื้นที่ให้คนกลุ่มใหม่ได้เข้ามามีบทบาทในทางพิธีกรรม

นั่นคือเหล่าร่างทรงและหมอพิธีเควียร์ ผู้เป็นสื่อกลางระหว่างทวยเทพกับหมู่มนุษย์ และดำรงสถานะอันลื่นไหล ณ จุดกึ่งกลางระหว่างความเป็นชายกับความเป็นหญิง

หนังสือเล่มนี้จะพานักอ่านร่วมสำรวจการสรรค์สร้างวัฒนธรรม บทบาทสถานะทางสังคม อัตลักษณ์ทางเพศ และเพศวิถีของร่างทรงองค์เควียร์ ตลอดจนอำนาจต่อรองที่พวกเขาได้มาพร้อมกับสถานะดังกล่าว ซึ่งไปท้าทายภาพจำความเป็นบุคคลทางศาสนาและบรรทัดฐานรักต่างเพศของสังคม

พร้อมทำความเข้าใจจุดเชื่อมโยงระหว่างมิติทางสุนทรียะกับการแสดงออกทางพิธีกรรม ที่ที่อัตลักษณ์ทางเพศหรือเพศวิถีของร่างทรงและเหล่าวิญญาณศักดิ์สิทธิ์หลอมรวมเข้าด้วยกัน

4.“ชันสูตรประวัติศาสตร์ ไขปริศนาเหตุสิ้นพระชนม์” โดย “รศ. (พิเศษ) นพ.เอกชัย โควาวิสารัช” ชื่อโรงพยาบาลศิริราชมีที่มาจากเหตุสิ้นพระชนม์ของเจ้านายพระองค์ใด ? เจ้านายพระองค์ใดสิ้นพระชนม์ด้วยพระโรคใหลตาย ? เจ้านายพระองค์ใดเสด็จไปรักษาพระองค์และสิ้นพระชนม์ ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ?

ร่วมไขปริศนาการสูญเสียบุคคลสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ไทยผ่านสายตาของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ที่นำองค์ความรู้ทางการแพทย์สมัยใหม่ในการศึกษาวิเคราะห์กรณีสวรรคตของพระมหากษัตริย์ พระราชินี และการสิ้นพระชนม์ของพระบรมวงศานุวงศ์ ผ่านการพลิกอ่านหลักฐานทางประวัติศาสตร์หลากหลายชิ้น

5.“กรุงศรีอยุธยาในแผนที่ฝรั่ง” (พิมพ์ครั้งที่ 3)โดย “ธวัชชัย ตั้งศิริวานิช” หนังสือที่จะมาช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาดและทำความเข้าใจประวัติศาสตร์ที่แฝงอยู่ในแผนที่ เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของกรุงศรีอยุธยา โดยธวัชชัยได้ค้นคว้าที่มาที่ไปของแผนที่ และเรื่องราวการเดินทางของผู้เขียนแผนที่อย่างเข้มข้น

พร้อมทั้งค้นหาความหมายของชื่ออยุธยา ที่กลายมาเป็นคำว่า สยาม อย่างเข้าใจง่าย ร่วมหาคำตอบไปด้วยกันว่า ฝรั่งรู้จักกรุงศรีอยุธยาตั้งแต่เมื่อไร และฝรั่งเรียกกรุงศรีอยุธยาว่าอะไร

6.“ถังซำจั๋ง จดหมายเหตุการเดินทางสู่ดินแดนตะวันตกของมหาราชวงศ์ถัง” (พิมพ์ครั้งที่ 3) โดย “ชิว ซูหลุน” บทความพิเศษโดย “นริศ จรัสจรรยาวงศ์” สมุดบันทึกการเดินทางจาริกแสวงบุญของ “พระถังซำจั๋ง” พระภิกษุจีน เมื่อกว่า 1,300 ปีก่อน บุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ที่นำพระไตรปิฎกจากชมพูทวีปมาแปลเป็นภาษาจีนครั้งแรก

บทบันทึกชิ้นนี้สะท้อนเรื่องราวประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม บ้านเมืองและชนชาติต่าง ๆ ในเอเชียกลางและเอเชียใต้ นับเป็นเอกสารชิ้นสำคัญของอินเดียโบราณ และกลายเป็นวรรณคดีคลาสสิกอย่าง “ไซอิ๋ว” ในปัจจุบัน ร่วมเปิดสมุดบันทึกของถังซำจั๋งผ่าน 12 บรรพ ที่เป็นฉบับแปลไทยที่สมบูรณ์ที่สุด และ 1 บทความพิเศษโดย นริศ จรัสจรรยาวงศ์

7.“ตำรับสร้าง(รส)ชาติ” โดย “นริศ จรัสจรรยาวงศ์” หนังสือที่จะพานักอ่านท่องไปในประวัติศาสตร์การสร้างสรรค์ ส่งต่อ และเผยแพร่ตำราอาหารในสังคมไทย ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 จวบจนถึงสมัยหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 พร้อมเชื่อมโยงบริบทประวัติศาสตร์เข้ากับวัฒนธรรมเรื่องอาหารในสังคมไทย

อาทิ การเข้ามาของวัฒนธรรมอาหารต่างประเทศ แรกเริ่มมีตำราอาหารสูตรชาววัง ประวัติภัตตาคารดังในไทย ไล่มาจนถึงเรื่องราวของสูตรอาหารจานด่วนที่ทุกคนต้องเคยลิ้มลองอย่างแน่นอน