ก.ล.ต. หนุน “ตลาดทุนไทยสู่ดิจิทัล” เพิ่มความสะดวก-ลดต้นทุนผู้ประกอบธุรกิจ
ก.ล.ต. เดินหน้าขับเคลื่อนตลาดทุนไทยเป็นตลาดทุนดิจิทัล หวังเพิ่มประสิทธิภาพผู้ประกอบธุรกิจ สะดวก ลดต้นทุน ให้ประชาชนเข้าถึงการลงทุนได้ง่ายขึ้น ช่วยเพิ่มการลงทุน กระจาย ความเสี่ยง และขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน
วันที่ 18 ตุลาคม 2567 นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ในปี 2567 ก.ล.ต. ได้พัฒนาและยกระดับการให้บริการดิจิทัลแก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในตลาดทุนไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้าน (1) การพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น การยื่นขอรับและออกใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ทางอิเล็กทรอนิกส์ (E-Licensing) ศูนย์บริการแบบครบวงจรสำหรับผู้ประกอบธุรกิจในตลาดทุน (Stakeholder Service Portal) และเครื่องมือช่วยตัดสินใจลงทุนและแจ้งเตือนความเสี่ยง (SEC Check Tools)
(2) การยกระดับการกำกับดูแลด้วยเทคโนโลยี เพื่อการวิเคราะห์ความเสี่ยงได้แม่นยำขึ้น และป้องกันการกระทำผิดและคุ้มครองนักลงทุน
และ (3) การส่งเสริมนวัตกรรมด้านดิจิทัลผ่านโครงการ Digital Asset Regulatory Sandbox รวมทั้งการสนับสนุนให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่แข็งแกร่ง ด้วยการสร้างความตระหนักรู้และพัฒนาทักษะการรับมือภัยคุกคามให้กับบุคลากรภาคตลาดทุนอย่างสม่ำเสมอ
ในปี 2568 ก.ล.ต. ยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาต่อเนื่องเพื่อเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส ที่เอื้อต่อการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น การพัฒนาระบบดิจิทัลให้ประชาชนเข้าถึงการลงทุนได้ง่ายขึ้น ช่วยเพิ่มการลงทุน กระจาย ความเสี่ยง และขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ยั่งยืน รวมทั้งให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้ลงทุนและความมั่นคงปลอดภัยของระบบ
“ทิศทาง ก.ล.ต. ยังต่อเนื่องที่จะใช้ดิจิทัลเป็นเครื่องมือที่จะสร้างเสริมตลาดทุน โดยเป้าหมายหลักเป็นการทำให้ผู้ประกอบธุรกิจมีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดต้นทุนได้ และทำได้รวดเร็วขึ้น รวมถึงพัฒนาเครื่องมือดิจิทัล เช่น แอปพลิเคชั่น “SEC Check First” ที่ส่งเสริมให้นักลงทุนติดตามข่าวสารได้ดียิ่งขึ้น สิ่งที่ ก.ล.ต.อยากเห็นคือ การใช้งานที่สะดวกมากขึ้น ขณะที่ความเสี่ยงก็มี สิ่งสำคัญที่ ก.ล.ต.ใช้ดิจิทัลในการกำกับดูแลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น ใช้ AI ประมวลข้อมูลนำไปสู่ระดับความเสี่ยงต่าง ๆ”
ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ประธานกรรมการ ก.ล.ต. กล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “การส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลในภาคตลาดทุน” ว่า ปัจจุบันดิจิทัลเข้ามามีผลกระทบในทุกเรื่อง ดังนั้นจึงเป็นเรื่องของ “Future is now” ไม่ใช่ “Future is future” แล้ว ดิจิทัลจะเป็นเครื่องมือของมนุษย์มากขึ้น ทำให้สามารถแข่งขันได้
ทุกหน่วยงานปฏิเสธการทำงานเป็นระบบดิจิทัลไม่ได้ ปัจจุบันได้มีการใช้ดิจิทัลไอดี (Digital ID) ในการเชื่อมต่อกับ E-service ซึ่งเป็นการก้าวกระโดดในการใช้เครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์ ลดการใช้กระดาษในทุกหน่วยงานภาครัฐ ทำให้ ก.ล.ต. สามารถยกระดับการใช้ดิจิทัลเป็นเครื่องมือ (tool) ได้ การแปลงดิจิทัลเป็นเครื่องมือ ตลอดจนการแปลงทรัพย์สินที่มีตัวตนเป็นทรัพย์สินที่ไม่มีตัวตน ซึ่งต้องตั้งอยู่บนความเชื่อใจเท่านั้น
“ดังนั้น เราจะอยู่ในโลกนี้ได้อย่างไร หากไม่ปรับเปลี่ยนการทำงานเป็นแบบดิจิทัล เนื่องจากปัจจุบัน AI ใกล้เคียงมนุษย์มากขึ้น และสามารถสร้างแพทเทิร์นที่เข้าใจได้ โดยเราไม่สามารถต่อต้านโลกแห่งดิจิทัลได้ ถ้าจะทำให้ดีต้องอยู่ในโลกดิจิทัล ไม่ใช่ใต้โลกดิจิทัล เราต้องอยู่แบบเซฟโซนดิจิทัล”