Skip to content

เบาหวาน ไขมัน ความดัน ปรับเปลี่ยน ไม่พึ่งยาตลอดชีวิต

24 ต.ค. 2567 | 11:41น.
เบาหวาน ไขมัน ความดัน ปรับเปลี่ยน ไม่พึ่งยาตลอดชีวิต
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ
ผู้เขียน : กฤษณา ไพฑูรย์

เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสฟังเสวนา เรื่อง “เบาหวาน ไขมัน ความดัน ปรับเปลี่ยน ไม่พึ่งยาตลอดชีวิต” จัดขึ้นโดย “เสฏฐญาณแพทย์ จิตอาสา” มีอาจารย์ยส พฤกษเวช เป็นผู้บรรยาย ในบริบทของแพทย์แผนโบราณน่าสนใจอย่างยิ่ง

สิ่งที่เข้าใจตรงกันระหว่างแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนไทย คือ คนเป็นเบาหวานมีน้ำตาลในหลอดเลือดล้นมากเกินไป โดยที่ร่างกายไม่สามารถส่งผ่านน้ำตาลในเลือดไปสู่อวัยวะต่าง ๆ ได้ หรือ “อินซูลิน” ไม่สามารถดึงน้ำตาลไปใช้ได้

แพทย์แผนไทย หรือแพทย์แผนโบราณ ไม่ดูอินซูลิน แต่จะดู “สภาวะของเลือด” เพราะโรคเบาหวาน เป็นลักษณะ “โลหิตพิการ” หมายถึงเลือดไม่สามารถทำหน้าที่นำอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ ทั้งที่จริง ๆ ร่างกายไม่ได้ขาดน้ำตาล คนที่มีน้ำตาลคั่งค้างในกระแสเลือดมาก เลือดจะเน่า เรียกว่า “โลหิตเป็นพิษ” เป็นกรด ข้น เหนียว หนืด อวัยวะต่าง ๆ อักเสบง่าย

ภาษาโบราณ เรียกว่า “โลหิตมันเสียเจ้าเรือน” หรือเสียสมดุล ไม่ไหลเวียน ราบรื่น ทำให้หัวใจทำงานหนัก เพื่อจะขับเคลื่อนเลือด หากมีน้ำตาลค้างอยู่ในเลือด ทำให้เลือดมีลักษณะร้อน เรื้อรัง ในความหมายของแพทย์แผนไทย เรียกว่า “โลหิตร้อน” จากสภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ทำให้เกิดการอักเสบภายในได้ เช่น หลอดเลือดหัวใจจะอักเสบง่าย หรือเวลาเป็นแผลก็จะหายช้า หายยาก จะลาม

และถ้ามีความร้อนมากเกินความจำเป็นในร่างกายบ่อย ๆ จะทำให้สารเหลวที่ไหลเวียนทั่วร่างกาย เหนียว ข้น หนืดได้

สาเหตุที่โลหิตเน่า 1.ไขมันในหลอดเลือดสูง เลือดไหลช้า 2.เบาหวาน มีน้ำตาลในกระแสเลือดมาก เลือดเหนียว ข้น หนืด 3.เลือดร้อนเกินไป แม้ว่าจะไม่มีไขมันสูง ไม่มีน้ำตาลสูง แต่ถ้าเลือดร้อนเกินไป เลือดก็ข้นเป็นลิ่ม 4.การติดเชื้อเกิดจากภูมิแพ้ต่าง ๆ

สาเหตุที่ทำให้เลือดข้น เลือดหนืดได้ ไม่ใช่การกินน้ำตาล กินของหวาน กินของมัน ๆ อย่างเดียว ประการหนึ่งที่เรามองข้ามไป คือ “สภาวะร้อนในเรื้อรัง” ซึ่งเกิดจากพฤติกรรมที่สร้างความร้อน

เพราะฉะนั้น แนวทางการรักษา ต้องหามูลแห่งเหตุที่ทำให้โลหิตเหนียว ข้น หนืด ไม่ไหลเวียนได้ดี มาจาก 4 ปัจจัยหลัก คือ พฤติกรรม, อารมณ์, สิ่งแวดล้อม, อาหาร

“พฤติกรรม” เช่น “การนอนดึก นอนไม่หลับ” ทำให้ร่างกายข้างในร้อน “โหมงานหนัก” ก็ทำให้เกิดความร้อนได้

“อารมณ์” เครียด ความวิตกกังวล โกรธ ขี้โมโห ก็สร้างความร้อน

“สิ่งแวดล้อม” เช่น อยู่ในห้องแอร์นาน ๆ เกิดความเย็น แต่ร่างกายข้างในจะร้อน เพราะความร้อนข้างในไม่สามารถส่งผ่านออกมาข้างนอกได้

“อาหาร” หากกินหลายมื้อ ร่างกายยิ่งย่อย ยิ่งเกิดความร้อน รวมถึงการกินอาหารรสจัด เผ็ดร้อน สร้างความร้อนได้

ทั้งหมดนี้คือ มูลแห่งเหตุที่สร้างความร้อน ดังที่พระพุทธเจ้าสอนว่า เมื่อมีทุกข์ ต้องแก้ที่เหตุแห่งทุกข์ ดังนั้น เมื่อทราบสาเหตุที่สร้างให้เกิดความร้อนภายในร่างกายแล้ว ถ้าจะรักษาตัวเอง ต้องสร้างเหตุใหม่ ปรับพฤติกรรม สร้างอารมณ์ สิ่งแวดล้อม เลือกกินอาหาร เมื่อปรับแล้วเหตุดับ ทุกข์ก็ดับ อาการที่เป็นบรรเทา ไม่จำเป็นต้องพึ่งยา หรือพึ่งยาเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เราไม่จำเป็นต้องกินยาชั่วชีวิต