ทิศทางรัฐบาล “อิ๊งค์”
รัฐบาลแพทองธาร
คอลัมน์ : สามัญสำนึก ผู้เขียน : วรศักดิ์ ประยูรศุข
รัฐบาลพรรคเพื่อไทยเข้ามาบริหารประเทศ หลังเลือกตั้งทั่วไป 2566 เป็นการ “คัมแบ็ก” ของรัฐบาลที่มีผู้นำจากพรรคการเมือง
การออกแบบนโยบายของรัฐบาลนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน ขณะนั้น น่าจะยุ่งยากอยู่พอสมควร เพราะจะต้องเข้าไปรื้อหรือแก้ไขสภาพต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นและก่อตัวมายาวนาน
นโยบายหลัก ๆ ของรัฐบาลเน้นปรับปรุงการเมือง และฟื้น-กระตุ้นเศรษฐกิจ
นายกฯขณะนั้นเดินสายเชิญชวนต่างประเทศมาลงทุน เชิญนักท่องเที่ยวเข้าประเทศ สลับกับการลงพื้นที่จังหวัดต่าง ๆ
ในการเยือนต่างประเทศ มีการส่งข่าวสารออกไปว่า ประเทศไทยเปิดแล้ว พร้อมรับแขกต่างชาติที่จะมาท่องเที่ยว และนักลงทุนที่จะเข้ามาลงทุน
รัฐบาลนายกฯเศรษฐาเจอศึกหนัก เมื่อจะใช้ยาแรงกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่นโยบายเรือธง คือดิจิทัลวอลเลต โดนต้านจากระบบราชการเอง
ส่วนนโยบายการเมือง ที่จะแก้รัฐธรรมนูญ มี สว.ชุดเดิมยืนขวาง
ต้องงัดกันดุเดือดตั้งแต่ยกแรก ๆ แต่ก็ถือว่ารัฐบาลเศรษฐาได้เริ่มต้นหลาย ๆ อย่างไว้
นายกฯเศรษฐา พ้นไปด้วยผลจาก “นิติสงคราม” เมื่อเดือน ส.ค. 2567 น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เข้ามารับไม้แทน
รัฐบาลนายกฯอิ๊งค์ จัด ครม.เสร็จ เริ่มขับเคลื่อนดิจิทัลวอลเลต และอื่น ๆ และจะครบ 90 วัน ในวันที่ 12 ธ.ค.นี้
คำแถลงนโยบายต่อรัฐสภาของ “นายกฯอิ๊งค์” บอกว่า รัฐบาลจะกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจ ส่วนเรื่องการเมือง จะพัฒนาการเมืองประชาธิปไตยให้เข้มแข็ง เร่งจัดทำรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น
รัฐบาลนายกฯ อิ๊งค์ เข้ามาในจังหวะที่สหรัฐอเมริกามีเลือกตั้ง และได้ผู้นำใหม่ คือ โดนัลด์ ทรัมป์ เจ้าของนโยบาย America First
โจทย์ทางเศรษฐกิจยากขึ้นทันที
ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลแพทองธาร ทั้งนายกฯและ รมต.สายเศรษฐกิจ จึงเป็นเรื่องของการเดินทางไปประชุมต่างประเทศ เจรจาผู้นำต่างประเทศ
ตั้งแต่การเดินทางของนายกฯพบปะนักลงทุนด้านดิจิทัลเทคโนโลยี ภาพยนตร์หรือซอฟต์พาวเวอร์ ก่อนไปประชุมเอเปค ที่เปรู
การพบปะระหว่าง นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พาณิชย์ กับคณะนักธุรกิจจากสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา-อาเซียน หรือ US-ASEAN Business Council (USA) กว่า 57 ราย จาก 30 บริษัท ในกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้แก่ การท่องเที่ยว อาหารและเกษตร พลังงาน เทคโนโลยีสารสนเทศ สุขภาพและการเงิน
และไม่กี่วันที่ผ่านมา พิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯและ รมว. คลัง ก็ควง นฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ พร้อมด้วยผู้แทนภาคเอกชน ไปโรดโชว์ส่งเสริมการลงทุน ที่เซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน
เพื่อดึงการลงทุนในกลุ่มแบตเตอรี่และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ในจังหวะที่บริษัทจีนกังวลผลการเลือกตั้งของสหรัฐ
เลขาฯนฤตม์เผยว่า ได้ร่วมกับ องค์กรส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศของจีน (CCPIT), แบงก์ออฟไชนา และสมาคมส่งเสริม Belt and Road จัดสัมมนา “Thailand-China Investment Forum 2024”
มีบริษัทชั้นนำของจีนกว่า 600 รายเข้าร่วม สะท้อนความสนใจของนักลงทุนจีน ที่ต้องการกระจายฐานการผลิตออกสู่ตลาดโลก
รองฯพิชัยได้เผยด้วยว่า รัฐบาลไทยเตรียมโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นสำหรับสินค้าส่งออก รวมถึงพลังงานสะอาด
ขณะที่เลขาธิการบีโอไอ ชี้สิทธิประโยชน์จากภาครัฐ ในสาขาสำคัญ ที่จะเป็นฐานอุตสาหกรรมใหม่ของไทย อาทิ อุตสาหกรรมชีวภาพและพลังงานหมุนเวียน ยานยนต์ไฟฟ้า รวมทั้งแบตเตอรี่และชิ้นส่วนสำคัญ เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ดิจิทัล ฯลฯ
เป็นทิศทางเชิงรุกของรัฐบาลแพทองธารที่ดูคึกคักน่าสนใจ
ส่วนในเรื่องการเมือง การแก้กฎกติกาดูเป็นเรื่องยุ่งยาก น่าจะต้องใช้เวลาอีกพอสมควร