ก.ล.ต.กล่าวโทษชาวจีน 7 ราย ต่อ ปอศ. ทำธุรกิจหลักทรัพย์เถื่อน
ก.ล.ต.กล่าวโทษบุคคลสัญชาติจีน รวม 7 ราย ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (ปอศ.) กรณีประกอบธุรกิจหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับใบอนุญาต
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ว่าเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2561 ทาง ก.ล.ต.ได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบโรงแรมแห่งหนึ่งในอำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี พบบุคคลสัญชาติจีนจำนวนมาก พร้อมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ซึ่งแสดงหน้าจอการซื้อขายหลักทรัพย์ในต่างประเทศ ทาง ก.ล.ต.จึงตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพิ่มเติมพบว่า บุคคลสัญชาติจีนรวม 7 ราย ได้แก่ 1) นายเค่อ ซิ เหว่ย 2) นายโจ โจ 3) นายเฉิง เจีย 4) นายหลู หยาง หยิน 5) นายอู่ จิน เฉิง 6) นายเฉิน เซียวเซียง และ 7) นายซิน เย่ ได้ใช้สถานที่ดังกล่าวเป็นฐานในการติดต่อชักชวนผู้ลงทุนในต่างประเทศให้ซื้อขายหุ้นต่างประเทศ
“โดยพบข้อมูลในเครื่องคอมพิวเตอร์ ข้อความเชิญชวน และข้อมูลการติดต่อกับผู้ลงทุน ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทการเป็นที่ปรึกษาการลงทุนในประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต นอกจากนี้ ยังพบข้อสงสัยว่า บุคคลข้างต้นอาจมีพฤติกรรมซื้อขายหุ้นแทนลูกค้าด้วย ซึ่งเข้าข่ายการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ในประเทศไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก.ล.ต. ระบุ
โดยการกระทำของบุคคลข้างต้นจึงถือเป็นความผิดตามมาตรา 90 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 ซึ่งมีระวางโทษตามมาตรา 289 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน คือ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2-5 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000-500,000 บาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน ดังนั้น ก.ล.ต.จึงกล่าวโทษบุคคลดังกล่าว และชี้เบาะแส ต่อ ปอศ.
สำหรับผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการลงทุนกับบุคคลดังกล่าว โปรดแจ้งข้อมูลเพิ่มเติมไปยัง ปอศ. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2237-1199 เพื่อให้สอบสวนและดำเนินคดีต่อไป
“ก.ล.ต.จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบมีผู้ใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการชักชวนให้คนลงทุนในหลักทรัพย์ ซึ่งเข้าข่ายการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์โดยไม่มีใบอนุญาต และอาจเป็นการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์ในต่างประเทศอีกด้วย หากมีผู้พบเห็นหรือมีเบาะแสในการกระทำผิดในลักษณะดังกล่าว โปรดแจ้ง Help Center ของ ก.ล.ต. โทร. 1207 เพื่อการดำเนินการตรวจสอบต่อไป” นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ ก.ล.ต. กล่าว