เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

วิรัตน์ แสงทองคำ : ดัชนีเอสซีจี

06 ส.ค. 2560 | 01:57น.

คอลัมน์ เรื่องราวกับความคิด
โดย วิรัตน์ แสงทองคำ http//:viratts.wordpress.com

ความเป็นไปของเอสซีจี ตีความได้เสมอ เพื่อเทียบเคียงกับสถานการณ์สังคมธุรกิจไทย เครือซิเมนต์ไทย หรือเอสซีจีเพิ่งแถลงผลประกอบการครึ่งปี นำทีมโดยรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส ประธานกรรมการบริหารและผู้จัดการใหญ่ ตามวัตรปฏิบัติเอสซีจี ถือเป็นงานมีระบบแบบแผน

พอสมควร จากการนำเสนอข้อมูลและได้รับการรับรองจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท จากนั้นตามมาด้วยงานแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน งานพบปะนักลงทุน (Analyst Conference Presentation Q2/2017) รวมทั้งนำเสนอเอกสารต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ทั้งนี้ขอนำบทสรุปอย่างย่อ ๆ โดยตัดตอน และอ้างอิงคำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ ผลการดำเนินงานไตรมาสที่ 2 ปี 2560 และช่วงครึ่งปี แรกของปี 2560 (ก่อนสอบทาน) ซึ่งนำเสนอตลาดหลักทรัพย์ฯ (26 กรกฎาคม 2560) โดยเทียบเคียงกับข้อมูลนำเสนอล่าสุดในงานโรดโชว์ในประเทศ (SCG ASEAN Sustainable Business Leader Local NDR Jul 31, 2017) บางส่วนโดยเฉพาะกราฟแสดงดัชนี

เชื่อมโยงกับผลประกอบการสำคัญ ๆ ในช่วง 16 ปี กำไร “ในไตรมาสที่ 2 ปี 2560 เอสซีจีมีกำไรสำหรับงวดเท่ากับ 13,252 ล้านบาทลดลง 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามผลการดำเนินงานที่ลดลงของธุรกิจเคมีภัณฑ์และตลาดซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างภายในประเทศชะลอตัว…เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน กำไร

สำหรับงวดลดลง 24% ซึ่งเป็นผลมาจากขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือ และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมของธุรกิจเคมีภัณฑ์ลดลง” ตอนหนึ่งของเอกสารอ้างถึงผลประกอบการเฉพาะไตรมาสสอง (เมษายน-มิถุนายน) โดยตั้งใจเปิดฉากการนำเสนอที่ผลกำไรเป็นสำคัญ ทั้งนี้สะท้อนแนวโน้มที่แตกต่างจากไตรมาสแรก (มกราคม-มีนาคม)

“ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2560 เอสซีจีมีกำไรสาหรับงวด 30,638 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักจากธุรกิจเคมีภัณฑ์ ขณะที่รายได้จากการขายเท่ากับ 225,093ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากราคาขายของสินค้าเคมีภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้นทั้งนี้ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากผลการดำเนินงานที่ดีในไตรมาสแรกของปี 2560

ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2560 เอสซีจีมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม เท่ากับ 9,952 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,269 ล้านบาท หรือ 15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ทั้งนี้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนมาจากบริษัทร่วมในธุรกิจเคมีภัณฑ์ 8,115 ล้านบาทหรือคิดเป็น 82% ของทั้งหมด เพิ่มขึ้น 1,264 ล้านบาท หรือ 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมจากธุรกิจอื่นเท่ากับ 1,837 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 1,832 ล้านบาท” อีกตอนให้ข้อมูลกว้างขึ้น ซึ่งรวมทั้งสองไตรมาสเข้าด้วยกัน ดูไปแล้วผลกำไรยังอยู่ในระดับที่ดีทีเดียว

ที่น่าสนใจ ยุค รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส (ดำรงตำแหน่ง ซีอีโอและผู้จัดการใหญ่ตั้งแต่มกราคมปี 2558) เอสซีจี แสดงผลประกอบการมีกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเปรียบกับช่วง 16 ปีที่ผ่านมา (2544-2559) เงินปันผลผลกำไรย่อมสัมพันธ์กับเงินปันผลอย่าง มิพักสงสัย “คณะกรรมการบริษัทอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจากผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2560 ในอัตรา 8.5 บาทต่อหุ้น เป็นเงินทั้งสิ้น 10,200 ล้านบาท

โดยกำหนดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในวันที่ 24 สิงหาคม 2560 กำหนดวันที่ XD ในวันที่ 7 สิงหาคม 2560 กำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) วันที่ 9 สิงหาคม 2560 และปิดสมุดทะเบียนรวบรวมรายชื่อเพื่อสิทธิรับเงินปันผลวันที่10 สิงหาคม 2560″ เอกสารข้างต้นให้รายละเอียดสำคัญที่ควรมีไว้

เมื่อย้อนพิจารณาข้อมูลการจ่ายเงินปันผลพบว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะปี 2558 และปี 2559 เอสซีจีได้มีการจ่ายเงินปันผลในอัตราสูงเป็นประวัติการณ์ (ข้อมูลบางส่วนปรากฏในตาราง)

หากลองคำนวณดู จะพบว่าในช่วงเวลาดังกล่าว (รวมผลประกอบการ 2 ปีครึ่ง) เอสซีจีมีการจ่ายเงินปันผลไปแล้วถึง 43 บาท/หุ้น หรือกว่า 50,000 ล้านบาท เฉพาะครึ่งปีนี้มีแผนจะจ่ายเงินปันผลทั้งสิ้น 10,200 ล้านบาท เพื่อให้ภาพที่มีสีสันและชัดขึ้น ขอพิจารณาเฉพาะ

ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุด (อ้างอิงโครงสร้างผู้ถือหุ้น ตามรายงานปรากฏในข้อสนเทศ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ณ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560) ซึ่งเป็นทราบกันดี คือ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ปรากฏข้อมูลถือหุ้นทั้งสิ้น 369,070,600 หุ้น ซึ่งมีสัดส่วน 30.76% ทั้งนี้อาจรวมกับ บริษัท ทุนลดาวัลย์ จำกัด (ซึ่งเป็นกิจการก่อตั้งโดยสำนักงานทรัพย์สินฯ) ถืออยู่ด้วย จำนวน 18,095,900 หุ้น ซึ่งเท่ากับ 1.51%

หากสรุปความอย่างคร่าว ๆ อาจเป็นว่า เอสซีจีในยุครุ่งโรจน์ รังสิโยภาส ได้จ่ายเงินปันผลให้สำนักงานทรัพย์สินฯในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ในช่วงเวลา 2 ปีครึ่ง มากกว่า 15,000 ล้านบาท ขณะที่บริษัททุนลดาวัลย์ ซึ่งเป็นกิจการลงทุนเพื่อแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ได้รับเงินปันผลเฉพาะจากเอสซีจีในช่วงเวลาเดียวกันแล้วเกือบ ๆ 800 ล้านบาท

 

รายได้ข้อมูลการเงินในภาพกว้างที่เกี่ยวกับยอดขายหรือรายได้ ขอตัดตอนแยกมาต่างหาก เฉพาะไตรมาสที่สองเอสซีจี มีคำอธิบายเกี่ยวกับรายได้ไว้อย่างน่าสนใจ

“ขณะที่มีรายได้จากการขายเท่ากับ 108,825 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน …(แต่) รายได้จากการขายลดลง 6% จากไตรมาสก่อน จากราคาขายผลิตภัณฑ์ของธุรกิจเคมีภัณฑ์ลดลง ประกอบกับตลาดซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างภายในประเทศลดลงจากไตรมาสก่อนผลจากปัจจัยตามฤดูกาล”

อย่างไรก็ตามเมื่อในภาพกว้างขึ้น จากผลประกอบการครึ่งปี “รายได้จากการขายเท่ากับ 225,093 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากราคาขายของสินค้าเคมีภัณฑ์ปรับตัวสูงขึ้นทั้งนี้ผลการดำเนินงานครึ่งปี แรกที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากผลการดำเนินงานที่ดีในไตรมาสแรกของปี 2560”

เมื่อพิจารณาในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ในภาพรวมรายได้เอสซีจี เชื่อว่าผลประกอบการทั้งปีคงอยู่ในระดับเดิม เมื่อเทียบเคียงกับข้อมูล 16 ปี (โปรดพิจารณากราฟประกอบอีกครั้ง) ได้สะท้อนความแข็งแกร่งทางการเงิน อย่างมั่นคงต่อเนื่อง ท่ามกลางสถานการณ์ผันแปร แม้ดูแนวโน้มรายได้ในช่วง 2 ปีมานี้ ลดระดับลงอย่างพึงสังเกตบ้าง