ดร.กอบศักดิ์ ชี้เศรษฐกิจไทยรับแรงหนุนเศรษฐกิจโลกฟื้นจากทิศทางดอกเบี้ยขาลง แนะรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาหนี้เสีย-หนุนกลุ่ม SMEs-รับต่างชาติเข้ามาลงทุน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ มองกลุ่มท่องเที่ยว-คอมเมิร์ซ-แบงก์น่าสนใจ
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศไทยหลังจากนี้จะได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกหลังจากการลดดอกเบี้ยลงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งออกและภาคการท่องเที่ยว
สำหรับกลุ่มที่น่าลงทุนในช่วงที่เหลือของปีนี้ (2567) มอง 3 กลุ่มเด่น ได้แก่ กลุ่มท่องเที่ยว, กลุ่มคอมเมิร์ซ, กลุ่มธนาคาร โดยมองว่ากลุ่มแบงก์กำไรไตรมาส 3/67 ออกมาดี เริ่มเห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจเมื่อเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวดีขึ้นแบงก์ก็ดีขึ้นตาม มีโอกาสปล่อยสินเชื่อให้ภาคเอกชนได้ดีขึ้น แนวโน้มหนี้เสีย (NPL) ก็จะค่อย ๆ หายไป นอกจากนี้ หากมีความคลี่คลายปัญหาหนี้ครัวเรือนได้ จะช่วยล้างบาลานซ์หนี้แบงก์ลงได้บางส่วน
ขณะที่อุตสาหกรรม (Sector) ที่มีความน่าสนใจในระยะ 10 ปีนั้น มองว่าตลาดหุ้นไทยยังคงเดินคู่ไปกับ Sector เดิม ๆ บางส่วนก่อน เช่น ท่องเที่ยว การแพทย์ (Medical) ยังน่าสนใจ และกลุ่มอาหาร ในอนาคตจะมีความสำคัญอย่างยิ่ง อาจต้องดึงเอาเทคโนโลยีมาผสานใช้ให้มากขึ้น นอกจากนี้ ไทยต้องเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลมากขึ้นด้วย
ทั้งนี้ สมาคมนักวิเคราะห์ประเมินดัชนีหุ้นไทยสิ้นปี 2567 อยู่ที่ระดับ 1,495 จุด ปี’68 ที่ระดับ 1,614 จุด มองว่าปัจจัยที่มีส่วนช่วยสนับสนุนตลาดหุ้นไทยได้คือมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ รวมถึงทิศทางการลดดอกเบี้ยของธนาคารต่าง ๆ ทั่วโลกต่อเนื่อง ที่จะช่วยให้เศรษฐกิจเริ่มที่ฟื้นตัว ซึ่งจะเป็นแรงสนับสนุนให้เม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทยได้
สำหรับสิ่งที่อยากจะเสนอแนะต่อภาครัฐนั้น มองว่ามี 3 ประเด็น ประกอบด้วย 1.ปัญหาหนี้เสีย รัฐบาลต้องรีบเร่งแก้ไขปัญหา เพราะการที่เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ดีหรือไม่ต้องขจัดหนี้ก่อน 2.ธุรกิจขนาดเล็ก (SMEs) ในตอนนี้ยังมีปัญหาเยอะ และในอนาคตหากไม่ปรับตัวเรื่องเทคโนโลยีก็จะไปต่อไม่ได้ ภาครัฐต้องมองว่าจะช่วยอย่างไรให้ SMEs ที่ได้รับผลกระทบจากการบุกตลาดของสินค้าจีน ให้สามารถดำเนินธุรกิจไปต่อได้ และสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น
3.การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ต้องทำให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทยได้มากขึ้น ประกาศนโยบาย Open Thailand เปิดประเทศเดินหน้าให้สตาร์ตอัพหรือบริษัทจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนอย่างสะดวก สมมุติบริษัทไหนลงทุนมากกว่า 10,000 ล้านบาท ฟาสต์แทร็กเต็มที่ หรือใครเข้าลงทุนช่วงนี้ให้โปรโมชั่นพิเศษเข้าออกประเทศได้ และได้การ์ดพิเศษสามารถเข้าออกได้ สามารถจ้างงานต่าง ๆ ได้แบบพิเศษ 1 ปีเต็มด้วยนโยบายพิเศษนี้เป็น Thailand Investment Yeah ช่วยกระตุ้นการลงทุนและทำให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้
นอกจากนี้ FETCO เตรียมนัดพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในช่วงต้นปี’68 เพื่อปรึกษาหารือเรื่องการขอเพิ่มมาตรการสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติม ซึ่งเบื้องต้นมีประมาณ 2-3 กองทุน ได้แก่ 1.รายงานผลจากเสนอขายกองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน หรือ Thai ESG ในช่วงปลายปี’67 ที่ผ่านมา, 2.การขยายสิทธิประโยชน์ทางภาษีของกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) ที่จะหมดลงในปีนี้ โดย FETCO อยากขอให้กระทรวงการคลังช่วยต่อมาตรการดังกล่าวต่อไปภายใต้เงื่อนไขเดิม
และ 3.อยากเพิ่มสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับการจัดตั้งกองทุนการออมเพื่อการศึกษาของบุตร และกองทุนรวมอื่น ๆ เพิ่มเติมอีกด้วย