เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

บทเรียน 10 ปี CEO Synnex-ซินเน็ค “สุธิดา มงคลสุธี”

25 ธ.ค. 2567 | 16:58น.

ยี้-สุธิดา มงคลสุธี ใช้เวลาพิสูจน์ตัวเองต่อบอร์ดบริหาร พนักงาน เหล่าคู่ค้า และผู้เกี่ยวข้องอยู่สักระยะเมื่อครั้งเข้ารับตำแหน่ง CEO Synnex Thailand (ซินเน็ค) ต่อจากสุพันธ์ุ มงคลสุธี ผู้เป็นพ่อ เมื่อราว 10 ปีก่อน

วัย 30 ต้น ๆ นับว่าน้อย สำหรับตำแหน่งผู้นำองค์กรหมื่นล้าน เมื่อมองจากตัวเลข ประสบการณ์ และวุฒิภาวะ

สุดท้ายเธอก็ผ่านมาได้และอยู่ในตำแหน่งเบอร์ 1 กว่าทศวรรษ พา “ซินเนค” เติบโตจากรายได้ 1.6 หมื่นล้านเมื่อปี 2556 สู่ 4 หมื่นล้าน ณ ปี 2567

อย่ามองแค่ปก

สุธิดาเกิดและโตมาในครอบครัวนักธุรกิจ เริ่มต้นตั้งแต่ยุค “อากง” สร้างร้านเครื่องเขียน “แต้ เกียง เซ้ง” และต่อยอดมาผลิตและจำหน่ายแบบพิมพ์ บริการพิมพ์ระบบดิจิทัลกระดาษพิมพ์สำหรับคอมพิวเตอร์ และบริการคลังสินค้าแบบพิมพ์ ปัจจุบันคือ บมจ.ที.เค.เอส. เทคโนโลยี (TKS)

ผ่านการฝึกงานและเรียนรู้หลากหลายบทบาท ตั้งแต่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ การตลาด และบัญชี

ถ้าเลือกจากความชอบ เธอมีความสุขกับภาษาและการสื่อสาร อยากเรียนรัฐศาสตร์เพื่อเป็นนักการทูต

“ชอบภาษามาก สนุก รู้สึกว่าการเรียนภาษามันคือการเรียนวัฒนธรรม ทำไมเขาพูดแบบนั้น ทำไมเขาทำแบบนี้ เวลาไปเรียนในที่ต่าง ๆ เราได้เรียนรู้วัฒนธรรมของชาตินั้น ๆ รู้สึกชอบในความแตกต่างและสนุกกับมัน”

แม้จะอยากเรียนรัฐศาสตร์ แต่ภายหลังแลกเปลี่ยนและต่อรองกับคุณพ่อ สุดท้ายมาจบที่คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

นี่คือจุดเปลี่ยนในเชิงวิธีคิด

“อย่าไปตัดสินอะไรจากหน้าปกหรือแค่ภายนอก เราไม่ชอบเลข แต่ไม่ใช่ไปเหมารวมว่าเราไม่ชอบบัญชี คนละเรื่องเดียวกัน ตั้งแต่นั้นมาเวลาเราเห็นอะไร เราเอ๊ะเลย บางทีที่มันคล้ายกันแต่มันไม่เหมือนกัน ต้องลองดูก่อน”

“เลขกับบัญชีไม่เหมือนกัน เราไม่ได้ชอบเลขที่เป็นการคำนวณสูตรต่าง ๆ เอ็กซ์ยกกำลังสอง สมการต่าง ๆ แต่เราชอบบัญชี มันคือความเข้าใจในเดบิต เครดิต งบประมาณ ชอบที่ปิดงบฯเสร็จแล้ว ตัวเลขมันบาลานซ์ตรงกัน”

เธอย้ำอย่าเพิ่งตัดสินอะไรทั้ง ๆ ที่เรายังไม่ได้เรียนรู้หรือเข้าใจมัน

ภายหลังเรียนจบเธอเข้าทำงานที่บริษัทหลักทรัพย์ในบทบาท “นักวิเคราะห์” ทำได้ราว 1 ปี ออกไปเรียนต่อด้านภาษาที่ประเทศจีน ต่อปริญญาโท สาขาธุรกิจระหว่างประเทศ Queen Mary University of London ประเทศอังกฤษ และเรียนภาษาเพิ่มทักษะอีกครั้งที่ประเทศเยอรมนี ก่อนจะกลับมาทำงานที่ SYNNEX

“ภาษาเป็นผลบวกต่อธุรกิจ ใช้พูดคุยเพื่อผลประโยชน์ที่ดีขึ้น” สุธิดาที่พูดได้ถึง 4 ภาษายิ้ม

จาก CFO สู่ CEO 

เริ่มต้นกับ SYNNEX ตามคำชักชวนของคุณพ่อ จากบทบาทเลขานุการ เรียนรู้ในเชิงกว้าง มีส่วนร่วมกับการติดต่อกับ บล.ต่าง ๆ ร่วมประชุมกับบอร์ดบริหาร ก่อนจะขยับมาเป็น CFO-Chief Financial Officer คุมความเป็นไปด้านการเงินทั้งหมดของบริษัท

ต่อมาเมื่อ “สุพันธ์ุ” คุณพ่อได้รับเลือกให้นั่งตำแหน่งประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นโอกาสให้สุธิดาก้าวขึ้นมารับไม้ต่อแทน

“ตอนนั้นบอร์ดบริหารที่เป็นคนไทยและไต้หวัน เขาบอกว่าไม่ว่าประเทศไหน ไม่เคยมีซีอีโออายุน้อยเท่านี้มาก่อน เขาเห็น Performance ตอนเป็น CFO เขาแฮปปี้นะ ตอนนั้นเราลดดอกเบี้ยจาก 40 ล้านเหลือ 20 ล้าน เป็นประวัติการณ์เลย แล้ว Exchange กำไร 70-80 ล้าน เขาบอกว่าแต่ CEO ไม่ใช่ CFO ต้องใช้วุฒิภาวะและการตัดสินใจเยอะ และอายุเป็นปัจจัยที่ทำให้เขากังวล”

สุธิดาเรียนรู้ ลงมือทำ และพิสูจน์ให้เห็นจนได้รับความไว้วางใจ อายุกลายเป็นเพียงตัวเลข

“พอเขาไว้ใจเรา บริบทที่อายุมันไม่มีความสัมพันธ์อีกต่อไป งบลงทุนระดับ 100 ล้านไม่ต้องผ่านบอร์ดเลย เขามั่นใจในศักยภาพของเรา

“พอคนไว้ใจกัน คุยอะไรมันก็จะเชื่อมือ เรารู้สึกสนุกขึ้นไปอีก องค์กรเติบโตได้ขนาดนี้เพราะความไว้วางใจ ไม่มีใครเก่งคนเดียวได้ในการไดรฟ์องค์กร”

เธอบอกว่าการยอมรับจากคนอื่น ๆ ไม่ได้เกิดจากการตัดสินใจต่อเหตุการณ์ใดเพียงเหตุการณ์เดียว แต่มาพร้อมกับประสิทธิภาพในการทำงาน ซึ่งประกอบด้วย 2 สิ่งสำคัญ คือ 1.สิ่งที่เราทำให้องค์กรเติบโต 2.สิ่งที่เราทำในภาวะวิกฤต

Trust

สิ่งสำคัญที่ทำให้การเปลี่ยนแปลงราบรื่น คือ ความชัดเจนในตำแหน่งผู้นำ คุณพ่อเปิดทางให้เต็มที่เพื่อให้คนในองค์กรไม่ไขว้เขวในเชิงอำนาจ

“มีผู้นำ 2 คน เกิดตัดสินใจไม่ตรงกัน ลูกน้องจะงงว่า ตกลงบริษัทจะไปในทิศทางไหน แต่ตอนนั้นคุณพ่อไปรับบทบาทประธานสภาอุตฯ ทำให้การตัดสินใจของเราเป็นที่สุด สิ่งที่เราต้องทำคือสร้างความไว้วางใจให้เกิดขึ้น”

สุทธิดาประกาศวัฒนธรรมองค์กรในมือของเธอ คือ คำว่า Trust

“เราเป็น Distributor ทำอย่างไรให้พนักงานทุกคนเป็นที่น่าไว้วางใจกับคนโดยรอบ ไม่ใช่แค่ดีต่อองค์กร แต่ดีต่อตัวเขาเองด้วย”

“ถ้าเราคุยกับคนที่เราไว้ใจ เราจะเชื่อเขาและทำเลย มีอะไรสื่อสาร เราเดินหน้าเลย แต่ถ้าเราคุยกับคนที่เราไม่ไว้ใจ เราจะมีเอ๊ะ คำว่า เอ๊ะ มันเสียเวลามากเลย เพราะต้องไปเช็ก ไปดูว่าสิ่งนั้นใช่ไหม มันทำให้ Speed of Trust ไม่เกิด”

เธอบอกว่า CEO ต่างกับ CFO เยอะมาก CFO หน้าที่คือ พยายามทำให้องค์กรมีสุขภาพการเงินที่ดี แต่ CEO คือ การดูกลยุทธ์ ไม่ได้ทำให้องค์กรเติบโตแค่ปีนี้ แต่ต้องวางแผนให้เติบโตอย่างยั่งยืน บางครั้งเราไม่ได้ทำอะไรที่เห็นผลทันที ต้องอดทนเพื่อผลลัพธ์ ระหว่างทางต้องรับมือกับสถานการณ์เฉพาะหน้า คาดการณ์ และบาลานซ์ความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น

“ทุก ๆ ปี มันมีเรื่องราวมากมายในแบบของมันให้จัดการและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ต่อให้เราทำทุกอย่างได้ดีที่สุดแล้วก็ยังมีเรื่องที่เราคาดไม่ถึง การรับมือกับการคาดไม่ถึงนั่นแหละคือเรื่องสำคัญ”

“หลังเป็นได้ 10 ปี เรามีความมั่นใจมากขึ้นในการตัดสินใจ ประสบการณ์ทำให้เราไม่ตัดสินใจอะไรเร็วเกินไป คิดเสมอว่า ทุกอย่างมีทางออก ในขณะที่ช่วงแรก ๆ เรามักมองไม่ค่อยเห็น มีมุมมองที่แคบกว่าในปัจจุบัน” เธอบอกและว่าทุกการตัดสินใจทำภายใต้ข้อมูลในเวลานั้น ๆ 

เปลี่ยนแผนกได้

สิ่งสำคัญที่สุดของซินเน็ค คือ คน เธอประกาศว่า “เราจะเติบโตกว่านี้ แต่ไม่เพิ่มคน” โดยลงทุนกว่า 100 ล้านบาท เอาเทคโนโลยีเอไอเข้ามาช่วยในการทำงาน

เมื่อถึงเวลาที่องค์กรต้องเปลี่ยน บางคนไม่พร้อมเปลี่ยน คือปัญหาที่เธอเจอ

เธอพยายามทำให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงส่งผลกระทบในเชิงบวกต่อพวกเขาอย่างไร

“มันพูดอย่างเดียวไม่ได้ และท้าทายมาก ถ้าเป็นคนที่อยู่กับเรามา 10-20 ปี เป็นกลุ่มที่รักและภักดีต่อองค์กรดีมาก แต่ถึงเวลาเปลี่ยนไม่อยากเปลี่ยน

“รักองค์กรแต่อยากทำเหมือนเดิม อันนี้เป็นความท้าทาย”

มีคนหลายประเภทที่ต้องจัดการ หากไม่เปลี่ยนแปลงก็ไปต่อด้วยกันลำบาก โดยซินเน็คเปิดโอกาสให้คน “ย้ายแผนก” ได้ เพื่อให้ตัวเองได้ทบทวนและตำแหน่งในปัจจุบันที่เหมาะสมกับสกิลของตัวเอง

“งานวันนี้มันไม่เหมือนเดิม มันหลากหลายมากขึ้น บางคนตันแล้วในพื้นที่ที่เขาดูแล โตไม่ได้แล้ว”

สำหรับคนที่เปลี่ยนแปลงแล้วสำเร็จ บริษัทก็ต้องให้รางวัลเพื่อให้คนอื่น ๆ ในองค์กรเห็นว่า “เปลี่ยนแล้วดีอย่างไร”

รายได้ 4 หมื่นล้าน

9 เดือนแรกของปี 2567 ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (SYNEX) เผยรายได้ 30,336 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% จากกลยุทธ์ขยายตลาดและความนิยมของสินค้าไอทีนวัตกรรมใหม่ โดยมีกำไรสุทธิ 480 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% ในไตรมาส 3/2567 บริษัททำรายได้ 10,762 ล้านบาท เติบโต 14.9% จากยอดขายที่เพิ่มขึ้นและการจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 169 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

กลุ่มสินค้าที่เติบโตสูงสุดคือกลุ่มคอมมิวนิเคชั่น โดยมีการเปิดตัว iPhone16 และการเติบโตของแบรนด์สมาร์ทโฟนชั้นนำ เช่น Samsung, HONOR และ Tecno รวมถึงสินค้านาฬิกาอัจฉริยะ

ขณะที่กลุ่มคอมเมอร์เชียลและเอ็นเตอร์ไพรส์ก็เติบโตอย่างแข็งแกร่งจากโครงการภาคเอกชนและการใช้ซอฟต์แวร์ด้านความปลอดภัย

อื่น ๆ เกี่ยวกับสุทธิดา 

  • ส่งเสริมการให้ฟีดแบ็กในองค์กร เพื่อให้เกิดการเติบโต
  • วิชั่นของสุทธิดาและซินเน็คคือ ทำให้ผู้คนมีชีวิตที่ดีและง่ายขึ้นด้วยเทคโนโลยี
  • เลือกแต่งตัวด้วยเครื่องประดับเพียง 3 สี คือ ดำ ขาว และทอง
  • มองการศึกษาสำคัญมากสำหรับการพัฒนาชาติ โดยโฟกัสไปที่การสร้างบุคลากรอย่างครู
  • ใช้ชีวิตแบบบาลานซ์ ทั้งบริหารองค์กรและส่วนตัว เล่นโยคะและพิลาทีส เพื่อความแข็งแรงและการพักผ่อนทางจิตใจ รวมถึงสร้างสมาธิ
  • มีลูก 3 คน แม้จะมีเวลาอยู่กับเด็ก ๆ น้อย แต่ทุกครั้งที่อยู่เต็มไปด้วยคุณภาพ โฟกัสและให้พลังเต็มที่ ละทิ้งมือถือเด็ดขาด

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค้าปลีกไอที ซินเน็ค