พิชัย ถก 4 หน่วยงานเศรษฐกิจ เคาะงบฯปี’69 รายจ่ายพุ่ง 3.78 ล้านล้าน
พิชัย ประชุม 4 หน่วยงานเศรษฐกิจ เคาะงบประมาณปี 2569 รายจ่าย 3.78 ล้านล้าน ขาดดุลลดเหลือ 8.6 แสนล้าน พร้อมมุ่งลงทุนแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างให้มากขึ้น วางแผน 4 ปี ขาดดุลน้อยลง จัดเก็บภาษีสูงขึ้นอย่างทั่วถึง หวังจีดีพีไทยโตต่อเนื่อง
นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยหลังการประชุมพิจารณากำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ร่วมกับ 4 หน่วยงาน ประกอบด้วย กระทรวงการคลัง สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงบประมาณ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า ที่ประชุม เห็นชอบกำหนดวงเงินงบประมาณรายจ่ายปี 2569 ที่ 3.78 ล้านล้านบาท
โดยประมาณการรายได้สุทธิที่ 2.92 ล้านล้านบาท เป็นการขาดดุลงบประมาณ 8.6 แสนล้านบาท ลดจากปี 2568 ที่ 1 แสนล้านบาทด้านหนี้สาธารณะต่อจีดีพีอยู่ที่ 67.3% ตามกรอบการคลังระยะปานกลาง 2569-2572 ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบแล้วนั้น
ทั้งนี้ 4 หน่วยงานเห็นตรงกันว่า แนวโน้มเศรษฐกิจกระเตื้องขึ้น จึงทำให้ต้องเปลี่ยนรูปแบบการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมุ่งลงทุนแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างให้มากขึ้น
ดังนั้นการจัดงบประมาณระยะปานกลางใน 4 ปี ข้างหน้า จัดทำในลักษณะขาดดุลน้อยลง โดยยังใช้งบที่สูงขึ้น ภายใต้ข้อสมมุติฐานที่ว่าเศรษฐกิจประเทศไทยดีขึ้น
“เมื่อรายได้สูงขึ้น ก็จะสามารถจัดเก็บได้มากขึ้น ซึ่งการจัดเก็บภาษีได้ให้สูงขึ้น ต้องจัดเก็บอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ทั่วถึง เพื่อให้ทุกคนจ่ายภาษีน้อยลง แต่ทุกคนช่วยกันจ่ายเพื่อขยายฐานภาษีให้ทั่วถึงครอบคลุมทุกคน ซึ่งจะทำให้การขาดดุลของงบประมาณน้อยลง แต่เมื่อมองจากบุคคลภายนอกแล้ว จะเห็นว่าสัดส่วนขาดดุลเทียบกับจีดีพีลดลงสู่ระดับมาตรฐานที่กำหนด ขณะที่หนี้สาธารณะก็ขยับขึ้นในสัดส่วนที่น้อยลง” นายพิชัย กล่าว
โดย ธปท. ก็แสดงความเห็นว่าเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว แต่ก็ยังมีความเสี่ยงจากภายนอกประเทศ โดยเฉพาะความผันผวนจากต่างประเทศหลายปัจจัย จึงต้องดูแลอย่างเข้มงวด
รัฐบาลได้กำหนดรายได้สุทธิปี 2570 วงเงิน 3.10 ล้านล้านบาท, ปี 2571 วงเงิน 3.24 ล้านล้านบาท, ปี 2572 วงเงิน 3.39 ล้านล้านบาท และกำหนดกรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วงเงิน 3.86 ล้านล้านบาท ขาดดุลงบประมาณ 7.6 แสนล้านบาท, ปี 2571 วงเงิน 3.93 ล้านล้านบาท ขาดดุล 7.2 แสนล้านบาท, ปี 2572 วงเงิน 4.09 ล้านล้านบาท ขาดดุลงบประมาณ 7.0 แสนล้านบาท
สำหรับหนี้สาธารณะต่อจีดีพีในปี 2570 อยู่ที่ 68.50%, ปี 2571 อยู่ที่ 69.20%, ปี 2572 อยู่ที่ 69.30% ภายใต้สมมุติฐาน จีดีพีในปี’69-71 ขยายตัวเฉลี่ย 2.8% ขณะที่ปี 2572 ขยาวตัว 3%
ด้าน นายอนันต์ แก้วกำเนิด ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เปิดเผยว่า การจัดทำงบประมาณปี 2569 จะต้องจัดงบประมาณที่มีประสิทธิภาพ โดยในวันที่ 31 มกราคม 2568 ส่วนราชการจะต้องส่งคำขอมาที่งบประมาณ และวันที่ 15 มกราคม 2568 นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ตนไปมอบภารกิจ
โดยส่วนงานราชการทั้งหมด จะต้องยื่นคำภายใน 31 มกราคม 2568 จากนั้นสำนักงบประมาณจะใช้เวลาวิเคราะห์งบประมาณเพื่อนำเข้าสภาผู้แทนราษฎร ต่อไป ซึ่งใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน
เมื่อปีที่ผ่านมาหากหน่วยงานใดที่ของบประมาณไม่ตรงตามคำขอ ตามเป้าที่วางมาตรการ เมื่อปีงบประกมาณที่ผ่านมาเสนอของบประมาณมา 5 ล้านล้าน แต่มีงบประมาณเพียง 3 ล้านล้าน ดังนั้น ในงบฯปี 2566 จะต้องเน้นประสิทธิภาพ ตรงตามนโยบาย