ทัวร์นาเมนต์กีฬายั่งยืน ปั้นเจ็ตสกีโลก จิตอาสาสู้ภัยน้ำ
ทัวร์นาเมนต์กีฬายั่งยืน เจ็ตสกีโลก Waterjet World Grand Prix #1 หรือ WGP#1 พร้อมแล้วที่จะเป็นสตาร์ตอัพระดับโลก วางแนวคิดเป็น “โมโตจีพีแห่งพื้นน้ำ” ตอบโจทย์นโยบายรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร ที่ต้องการขยายช่องทางนำเข้าเม็ดเงินทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเป็นหลัก
พร้อมนำร่องเปิดโครงการพัฒนากีฬายุคใหม่ ปั้นนักกีฬาเป็น “จิตอาสา” เพื่อการกู้ภัย หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน และช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมทางน้ำแบบยั่งยืนครบทุกมิติ
พล.ต.อ.เดชณรงค์ สุทธิชาญบัญชา นายกสมาคมกีฬาเจ็ตสกีแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า สมาคมกีฬาเจ็ตสกีแห่งประเทศไทย ได้รับการสนับสนุนเชิงกลยุทธ์ในการบริหารจัดการกีฬาที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมมากมาย

ทั้งในส่วนของ WGP#1 ที่ดำเนินการสนับสนุนการเติบโตของนักกีฬาไทยและเยาวชนไทยที่เป็นนักกีฬา โดยมี 2 บทบาทหน้าที่สำคัญคือ การสร้างผลงานให้ประเทศชาติ และการให้ความเป็นกลาง ให้ความเป็นธรรมต่อทุกชาติอย่างเท่าเทียม
เตรียมปั้นนักกีฬาเจ็ตสกีกู้ภัย
ในห้วงเวลาที่ผ่านมา ทีมนักกีฬาเจ็ตสกีทั่วประเทศมีจิตอาสาได้ร่วมกันช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคเหนือ รวมถึงนักกีฬาเจ็ตสกีทีมชาติไทยที่กลับมาจากภารกิจแข่งขันชิงแชมป์โลกจากสหรัฐอเมริกาก็ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเดินหน้าสร้างภารกิจครั้งสำคัญ
นั่นคือ “สร้างนักกีฬาเจ็ตสกีอาสาสมัครกู้ภัยและดูแลสิ่งแวดล้อมทางน้ำ” เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งจะดำเนินการต่อไปในเร็ว ๆ นี้
พล.ต.อ.เดชณรงค์กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาน้ำท่วมกับเมืองไทย น่าจะเป็นสิ่งที่อยู่คู่กันไปอีกระยะหนึ่ง การจัดตั้ง “อาสาสมัครกู้ภัยและช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมทางน้ำ” ของสมาคมกีฬาเจ็ตสกีแห่งประเทศไทย หรือ Volunteer For Rescue And Water Environment Conservation ก็น่าจะเป็นการจัดการของนักกีฬาเจ็ตสกีที่ต้องการสร้างสิ่งดี ๆ ใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด

จากวิกฤตการณ์น้ำท่วมในภาคเหนือที่ผ่านมา นักกีฬาเจ็ตสกีได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วและทันเวลา เนื่องจากเจ็ตสกีเป็นยานพาหนะที่คล่องตัว สู้กระแสน้ำได้
ซึ่งในประเทศไทยมีนักกีฬาเจ็ตสกีราว ๆ 200 คน และมีผู้ที่ครอบครองเจ็ตสกีอีกกว่า 2,000 คน นับเป็นเรื่องที่สามารถนำมาสร้างประโยชน์ได้อย่างมาก
“ผมเคยเป็นตำรวจมาก่อน จึงอยากจะจัดระเบียบนักกีฬาและเจ้าของเรือให้อยู่ในร่องในรอย มอเตอร์ไซค์ซิ่งบนถนนจะเรียกว่า มอไซซิ่ง และถ้าหากว่าเจ็ตสกีไม่ถูกฝึก ทำเรื่องไม่ถูกต้องบนพื้นน้ำ อาจก่อความเดือดร้อนรำคาญได้ เพราะเจ็ตสกีที่ซิ่งในน้ำจะถือว่าไม่ดี” พล.ต.อ.เดชณรงค์กล่าวย้ำ
ดังนั้น สมาคมต้องสร้างแรงจูงใจใหม่ ๆ จึงได้มีการริเริ่มโครงการเพื่อพัฒนาคนให้อยู่ในครรลองคลองธรรม ผ่านการฝึกอบรมอย่างมืออาชีพและได้มาตรฐานสากล เพิ่มบทบาทให้นักกีฬามีหน้าที่ในการกู้ภัยทางน้ำ บวกกับการช่วยเหลือดูแลสิ่งแวดล้อมของประเทศไทยโดยไม่จำกัดอายุ
ใช้กีฬาสร้างคน
สำหรับการฝึก จะมีผู้เชี่ยวชาญและมืออาชีพ ซึ่งจะเป็นทีมงาน Rescue ระดับโลกและนักกีฬาจิตอาสาเข้ามาให้ความรู้ พร้อมที่จะเข้ามาสอน เบื้องต้นตั้งเป้าฝึกให้ได้ 200-300 คน ในรอบปีงบประมาณ 2568 นี้
ความคืบหน้าล่าสุด ณ ตอนนี้กำลังดำเนินการหาแหล่งงบประมาณสนับสนุน โดยได้มีดำริไปยังผู้สนับสนุนในการจัดสรรงบประมาณในการฝึก เช่น กองสลาก ที่เป็นเจ้าภาพหลักในการสนับสนุนการแข่งกีฬาเจ็ตสกี
โดยรูปแบบการฝึกจะเป็นการฝึกสอนและขึ้นทะเบียนไว้ เพื่อที่สามารถวางกำหนด จัดสรรบุคลากรให้เหมาะสม เมื่อมีเหตุฉับพลัน เช่น วิกฤตน้ำท่วม จะได้ติดต่อไปยังนักกีฬาเหล่านั้นผ่านศูนย์ป้องกันภัยเจ็ตสกี (ศปก.) ได้อย่างทันท่วงที
พล.ต.อ.เดชณรงค์ยังได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า มากกว่าความเป็นนักกีฬาที่ดี ได้รับเหรียญทอง ได้ประสบความสำเร็จในอาชีพแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่พึงประสงค์คือ การมีจิตใจสาธารณะในเรื่องของ CSR เหล่านี้เป็นแบบอย่างที่ดีของนักกีฬาและเยาวชนที่จะเลียนเบบเพื่อทำดีแก่ประเทศชาติต่อไป
ด้วยรูปแบบการทำงานที่เมื่อมีเวลาก็จะขับเจ็ตสกีเพื่อตรวจสอบแหล่งน้ำ ว่ามีการปล่อยน้ำเสียทิ้งลงแหล่งน้ำอันเป็นปัญหาทางสิ่งแวดล้อมหรือไม่ และจะมีการดำเนินการแจ้งไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง หรือแจ้งมายังศูนย์ปฏิบัติการของอาสาสมัครกู้ภัยฯ แล้วจะมีการประสานแก้ไขปัญหาตามขั้นตอน
“เหล่านี้ถือเป็นมิติใหม่ของโลกในเรื่องการป้องกันสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะมีการช่วยเหลือทั้งในภาวะปกติ และภาวะที่มีวิกฤตต่อไป” พล.ต.อ.เดชณรงค์กล่าว
สร้างเงินหมุนเวียน 450 ล้าน
นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และประธานอำนวยการจัดการแข่งขัน WGP#1 เปิดเผยว่า ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา การกีฬาของประเทศไทยมีการพัฒนามากขึ้น ทั้งยกระดับการเข้าชิงแชมป์โลก ซึ่งการพัฒนากีฬาแต่ละประเภทก็อยู่ในระดับสากล
ปัจจุบันวงการกีฬามีความตื่นตัวมากอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ประชาชนก็สนใจในเรื่องกีฬามากขึ้น ท่ามกลางความหลากหลาย ทั้งกีฬาฟุตบอลในและต่างประเทศ วอลเลย์บอล กรีฑา เทนนิส เจ็ตสกี ฯลฯ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นผลดีในเรื่องของสุขภาพ ร่างกายและจิตใจ
“โดยเฉพาะการสร้างความรักความสามัคคี ที่สำคัญ กีฬายังเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจด้วย เช่นเดียวกับเทรนด์การท่องเที่ยวที่รัฐบาลให้ความสำคัญมาก ๆ”
จากความสำเร็จในการจัดทัวร์นาเมนต์ระดับโลก ถือได้ว่าเป็นสตาร์ตอัพของวงการกีฬา ในการจัดงานรอบชิงชนะเลิศ WGP#1 จะมีทีมนักกีฬาทั่วโลกกว่า 40 ชาติ เข้ามาเมืองไทยกว่า 3,000 คน และด้วยกีฬานี้มีค่าใช้จ่ายต่อหัวในการเดินทางทำการแข่งขันสูง
เพราะต้องมีทั้งการขนส่งเรือแข่ง อุปกรณ์ต่าง ๆ กว่า 150,000 บาท (เฉลี่ยต่อคน) ทำให้จะสร้างเงินหมุนเวียน เฉพาะส่วนทีมนักกีฬามีมากกว่า 450 ล้านบาท
ในส่วนต่อไป WGP#1 เตรียมขยายฐานการเติบโตอย่างสูง เช่น รวบรวมกติกาสมาคมเจ็ตสกีนานาชาติ IUSBA สหรัฐอเมริกา ประกาศเป็นกติกา IJSBA-WGP#1 ของไทยที่จะใช้ไปทั่วโลก ขยายทัวร์นาเมนต์ออกไป 8-10 สนามในทุกทวีป สร้างความรู้จักเชื่อถือ เพื่อดึงดูดมาสนามสุดท้ายที่เมืองไทย ในอัตราที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
โดยเป้าหมายการสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวจะเพิ่มจาก 450 ล้านบาท ไปแตะในระดับ 800-1,000 ล้านบาท ภายใน 2 ปีข้างหน้า เป็นการต่อยอดทางการกีฬาและได้ประโยชน์ต่อเนื่องจากการท่องเที่ยว ทั้งยังสอดคล้องกับนโยบายรัฐในเรื่องซอฟต์พาวเวอร์ โดยใช้เสน่ห์ของไทยดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักเดินทางจากทั่วโลกอีกด้วย
อีกเป้าหมายสำคัญในปี 2568 คือ การสร้างคอนเทนต์กีฬา เพื่อเจาะตลาดแฟนกีฬาทั่วโลก เพิ่มจาก 250 ล้านคน เป็น 350 ล้านคนต่อปี เป็นกลยุทธ์การตลาดกีฬาที่สำคัญและแพร่หลายในเอเชีย
โครงการนี้ต้องทำงานต่อเนื่องและจริงจัง เพราะที่สุดแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้คือประโยชน์ของประเทศชาตินั่นเอง
เจ็ตสกีกับเสน่ห์ของเมืองไทย
ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และกรรมการสมาคมนิสิตเก่าคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ประเทศไทยมีกีฬาต่าง ๆ ที่น่าสนใจ อาทิ เจ็ตสกี มวยไทย และอีกหลายประเภทที่คนไทยสามารถสร้างอีเวนต์ดึงดูดชาวต่างชาติได้ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่กำลังผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ด้านกีฬา
นอกจากเจ็ตสกีจะขายตัวมันเองได้ เนื่องจากเป็นกีฬาที่มีความตื่นเต้น มีมาตรฐานระดับโลก และยังสามารถขายเสน่ห์อื่น ๆ ของประเทศไทยควบคู่กันไปได้ด้วย เช่น แหล่งท่องเที่ยว ชายทะเล ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้วที่พัทยา
อนาคตอาจขยายไปยังจังหวัดอื่น แหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ในประเทศไทย ทั้งภาคใต้-ภาคตะวันออก โดยใช้เจ็ตสกีเป็นตัวนำในการขายเสน่ห์ของเมืองไทยและนำการท่องเที่ยวลงไปสู่พื้นที่ต่าง ๆ ในประเทศ
“ปัจจุบันประเทศไทยส่งออกเจ็ตสกีไปต่างประเทศแล้ว โดยเฉพาะทัวร์นาเมนต์ WGP#1 เจ็ตสกีเวิลด์คัพ 2024 ระหว่างวันที่ 11-15 ธันวาคม 2567 ณ หาดจอมเทียน เมืองพัทยา ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดไปยัง 198 ประเทศทั่วโลก”
ผู้ว่าการ กกท.ย้ำว่า การพัฒนามหกรรมกีฬา หรือการพัฒนาอีเวนต์กีฬาที่เราต่อยอดในมิติต่าง ๆ รวมถึงมิติของความยั่งยืนนั้น กกท.ได้ทำอย่างต่อเนื่อง และเป็นตัวอย่างที่คิดว่า
“มีกีฬาอีกหลายประเภทต้องการจะทำ แต่อาจจะยังทำไม่ได้ จึงต้องใช้โมเดลของเจ็ตสกีเป็นโครงการนำร่องสร้างกิจกรรมกีฬาที่เป็นมากกว่ากีฬา” ดร.ก้องศักดกล่าวทิ้งท้าย

