แฟลกชิปสโตร์แบรนด์ดังระดับโลก DIOR Gold House และ LV The Place Bangkok สนองความติดแกลม (บริโภคนิยม) ของคนกรุง ยกทัพคาเฟ่แบรนด์เนมมาไว้ย่านเซ็นทรัลชิดลม-อัมรินทร์ ราชประสงค์ ชิงลูกค้าไฮโซ
ด้วยกระแสบริโภคนิยมในยุคปัจจุบันและโซเชียลมีเดีย ทำให้ใครหลายคนเสพติดโซเชียลด้วยภาพลักษณ์ติดหรู หรือที่เป็นวลีฮิตติดลมบนอยางคำว่า “ติดแกลม” ทำให้กลุ่มธุรกิจมากมายต้องเปิดช่องทางธุรกิจใหม่มาตอบสนองต่อความต้องการดังกล่าว ไม่เว้นแม้แตเบรนด์ระดับโลกอย่าง ดิออร์ และหลุยส์ วิตตอง ที่ได้มาเปิดคาเฟ่ แฟลกชิปสโตร์ที่ประเทศไทยเป็นแห่งแรก ๆ ในเอเชีย

DIOR Pop-Up Store หรือ DIOR Gold House ตึกสีทองหรูอร่ามพื้นที่กว่า 1,000 ตร.ม.บนถนนเพลินจิต ที่กำลังเป็นจุดเช็กอินฮอตฮิตชาวติดแกลม เปรียบเสมือนเวทีแสดงศิลปะแห่งความเป็นเลิศในโครงการ Dior Around the World ด้วยการหลอมรวมหลากวัฒนธรรมต่างขั้ว กลายมาเป็น “อาณาจักรแห่งความฝัน” เสกสรรมนตราสะกดอารมณ์ให้แก่บรรดาผู้มาเยือน
ที่ถูกใจสายติดแกรมมากที่สุดคงไม่พ้น Café Dior by Mauro Colagreco แห่งแรกในไทย ที่บรรยากาศภายในตกแต่งด้วยหวาย ให้ความรู้สึกแบบไทย ๆ ผสานลายดอกไม้ให้ความลักเซอรี่ โดยตัวขนมหวานซิกเนเจอร์ประกอบไปด้วย 5 อย่าง ได้แก่ Le Jardin de La Colle Noire, La Rose, La Fleur de tagete, L’Abelle และ Le Soleil

ด้าน หลุยส์ วิตตอง นำเสนอจุดหมายปลายทางเชิงวัฒนธรรมแห่งใหม่ ณ ศูนย์การค้าเกษรอัมรินทร์ใจกลางแยกราชประสงค์ LV The Place Bangkok ยังประกอบไปด้วย คาเฟ่ ร้านค้า และร้านอาหารโดยเชฟชื่อดัง Gaggan Anand พร้อมทั้งดีไซน์สถาปัตยกรรมอันเป็นแรงบันดาลใจ ตลอดจนเมนูต่าง ๆที่รังสรรค์ขึ้นโดยเฉพาะ เพื่อให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์ความเป็นหลุยส์ วิตตองอย่างเต็มรูปแบบ
คาเฟ่ “LE CAFÉ LOUIS VUITTON” ค่าเฟ่แหล่งแรกของหลุยส์ วิตตองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่บริเวณด้านล่างของตึกเกษรอัมรินทร์ ค่าเฟ่สำหรับคนติดแกรมที่คิวยาวจนต้องปิดระบบจองออนไลน์ยางไปถึงปี 2029 มีจุดเด่นที่การตกแต่งในบรรยากาศอันรื่นรมย์ผสมผสานดีไซน์องค์ประกอบของพืชพรรณธรรมชาติและมาในสไตล์ที่เน้นความสดชื่นด้วยหลากหลายเมนูแสนอร่อยซึ่งตกแต่งด้วยสัญลักษณ์ของเมซง มีให้เลือกตั้งแต่เค้ก พาร์เฟต์ ไปจนถึง Mango Sticky Rice Fizz สุดเอ็กซ์คลูซีฟ
และยังมีร้านอาหาร Gaggan at Louis Vuitton แห่งแรกของเมซงในภูมิภาคเอเชียใต้ เปิดตัวพร้อมเมนูอาหารที่ผสานรสชาติอาหารไทยเข้ากับสไตล์อันเป็นซิกเนเจอร์ของหลุยส์ วิตตอง โดยมีเชฟอินเดียผู้มีชื่อเสียงโด่งดังอย่าง Gaggan Anand มาสร้างสรรค์ประสบการณ์ในการรับประทานอาหาร ทั้งมื้อกลางวันและมื้อเย็นอีกด้วย