เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เศรษฐกิจสหรัฐเติบโตแข็งแกร่ง จีดีพีไตรมาส 3 โต 3.1% 

20 ธ.ค. 2567 | 12:43น.
นิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา ภาพโดย REUTERS/Eduardo Munoz

นิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา ภาพโดย REUTERS/Eduardo Munoz

เศรษฐกิจสหรัฐในไตรมาส 3 ขยายตัวมากกว่าเดิมที่ประมาณการไว้เป็น 3.1% เป็นผลจากการบริโภค การใช้จ่ายและการส่งออกที่แข็งแรง

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า สำนักวิเคราะห์เศรษฐกิจ (Bureau of Economic Analysis) หรือ BEA เผยแพร่รายงานในวันที่ 19 ธันวาคม 2024 แสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในของสหรัฐในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 3.1% เมื่อเทียบเป็นรายปี (YOY) มากกว่าตัวเลข 2.8% จากประมาณการครั้งก่อน

การใช้จ่ายผู้บริโภคเติบโตขึ้นเป็น 3.7% มากสุดนับตั้งแต่ต้นปี 2023 ไม่เพียงเท่านั้น การส่งออกยังเติบโตมากกว่าที่คาดการณ์ไว้อีกด้วย ซึ่งได้รับอานิสงส์จากภาคบริการ

ตัวเลขที่รายงานออกมาเน้นย้ำว่าเศรษฐกิจยังคงเติบโตไปข้างหน้า แม้จะมีการคาดการณ์ว่าท้ายที่สุดแล้วจะเกิดภาวะชะลอตัวขึ้น รายงานดังกล่าวเผยแพร่ออกมา 1 วันหลังเฟดประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% และสร้างความวิตกแก่นักลงทุน เนื่องจากเฟดจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพียง 2 ครั้งในปี 2025 ซึ่งน้อยลงกว่าเดิม เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐแข็งแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้

นอกจากนี้ รายงานของ BEA ยังแสดงให้เห็นด้วยว่าการบริโภคภาคครัวเรือน (Personal Consumption Expenditure หรือ PCE) ซึ่งไม่รวมราคาอาหารและพลังงานในเดือนพฤศจิกายนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 2.2% 

โอเรน คลัชคิน (Oren Klachkin) นักวิจัยเศรษฐกิจที่เนชั่นไวด์ (Nationwide) กล่าวว่า ข้อมูลที่แสดงออกมาบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจในช่วงปลายปี 2024 มีความมั่นคง นับเป็นเรื่องดี เนื่องจากสหรัฐจะต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนทางนโยบายและความท้าทายที่จะเพิ่มมากขึ้นในปี 2025 ซึ่งเฟดน่าจะต้องการลดอัตราดอกเบี้ยต่อไป เพียงแต่เงื่อนไขต่าง ๆ ไม่ได้เหมาะสมมากเท่าเดิมอีกแล้ว

นอกจากนี้ ตัวเลขการลงทุนภาคธุรกิจและการลงทุนด้านที่อยู่อาศัย รวมถึงรายจ่ายรัฐบาลก็ถูกปรับให้สูงขึ้นเช่นกัน

ตัวเลขผู้ว่างงานที่ยื่นขอสิทธิรับเงินช่วยเหลือ (Unemployment Benefit) ลดลงหลังพุ่งขึ้นช่วงต้นเดือนธันวาคม ซึ่งมักจะมีความผันผวนเป็นปกติตามช่วงเทศกาล อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมแล้วตัวเลขผู้ยื่นขอสิทธิรับเงินช่วยเหลือยังถือว่าต่ำ ใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19

รายงานอีกฉบับหนึ่งแสดงให้เห็นว่ายอดขายบ้านมือสอง (Existing-Home Sales) ในเดือนพฤศจิกายนทะลุ 4 ล้านหลัง เป็นครั้งแรกในรอบหกเดือน เนื่องจากผู้มองหาบ้านต้องยอมรับดอกเบี้ยบ้านที่สูงกว่า 6% อย่างไม่เต็มใจนัก