มุ่งตอบโจทย์…ตลาดทุนดิจิทัล
digital market มุ่งตอบโจทย์...ตลาดทุนดิจิทัล
คอลัมน์ : เล่าให้รู้กับ ก.ล.ต. ผู้เขียน : อาชินี ปัทมะสุคนธ์ สำนักงาน ก.ล.ต.
ทุกวันนี้โลกการลงทุนและเทคโนโลยีมีการพัฒนาก้าวหน้าไปพร้อม ๆ กัน เพราะทุกครั้งที่เราเห็นเทคโนโลยีใหม่เกิดขึ้นมา ก็มักจะเห็นความเคลื่อนไหวของภาคการลงทุนที่ Adopt หรือประยุกต์ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเหล่านั้นเข้ามาพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการ ตลาดจนเครื่องมือการลงทุนต่าง ๆ อยู่เสมอ
ก.ล.ต.จึงมีเป้าหมายที่จะนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาใช้พัฒนายกระดับประสิทธิภาพการให้บริการของผู้ที่อยู่ในระบบนิเวศตลาดทุนตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ และส่งเสริมให้ผู้ประกอบธุรกิจสามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้ลงทุนและการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความโปร่งใส และสนับสนุนการกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ
หนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตลาดทุนที่สามารถตอบโจทย์ผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดย ก.ล.ต.เล็งเห็นว่าควรจะตอบโจทย์สำคัญใน 4 ด้าน ได้แก่ ด้าน Digitalization ปรับปรุงกระบวนการในตลาดทุนให้เป็นรูปแบบดิจิทัล 100% (End-to-end Process) ด้าน Accessibility ช่วยให้ผู้ลงทุนเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการในตลาดทุนได้สะดวกและง่ายขึ้น
โดยเฉพาะกลุ่มตราสารที่เข้าถึงได้ยาก ไม่มีสภาพคล่อง หรือมีมูลค่าการลงทุนสูง ด้าน Interoperability สามารถเชื่อมโยงผู้ร่วมตลาดทุนที่มีความหลากหลายผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูล การทำธุรกรรมดิจิทัลระหว่างกัน และดำเนินการได้อย่างสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น และเอื้อต่อการเกิดธุรกิจใหม่ ๆ และด้าน Cost Optimization
โดยมุ่งลดต้นทุนของผู้ประกอบการที่เป็นรายเล็กให้สามารถเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานตลาดทุนที่จะช่วยให้การประกอบธุรกิจในยุคดิจิทัลเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการลงทุนในระบบที่สามารถใช้ร่วมกันหรือใช้งานได้จากระบบโครงสร้างพื้นฐานกลางได้
ที่ผ่านมามีโครงการสำคัญซึ่งเป็นผลจากการผลักดันและร่วมมือกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานตลาดทุนของ ก.ล.ต. และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ยกตัวอย่างเช่น การพัฒนาระบบให้บริการออกตราสารหนี้ภาคเอกชนด้วยกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ DIF Web Portal เฟส 1 สำหรับยื่น Filing ตราสารหนี้ประเภทหุ้นกู้เอกชนทั่วไปที่ไม่มีความซับซ้อน (Plain Vanilla)
สำหรับผู้ลงทุนสถาบัน และได้มีการเสนอขาย Digital Bond ไปแล้ว ซึ่งเป็นความสำเร็จก้าวแรกร่วมกันของอุตสาหกรรมตลาดทุน และเฟสถัดไปในอนาคตมีแผนจะขยายขอบเขตการพัฒนาระบบรองรับการออกเสนอขายตราสารหนี้ประเภทหุ้นกู้เอกชน Plain Vanilla ให้ครบถ้วนสำหรับกลุ่มผู้ลงทุนทุกประเภท และรองรับการออกเสนอขายตราสารหนี้ประเภทหุ้นกู้เอกชนที่มีความซับซ้อน (Complex Bond)
อีกหนึ่งโครงการสำคัญคือ ก.ล.ต.ได้ร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลในภาคการเงิน และหน่วยงานภาครัฐที่มีข้อมูลของประชาชน ขับเคลื่อน “โครงการ Your Data ข้อมูลของคุณ สู่บริการทางการเงินที่ตอบโจทย์” โดยร่วมกันพัฒนามาตรฐานและกลไกต่าง ๆ ให้ผู้ใช้บริการทางการเงินสามารถใช้สิทธิในข้อมูลของตนเอง ขอให้ส่งข้อมูลของตนระหว่างผู้ให้บริการได้ เพื่อประโยชน์ในการนำไปรวบรวม วิเคราะห์ แนะนำ เสนอบริการที่ตอบโจทย์ของผู้ลงทุน
ซึ่งในอนาคตจะช่วยให้ผู้ลงทุนเปิดบัญชีได้ง่ายและรวดเร็ว บริหารจัดการเงินได้สะดวก และส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมและบริการที่ตรงความต้องการยิ่งขึ้น
การดำเนินการสำคัญอีกส่วนหนึ่งในช่วงที่ผ่านมาคือ การเสนอแก้ไข พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯเพื่อรองรับการออกหลักทรัพย์ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Digital/Tokenized Securities) เช่น หุ้นกู้ หุ้น หน่วยลงทุน เป็นต้น โดยในปัจจุบันร่างกฎหมายได้ผ่านการตรวจพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้ว ซึ่งการแก้ไขกฎหมายดังกล่าวจะช่วยส่งเสริมการเป็นตลาดทุนดิจิทัล
โดยรองรับกระบวนการทางอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดทุนให้ครบถ้วน นอกจากนี้ ก.ล.ต.ยังมีแนวคิดที่จะพัฒนาต่อยอดระบบ Digital Infrastructure ให้ครอบคลุมกิจกรรมในตลาดรอง (Secondary Market) ในส่วนต่าง ๆ ได้แก่ ส่วนที่ให้บริการซื้อขาย (Trading Service) รองรับการซื้อขายทั้งแบบผ่านศูนย์ซื้อขายและการซื้อขายนอกตลาด (OTC)
ส่วนที่ให้บริการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ (Settlement Service) ทำให้ลดความเสี่ยงในการผิดนัด และสามารถอัพเดตข้อมูลทะเบียนหลักทรัพย์โดยอัตโนมัติ ส่วนที่ให้บริการเกี่ยวกับหลักทรัพย์ (Asset Service) เพื่อรองรับการปิดสมุดทะเบียนและจ่ายสิทธิอัตโนมัติ และเป็นเครื่องมือช่วยแจ้งเตือนเมื่อเกิดเหตุการณ์ผิดปกติ
สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงจิ๊กซอว์ส่วนหนึ่งที่จะนำมาประกอบกันให้เกิดเป็นภาพระบบนิเวศในตลาดทุนดิจิทัล ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยความร่วมมือร่วมใจและแรงสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยกันขับเคลื่อนตลาดทุนไปสู่ยุคดิจิทัล เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันให้กับประเทศไทย และทำให้ตลาดทุนสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน
โดยนำเทคโนโลยีมาช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพในกลไกต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยให้กิจการทุกขนาดสามารถเข้าถึงและใช้ตลาดทุนเป็นแหล่งระดมทุนได้อย่างเหมาะสม ตรงกับความต้องการใช้เงินทุน ตลอดจนช่วยขยายฐานผู้ลงทุนไปสู่ประชาชนทั่วไปให้มีโอกาสเข้าถึงการลงทุนได้ง่ายยิ่งขึ้น