กรมส่งเสริมสหกรณ์ เคลียร์ให้ชัดผลกระทบของกฎกระทรวงเป็นอย่างไร
สหกรณ์
กรมส่งเสริมสหกรณ์ แจงผลกระทบของกฎกระทรวง และการประชาพิจารณ์ร่างประกาศ คพช. เกี่ยวกับการฝากการลงทุน”
รายงานจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ ระบุ ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ออกฎกระทรวงการฝากเงินและการลงทุนของสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน พ.ศ. 2567 ซึ่งมีผลบังคับใช้แล้ว รวมถึงร่างประกาศคณะกรรมการพัฒนาสหกรณ์แห่งชาติ (คพช.) เรื่อง ข้อจำกัดการฝากหรือการลงทุนอย่างอื่นของสหกรณ์ ทำให้เกิดความกังวลในเรื่องข้อจำกัดเกณฑ์การกระจุกตัวที่ให้ฝากหรือลงทุนนิติบุคคลต่อแห่งได้ไม่เกิน 10% ของทุนเรือนหุ้น + ทุนสำรองของสหกรณนั้น ๆ รวมถึงข้อจำกัดที่ให้ลงทุนได้ไม่เกินทุนเรือนหุ้น+ทุนสำรอง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการสภาพคล่องส่วนเกินของสหกรณ์นั้น
นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ชี้แจงถึงข้อกังวลดังกล่าวว่า การออกกฎกระทรวงการฝากเงินและการลงทุนของสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน พ.ศ. 2567 ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2567 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้สหกรณ์บริหารสภาพคล่องคงเหลือภายใต้ความเสี่ยงต่ำ และเพื่อเป็นการป้องกันการกระจุกตัวของการลงทุน เช่น การลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล

โดยมีรัฐบาลหรือมีหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ค้ำประกัน ซึ่งมีความปลอดภัย มั่นคงสูง และมีความเสี่ยงต่ำ ทำให้สหกรณ์สามารถรักษาเงินต้นไว้ได้ ซึ่งสหกรณ์สามารถลงทุนได้โดยไม่จำกัด
แต่อาจมีบางสหกรณ์ที่ได้รับผลกระทบจากการลงทุนเดิมและเห็นว่าอาจทำให้เกิดความเสียหาย โดยสหกรณ์สามารถแสดงความคิดเห็นรวมถึงผลกระทบต่าง ๆ เข้ามาได้ เพื่อกรมส่งเสริมสหกรณ์จะได้รวบรวมข้อมูลนำมาพิจารณาทบทวนและปรับปรุงต่อไป
นอกจากนี้ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ยังกล่าวถึงร่างประกาศคณะกรรมการพัฒนาสหกรณ์แห่งชาติ (คพช.) เรื่อง ข้อจำกัดการฝากหรือการลงทุนอย่างอื่นของสหกรณ์ ว่ากรมส่งเสริมสหกรณ์ได้มีการเปิดให้มีการรับฟังความคิดเห็นหรือประชาพิจารณ์จากสมาชิกสหกรณ์ รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องตั้งแต่วันที่ 2-24 ธันวาคม 2567 ทั้งนี้ เป็นสิทธิ์ของผู้แสดงความคิดเห็นที่สามารถจะแสดงความคิดเห็นไปในทิศทางใด ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการประมวลผลข้อมูล เพื่อนำเสนอคณะอนุกรรมการการลงทุนพิจารณา ก่อนนำเสนอ คพช. ต่อไป
สำหรับกรณีกองทุนรวมวายุภักษ์หนึ่ง (ปี พ.ศ. 2567) กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้พิจารณาแล้ว สหกรณ์ไม่สามารถลงทุนได้ เนื่องจากกระทรวงการคลังไม่ได้ค้ำประกันเงินลงทุน โดยจะจ่ายคืนเท่ากับการรับซื้อคืนหน่วยลงทุนในราคาหน่วยลงทุน (NAV) เป็นไปตามราคาตลาด รวมถึงกองทุนไม่ค้ำประกันผลตอบแทนแต่มีกลไกการบริหารความเสี่ยง ซึ่งไม่เป็นไปตามมาตรา 62 (7) แห่งพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และประกาศ คพช.ที่เกี่ยวข้อง
ดังนั้น กรณีที่มีผู้ออกมาพูดว่าจะมีการบังคับให้สหกรณ์ไปลงทุนในกองทุนนี้ จึงไม่ใช่ข้อเท็จจริงแต่อย่างใด“เงินของสมาชิกสหกรณ์ที่อยู่ในสหกรณ์ การนำไปลงทุนใด ๆ ต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัติสหกรณ์กำหนด เท่านั้น ดังนั้น กฎกระทรวง การฝากเงินและการลงทุนของสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน พ.ศ. 2567 และ (ร่าง) ประกาศคณะกรรมการพัฒนาสหกรณ์แห่งชาติ (คพช.) เรื่อง ข้อจำกัดการฝากหรือการลงทุนอย่างอื่นของสหกรณ์ พ.ศ. … กำหนดเพื่อคุ้มครองเงินของสมาชิกสหกรณ์
และสหกรณ์ออมทรัพย์หลายแห่งที่มีเงินเหลือจากการทำธุรกิจกับสมาชิก ควรมีทางใช้ไปของเงินที่ก่อประโยชน์ตอบแทนที่สมเหตุสมผล วัตถุประสงค์ในการจัดตั้งสหกรณ์มิได้เป็นไป เพื่อแสวงหาผลกำไรมาแบ่งปัน แต่เพื่อการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในหมู่สมาชิกเป็นหลัก ดังนั้นการลงทุนของสหกรณ์จึงเป็นเพียงการบริหารสภาพคล่องคงเหลือจากการดำเนินธุรกิจกับสมาชิกและเครือข่ายสหกรณ์”
