บีโอไอ เปิด 8 เหตุผลทำไมนักลงทุนเทคโนโลยียักษ์ใหญ่เลือกไทยเป็นที่ตั้งฐานผลิต จับตาแนวโน้มการลงทุนปี 2568 ไม่แพ้ปีที่แล้ว ดึงเม็ดเงินลงทุนได้ไม่ต่ำกว่า 800,000 ล้านบาท เห็น New S-Curve รวมถึงพลังงานสะอาดมาเพียบ ทำซัพพลายเชนในประเทศคึกคักไปด้วย เตรียมผลิตบุคลากรอีกเกือบ 300,000 คนรองรับ PCB ด้าน ส.อ.ท. มองไทยได้โอกาสเปิดตลาดต่างประเทศ ห่วง 24 อุตสาหกรรมถูกทุ่มตลาด
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า แนวโน้มการลงทุนในปี 2568 เชื่อว่าจากหลายเหตุการณ์และทิศทางที่มีมากตั้งแต่ช่วงครึ่งปีหลัง 2567 จะเห็นการขอรับส่งเสริมการลงทุนอย่างมากจากอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เช่น PCB คลาวด์ Data Center บวกกับแรงผลักดันที่จะได้รับจากการย้ายฐานการผลิตเข้ามาที่ไทย ดังนั้นจะเห็นการเข้ามาลงทุนอีกจำนวนมากจากเทครายใหญ่ของโลก รวมถึงกลุ่มพลังงานสะอาดเนื่องจากเป็นเงื่อนไขการลงทุนของบางอุตสาหกรรม และแน่นอนว่าสิ่งที่ประเทศไทยได้เปรียบมากที่สุด
8 เหตุผลทำไทยเนื้อหอม
จากการพบปะนักลงทุนพบว่า ไทยเหมาะสมในการที่จะเป็นฐานการผลิต PCB อันดับ 1 ของอาเซียน และขณะนี้ติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก ด้วย 8 เหตุผลที่นักลงทุนเลือกตั้งฐานการผลิต คือ 1.ความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานมีคุณภาพทั้งระบบสาธารณูปโภค ไฟฟ้าและน้ำ การขนส่งและโลจิสติกส์ เรือ ราง อากาศ และไทยมีที่ตั้งเชิงยุทธศาสตร์เชื่อมโยงอาเซียนและจีน มีนิคมอุตสาหกรรมกว่า 70 แห่งทั่วประเทศ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล 5G เป็น World-class Data Center และ Cloud Sevices มีระบบนิเวศที่เอื้อต่ออุตสาหกรรมดิจิทัลและสตาร์ตอัพ มีความพร้อมสูงในการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล 2.ห่วงโซ่การผลิตที่แข็งแกร่ง ด้วยเป็นที่ตั้งฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัทระดับโลก มีเครือข่ายในอุตสาหกรรม E&E กว่า 3,000 บริษัท มีอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์กลางน้ำและปลายน้ำที่แข็งแกร่ง รวมทั้งยังเป็นผู้ผลิตและส่งออกชั้นนำในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและยานยนต์ไฟฟ้า (EV)
3.ตลาดที่มีศักยภาพสูง เพราะไทยเป็นผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์อันดับ 10 ของโลกในปี 2022 (2565) มีข้อตกลงเขตการค้าเสรี (Free Trade Agreement) หรือ FTA 15 ฉบับกับ 9 ประเทศ และความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership) หรือ RCEP 4.สิทธิประโยชน์จูงใจ ซึ่งมีทั้งในรูปแบบของภาษี (Tax) ไม่ใช่ภาษี (Nontax) และมาตรการทางด้านการเงิน (Financial) นอกจากนี้ สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ยังครอบคลุมทั้งซัพพลายเชนของอุตสาหกรรม PCB
ผลิตบุคลากร 3 แสนคนรองรับ
5.บุคลากรที่มีคุณภาพ โดยคาดการณ์บัณฑิตจบใหม่ในสาขา STEM ตั้งแต่ปี 2565-2569 นั้น ในสาขาวิศวกรรมจะสูงถึง 184,000 คน และอีก 110,000 คนในสาขาวิทยาศาสตร์
6.การเปลี่ยนผ่านสีเขียว หรือ Green Transition ซึ่งขณะนี้บีโอไอมีสิทธิประโยชน์สำหรับการลงทุนสีเขียว และเพื่อตอบสนองความต้องการของนักลงทุนไทยยังมีความพร้อมและเตรียมเรื่องของพลังงานหมุนเวียนที่เพียงพอผ่านกลไก Utility Green Tariff (UGT) หรืออัตราค่าไฟฟ้าสีเขียวจากโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน และในรูปแบบของการซื้อขายไฟฟ้าในรูปแบบการทำสัญญาซื้อขายพลังงานไฟฟ้าได้โดยตรง (Direct Power Purchase Agreement) หรือ Direct PPA
7.Safety & Resiliency ซึ่งไทยเป็นพื้นที่ที่ไร้ความขัดแย้ง ความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติอยู่ในระดับต่ำ สามารถจัดการกับวิกฤตโควิด-19 ได้อย่างดี 8.ชีวิตความเป็นอยู่ในไทย ระบบสาธารณสุขระดับโลกมีโรงพยาบาลมาตรฐานสากล JCI 64 แห่ง ระบบการศึกษาได้มาตรฐาน มีโรงเรียนนานาชาติถึง 236 แห่ง
คาดเงินลงทุนเข้าไทย 8 แสน ล.
“ทิศทางการลงทุนปีนี้ดี และเรายังมีเป้าหมายดึงอุตสาหกรรม 5 สาขาสำคัญ คือ อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ไม่ใช่แค่การประกอบรถอย่างเดียว แต่มีเรื่องของการผลิตชิ้นส่วนสำคัญ รวมถึงตัวแบตเตอรี่ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) อุตสาหกรรมดิจิทัล อย่าง Data Center และ Cloud Region อุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคต อุตสาหกรรมพลังงานหมุนเวียน และน่าจะเห็นเงินลงทุนไม่ต่ำกว่าปีที่แล้ว ที่น่าจะแตะที่ 800,000 ล้านบาท”
ห่วง 24 อุตฯไทยถูกทุ่มตลาด
นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เอกชนเองได้ประเมินภาพรวมการลงทุนของปี 2568 ว่าน่าจะมีสัญญาณบวก ส่วนหนึ่งจะมีผลมาจากนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่ให้ความสำคัญกับการดึงดูดการลงทุนกลับสหรัฐ ซึ่งจะทำให้ต่างชาติโยกย้ายการลงทุนเข้ามาไทยและยังมีโอกาสเข้าไปมีส่วนในห่วงโซ่อุปทานสินค้าที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ ขณะเดียวกันการปรับลดอัตราภาษีนิติบุคคลธรรมดาเป็น 15% จากเดิม 21% เฉพาะกับบริษัทที่ผลิตสินค้าในสหรัฐเท่านั้น ยิ่งทำให้ไทยมีโอกาสเข้าไปลงทุนในสหรัฐ
“เราเห็นสัญญาณการลงทุนเข้ามาที่ไทยตั้งแต่ปีที่แล้ว ทั้งตัวเลขกระทรวงพาณิชย์ และตัวเลขบีโอไอโชว์ยอดขอรับส่งเสริมการลงทุนสูงถึง 720,000 ล้านบาท สูงสุดในรอบ 10 ปี และหากดูเฉพาะตัวเลขการขอลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ซึ่งก็สูงถึง 546,617 ล้านบาท เป็นอุตสาหกรรมเด่น ๆ อย่างพวกอิเล็กทรอนิกส์ และ Data Center มาจากสิงคโปร์ จีน ฮ่องกง ไต้หวัน ญี่ปุ่นทั้งนั้น และปีนี้แนวโน้มก็คงไม่หนีไปจากนี้ แม้ว่ามันจีนมีความเสี่ยงอยู่บ้าง เรื่องการแข่งขันที่รุนแรงและภาวะ Oversupply ที่จะมีปัญหาโดนสินค้าทุ่มตลาด (Dumping) นั่นคือ ไทยขาดดุลจีนต่อเนื่อง ซึ่ง 9 เดือนของปีที่แล้ว เราก็ขาดดุลไปถึง 32,030 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเพิ่มขึ้น 22% แล้วมันก็มากระทบเราถึง 24 อุตสาหกรรม เช่น เหล็ก พลาสติก อาหาร เฟอร์นิเจอร์ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์”