Skip to content

เปิดฉากท่องเที่ยวเชียงใหม่ ชู Festival City อัดอีเวนต์ 12 เดือน

04 ม.ค. 2568 | 13:24น.
เปิดฉากท่องเที่ยวเชียงใหม่ ชู Festival City อัดอีเวนต์ 12 เดือน

แรงขับเคลื่อนสำคัญต่อเศรษฐกิจของจังหวัดเชียงใหม่มาจากรายได้ด้านการท่องเที่ยวสัดส่วน 60-65% ของ GPP

การท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ ปี 2568 มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยการสร้าง City Branding เปิดฉาก Festival City อย่างเต็มรูปแบบอีเวนต์แน่น 12 เดือน 12 ธีม (Theme)

10 เดือนรายได้พุ่ง 8 หมื่นล้าน

นางพัศลินทร์ เศวตรัตน์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ปี 2567 ถือว่าฟื้นตัวอย่างเต็มที่แล้ว แม้ตัวเลขรายได้และจำนวนนักท่องเที่ยวยังไม่ใกล้เคียงกับช่วงก่อนโควิดปี 2562

แต่รายได้ในช่วง 10 เดือน (มกราคม-ตุลาคม 2567) ที่พุ่งสูงถึง 80,577.21 ล้านบาท ถือเป็นสัญญาณที่ดีมาก เมื่อเทียบกับปี 2566 รายได้ 12 เดือนอยู่ที่ 89,193.79 ล้านบาท และช่วงเดียวกัน 10 เดือนของปี 2566 (มกราคม-ตุลาคม) อยู่ที่ 69,504.48 ล้านบาท

ขณะที่จำนวนผู้เยี่ยมเยือนจังหวัดเชียงใหม่ 10 เดือนของปี 2567 (มกราคม-ตุลาคม) มีจำนวน 8,986,297 คน เทียบกับปี 2566 มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือน 10,678,764 คน และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกัน 10 เดือนของปี 2566 (มกราคม-ตุลาคม) มีจำนวนผู้เยี่ยมเยือน 8,424,528 คน

ทั้งนี้ หลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมเมืองเชียงใหม่ พบว่าสถานการณ์การท่องเที่ยวของเชียงใหม่มีการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว และมีสัญญาณที่ดีในปี 2568 โดยทุกภาคส่วนได้ร่วมวางแผนกระตุ้นการท่องเที่ยวต่อเนื่อง ด้วยกลยุทธ์ City Branding ชูจุดขาย Festival City อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งจะสร้างเมืองเชียงใหม่ให้มีอีเวนต์ตลอด 12 เดือน สามารถเที่ยวได้ตลอดปี

เที่ยวเชียงใหม่

เชียงใหม่อัด 12 เดือน 12 ธีม

นางพัศลินทร์กล่าวต่อว่า การขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชียงใหม่แบบไม่หลับใหลนั้น เป็นการดึงงานเทศกาล กิจกรรม งานศิลปะ วัฒนธรรม งานประชุม งานแสดงสินค้า ตลอดทั้งปี 12 เดือน/12 ธีม

ยกตัวอย่างเดือนมกราคม 2568 คือ การเริ่มต้น ความสุข และการเฉลิมฉลอง มีกิจกรรม อาทิ เทศกาลร่มบ่อสร้าง, เทศกาลอาหาร (Food Festival), ประเพณีตานข้าวใหม่, ประเพณีกวนข้าวทิพย์ และ Street Jazz

ขณะที่เดือนกุมภาพันธ์ 2568 มีกิจกรรมไฮไลต์คือ มหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ

เดือนมีนาคม เดือนแห่งนวัตกรรมและการเรียนรู้ (Workation & Smart Learning) มีกิจกรรมเด่น คือ e-Sport

เดือนเมษายน เน้นธีม Water Festival ปี๋ใหม่เมืองล้านนา สนุกสนาน สืบสานวัฒนธรรมล้านนา

เดือนพฤษภาคม ธีมที่วางไว้คือ ศรัทธา ศาสนาและแรงบันดาลใจ (Faith & Inspiration) กิจกรรมไฮไลต์ ได้แก่ ประเพณีเตียวขึ้นดอยสุเทพ, กิจกรรมเวิร์กช็อปทำสวนดอกไม้ตามวัดต่าง ๆ, เส้นทางสายศรัทธา (มูเตลู)

เดือนมิถุนายน ธีมเมืองแห่งสีสัน และความสุขที่หลากหลายและเท่าเทียม (Pride Month) อาทิ ขบวนพาเหรดเชียงใหม่ไพรด์ (คาร์นิวัลสีรุ้ง), มหกรรมชาติพันธุ์, ประกวดบาร์เทนเดอร์

สำหรับเดือนกรกฎาคม ธีมเมืองแห่งไมซ์ โอกาสการค้าการลงทุน มีกิจกรรม Lanna Expo, MICE Mart โดยมีประชุมใหญ่ คือ Thailand Travel Mart 2025 : TTM คาดว่ามีผู้มางาน 1,500 คน

เที่ยวเชียงใหม่

ขณะที่เดือนสิงหาคม ธีมใจสบายกายแกร่ง (Well Being Fit & Firm) อาทิ Spartan Race, Chiang Mai Fight, การนวดตามธาตุตามราศี

เดือนกันยายน ธีมสุนทรียะศิลปวัฒนธรรมจากรากสู่ร่วม (Harmony of Music Art & Culture) กิจกรรมเทศกาลดนตรี (Chiang Mai Original)

เดือนตุลาคม ธีมความอุดมสมบูรณ์ อร่อยปาก อิ่มตา เพลินใจ (Gastronomy & Lanna Runway) กับเทศกาลกินเหนือ (International Food Festival), เทศกาล Chiang Mai Expat Festival, The Edge City Lanna, เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเชียงใหม่

เดือนพฤศจิกายน ธีมล้านนา บูชาแสงไฟ (Yi Peng Lighting) ไฮไลต์คือ เทศกาลยี่เป็งเชียงใหม่, กิจกรรม Night Tour, การแสดงมวยไทยและเทศกาลโคมลอย หรือ Muay Thai & Sky Lantern, Street Art Festival

และเดือนธันวาคม ธีมเทศกาลออกแบบหัตถกรรมและออกแบบสร้างสรรค์ (Craft & Creative Design) กิจกรรมเด่น คือ เทศกาลเชียงใหม่ดีไซน์วีก, เทศกาล NAP และ Countdown

เปิด Route บินตรงพรึ่บ

นาวาอากาศโท รณกร เฉลิมแสนยากร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม 2567 เป็นต้นมา จำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยวันละ 33,000 คน เป็นผู้โดยสารภายในประเทศ ราว 20,000 คน และระหว่างประเทศ ราว 10,000 คน ปัจจุบันมีเที่ยวบินอยู่ที่ 196 เที่ยวบิน/วัน ในช่วงฤดูหนาวปีนี้พบว่า มีความถี่ของสายการบินต่างประเทศเข้ามา 2 เส้นทาง ได้แก่ คุนหมิง-กว่างโจว-ซีอาน และอินชอน-ปูซาน ซึ่งเป็นสายการบินประจำอยู่แล้ว แต่เพิ่มความถี่มากขึ้นในช่วงไฮซีซั่น 2567

ภายในประเทศมี 11 เส้นทาง และต่างประเทศมี 17 เส้นทาง โดยอัตราการเพิ่มขึ้นของเที่ยวบินในช่วงไฮซีซั่น 2567 เพิ่มขึ้นราว 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2566

สำหรับปี 2568 จะมีสายการบินจากต่างประเทศบินตรงเข้าสู่เชียงใหม่ คือ สายการบินเอทิฮัด คาดว่าจะเริ่มให้บริการวันที่ 26 มีนาคม 2568 วันละ 1 ไฟลต์ นอกจากนี้ มีสายการบินที่เตรียมเปิดเส้นทางบินตรงเข้าสู่เชียงใหม่ ในช่วง Summer และ Winter ปี 2568 จำนวน 2 สายการบิน ได้แก่ สายการบินอินดิโก จากประเทศอินเดีย และสิงคโปร์แอร์ไลน์ จะทำให้ปี 2568 การท่องเที่ยวของเชียงใหม่มีตลาดใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้น ทั้งตลาดตะวันออกกลาง ยุโรป อินเดีย และอาเซียน

เที่ยวเชียงใหม่

รุกตลาดใน-ต่างประเทศ

นางสาววารุณี คำเมรุ นายกสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แผนงานในปี 2568 ของสมาคมสหพันธ์ท่องเที่ยวภาคเหนือ จังหวัดเชียงใหม่ จะมุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชื่อมโยงตลาดในภูมิภาคและต่างประเทศ โดยตลาดในประเทศจะเชื่อมการท่องเที่ยวภูมิภาค ไปโรดโชว์ภาคใต้ สงขลา กรุงเทพฯ อีสาน

ส่วนตลาดต่างประเทศ จะเปิดตลาดระยะใกล้ที่เป็นลูกค้าประจำ อาทิ มาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน จีน เซี่ยงไฮ้ เกาหลี ส่วนตลาดระยะไกล จะไปโรดโชว์เปิดตลาดใหม่ในงาน Arabian Travel Market หรือ ATM ที่ดูไบ ปี 2568 สายการบินเอทิฮัด สายการบินประจำชาติสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จะบินตรงนำนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางและยุโรปที่มีกำลังซื้อสูงเข้ามา

เที่ยวเชียงใหม่

นอกจากนี้จะรุกตลาดเกาหลีอย่างต่อเนื่อง เน้นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง เชื่อมโยงเอเย่นต์จากเกาหลีมาเปิดการเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการเชียงใหม่ ขณะเดียวกันไฟลต์บินตรงจากเกาหลีเข้าสู่เชียงใหม่ที่มีเพิ่มมากขึ้น จาก 2 ไฟลต์ เป็น 8 ไฟลต์ต่อวัน สำหรับตลาดเกาหลีในเชียงใหม่ อยู่ที่ราว 40% จากเดิม 15% ตลาดหลักอันดับหนึ่ง คือ กอล์ฟ ชาวเกาหลีกลุ่มไฮเอนด์นิยมมาเล่นกอล์ฟที่เชียงใหม่ และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น อันดับสอง คือ กลุ่มครอบครัว และอันดับสาม คือ กลุ่มนักกีฬา

อีกหนึ่งแผนงานในปี 2568 คือร่วมกับ TCEB ปลุกตลาดประชุมสัมมนา ภายใต้โครงการ KAD MICE (กาดไมซ์) โดยนำผู้ประกอบการไมซ์ที่มีศักยภาพจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล มาพบผู้ขายในจังหวัดเชียงใหม่ เป็นการสร้างโอกาสให้กลุ่มผู้ประกอบการขนาดเล็กด้านการท่องเที่ยวสามารถขยายตลาดได้มากขึ้น เป็นการดึงดีมานด์มาเจอกับซัพพลาย คาดว่าโครงการนี้จะเกิดขึ้นปลายเดือนกุมภาพันธ์ หรืออย่างช้าต้นเดือนมีนาคม 2568