ตลท.-ภาคธุรกิจ เข้าพบ 3 องค์กรตลาดทุนญี่ปุ่น ศึกษาโครงการ NISA
ตลาดหลักทรัพย์ฯ-ภาคธุรกิจตลาดทุนไทย เข้าพบ 3 องค์กรตลาดทุนญี่ปุ่น ศึกษาโครงการ Nippon Individual Savings Account ที่ส่งเสริมให้คนญี่ปุ่นลงทุนในตลาดหุ้น-กองทุนรวม ด้วยการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นแรงจูงใจ เล็งนำมาประยุกต์ใช้ในบริบทของประเทศไทย
วันที่ 29 ตุลาคม 2567 นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ จำกัด ในฐานะนายกสมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน (IAA) และกรรมการสภาธุรกิจตลาดไทย (FETCO) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า มาโตเกียวรอบนี้คุมค่าเหนื่อย เพราะได้เข้าพบ 3 องค์กรสำคัญในตลาดทุนของญี่ปุ่น 1.Financial Services Agency (ก.ล.ต.ญี่ปุ่น) 2.Tokyo Stock Exchange (ตลาดหลักทรัพย์ญี่ปุ่น) และ 3.Japan Securities Dealers Association (สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ญี่ปุ่น)
และยังได้เข้าร่วมประชุม AGM ของ Asia Securities Forum หรือเครือข่ายสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ในเอเชีย ในนามสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย

ที่สำคัญได้เรียนรู้เรื่องโครงการ Nippon Individual Savings Account (NISA) ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงในการส่งเสริมให้คนญี่ปุ่นลงทุนในตลาดหุ้นและกองทุนรวม ด้วยการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นแรงจูงใจ
โครงการ NISA เริ่มต้นเมื่อปี 2014 โดยรัฐบาลของอดีตนายกฯอาเบะ ที่ต้องการให้คนญี่ปุ่นกระจายเงินออมออกจากเงินฝากเข้าสู่ตลาดหุ้นเพื่อเพิ่มผลตอบแทนจากเงินออม รวมทั้งสนับสนุนให้ภาคธุรกิจสามารถเข้าถึงแหล่งทุนอย่างเต็มประสิทธิภาพ จนถึงวันนี้มีบัญชีลงทุนใหม่เกิดขึ้นภายใต้ NISA แล้วเกือบ 25 ล้านบัญชี
นอกจากนั้นผู้บริหาร Tokyo Stock Exchange ยังได้แชร์ให้ฟังถึงนโยบายเพิ่มมูลค่าบริษัทจดทะเบียน ที่ส่งผลให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เป็นตลาดหุ้นที่ Performed ได้ดีที่สุดในโลกในปีที่แล้ว (+28%) และยังปรับขึ้นต่อเนื่องอีก +13% ในปีนี้
กล่าวโดยย่อ ตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่กลับมาโดดเด่น ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดจากวิสัยทัศน์ของรัฐบาลและผู้กำกับดูแลตลาดทุน ที่เล็งเห็นถึงความสำคัญในการใช้ตลาดหุ้นเป็นเครื่องมือหลักในการส่งเสริมการออมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ไว้ผมจะมาเล่าให้ฟังในรายละเอียด รวมทั้งมีนโยบายอะไรบ้างที่ควรนำมาประยุกต์ใช้ในบริบทของประเทศไทย