เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

SCB FM ประเมินเงินบาททรงตัว 33.10-33.60 บาท หลัง กนง.ลดดอกเบี้ย

16 ต.ค. 2567 | 19:28น.
ค่าเงินบาท หุ้น

ค่าเงินบาท หุ้น

SCB FM เผยหลัง กนง. มีมติ 5 : 2 ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายมาที่ 2.25% เงินบาทปรับอ่อนค่าเล็กน้อย ก่อนที่จะมี Correction กลับมาที่ระดับใกล้เคียงเดิม ประเมินในระยะ 1 เดือนนี้ เงินบาทยังมีแนวโน้มทรงตัวในกรอบ 33.10-33.60 บาทต่อดอลลาร์ ก่อนที่ในช่วงปลายปี เงินบาทกลับมาแข็งค่าได้ในกรอบ 32.50-33.00 บาทต่อดอลลาร์ 

วันที่ 16 ตุลาคม 2567 นายวชิรวัฒน์ บานชื่น นักกลยุทธ์ตลาดการเงินอาวุโส กลุ่มงานตลาดการเงิน ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB Financial Markets : SCB FM) มองว่า กนง. ยังไม่ส่งสัญญาณลดดอกเบี้ยลงต่อ (เหลือการประชุมอีก 1 รอบในปีนี้) แต่การตัดสินนโยบายต่อไปจะขึ้นอยู่กับพัฒนาการทางเศรษฐกิจ โดยการลดดอกเบี้ยในรอบนี้ (Recalibration) ทำให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายมาอยู่ใกล้เคียงกับระดับดอกเบี้ยดุลยภาพ (Neutral rate) แล้ว

หลังผลการประชุม กนง. เงินบาทปรับอ่อนค่า ก่อนที่จะมี Correction กลับมาที่ระดับใกล้เคียงเดิม ด้านอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย (Government bond yields) ปรับลดลง โดย yields ระยะ 2 ปี ปรับลดลง 10 bps มาที่ราว 1.91% ส่วน yields ระยะ 10 ปี ปรับลดลง 8 bps มาที่ราว 2.42%

ทั้งนี้ มองว่าในระยะ 1 เดือนนี้ เงินบาทยังมีแนวโน้มทรงตัวในกรอบ 33.10-33.60 หลังจากที่มี Correction ปรับอ่อนค่าขึ้นมาตามที่เคยประเมินไว้ เนื่องจากมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐ จะยังไม่อ่อนแอลงมากจนทำให้ Fed ต้องลดดอกเบี้ยเร็วกว่าที่ตลาดคาด อีกทั้ง สงครามในตะวันออกกลางจะยังไม่ทวีความรุนแรง และการเมืองไทยจะยังไม่เปลี่ยนอย่างมีนัย

ในช่วงปลายปี ยังมองเงินบาทมีแนวโน้มกลับมาแข็งค่าได้ในกรอบ 32.50-33.00 หาก Harris ชนะการเลือกตั้ง และเศรษฐกิจและเงินเฟ้อไทยฟื้นตัวได้ตามที่ประเมิน ซึ่งอาจทำให้ตลาดทยอย Price-out rate cuts ของ กนง. ออกไปบ้าง (ปัจจุบันตลาดมองลดดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งภายในไตรมาสแรกปีหน้า และให้โอกาสราว 80% ที่จะลดอีกครั้งในไตรมาสที่ 2 ปีหน้า) ซึ่งจะทำให้ yields ทยอยกลับมาสูงขึ้นเล็กน้อย

รายละเอียดจากการประชุม กนง. เดือนตุลาคม 2567

สำหรับเหตุผลหลักในการลดดอกเบี้ยรอบนี้คือ เสถียรภาพระบบการเงิน (ด้านสินเชื่อ) โดย กนง. ประเมินว่าการลดดอกเบี้ยรอบนี้จะไม่ทำให้หนี้ใหม่เพิ่มขึ้นมากนัก เพราะสินเชื่อครัวเรือนมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลง จึงจะไม่เป็นอุปสรรคต่อกระบวนการปรับลดสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อรายได้ (Debt deleveraging) อย่างไรก็ดี การลดดอกเบี้ยจะช่วยลดภาระดอกเบี้ย และทำให้การชำระหนี้ดีขึ้น

สำหรับมุมมองเศรษฐกิจ กนง. มองว่ามีแนวโน้มขยายตัวใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้เดิม โดยการใช้จ่ายภาครัฐและการส่งออกจะกลับมาขยายตัวดีขึ้น ซึ่งจะสนับสนุนการบริโภคภาคเอกชน และทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวต่อไปได้

ด้านเงินเฟ้อ กนง. มองว่าจะกลับเข้าสู่ขอบล่างของกรอบเป้าหมายในช่วงปลายปี และความเสี่ยงเงินฝืดยังต่ำ เพราะราคาสินค้าไม่ได้ลดลงเป็นวงกว้างและต่อเนื่อง

ธปท. ชี้แจงว่าการลดดอกเบี้ยครั้งนี้ไม่ได้เป็นผลจากแรงกดดันทางการเมือง แต่รับว่าได้นำมุมมองจากฝั่งการเมืองมาเป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณานโยบาย สำหรับเป้าเงินเฟ้อ จะมีการพูดคุยกันอีก โดยจะดูแนวโน้มเงินเฟ้อในระยะยาว และกรอบเงินเฟ้อต้องยืดหยุ่นและไม่ควรอยู่สูงเกินไป