พิชัย เร่งทดลองใช้ “คริปโตเคอร์เรนซี” ซื้อ-ขายสินค้าเมืองท่องเที่ยว คาดเริ่มปีนี้
พิชัยเร่งพิจารณาทดลองใช้สกุลเงินคริปโตเคอร์เรนซี แทนเงินสดแลกเปลี่ยนซื้อ-ขายสินค้าในเมืองท่องเที่ยว คาดภายในปีนี้ดำเนินการ พร้อมหวังจีดีพีไทยโตเกิน 3%
นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า มีการพิจารณาแนวคิดการนำสกุลเงินคริปโตเคอร์เรนซี (Cryptocurrency) ใช้แทนเงินสดในการแลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้า โดยจะทดลอง (Sandbox) ในพื้นที่เมืองท่องเที่ยวที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางมาไทย ซึ่งจะเริ่มเห็นในปี 2568 นี้
“การดำเนินการในส่วนใด ๆ หรือเรื่องใดที่ผิดกฎหมายจะไม่ทำอย่างแน่นอน และหากทำเรื่องนี้จริง ก็ไม่จำต้องแก้ไขกฎหมาย โดยเบื้องต้นคาดว่าจะมีโอกาสได้เห็นการดำเนินการเรื่องนี้ภายในปีนี้อย่างแน่นอน” นายพิชัยกล่าว
โดยจากข้อมูล พบว่าปัจจุบันมี 21 ล้านคอยน์ ซึ่ง 100,000 เหรียญต่อคอยน์ เท่ากับ 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ แต่กลับพบการเคลื่อนไหวไม่ถึง 10 ล้านล้านคอยน์ สะท้อนว่ามีคนที่ลืมโค้ดไปเยอะมาก ซึ่งมีประมาณได้ 1 ล้านล้านเหรียญ จึงต้องหากลไกว่าจะทำอย่างไรในการซื้อขาย เช่น นักท่องเที่ยวเดินทางมาไทย เอาคอยน์มาที่ไทยเข้าระบบที่ตรวจสอบได้ เวลาซื้อของก็สามารถจ่ายเป็นคอยน์ได้ และจะมีตัวกลางแลกเปลี่ยน (Exchange) ในการดำเนินการ เงินก็จะเข้าไปอยู่ในแอปพลิเคชั่น และกลับมาในระบบจัดการ (Clearing) ซึ่งจะสร้างกำลังซื้อได้มากขึ้น
นายพิชัยกล่าวต่อว่า มั่นใจเศรษฐกิจไทยจะมีโอกาสขยายตัวได้มากกว่า 3% ในขณะที่นักวิเคราะห์ธนาคารโลก (World Bank) หรือกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) จะประเมินว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตได้ไม่เกิน 3% ซึ่งถือเป็นความท้าทาย และเป็นโอกาสจากความต่างที่จะต้องเร่งหยิบฉวยจากปัจจัยต่าง ๆ
ขณะที่การลงทุนภาครัฐ ได้มีการเร่งเดินหน้าโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง ทั้งการต่อยอดจากโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด ไปสู่อีอีซี, โครงการรถไฟทางคู่, โครงการรถไฟความเร็วสูง, โครงการรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน และโครงการท่าเหลือแหลมฉบัง เฟส 3 ซึ่งถือเป็นโจทย์สำคัญที่รัฐบาลต้องต่อยอดให้ได้
ซึ่งตอนนี้สัญญาณทางเศรษฐกิจได้เริ่มเห็นแล้ว สะท้อนจากตัวเลขการบริโภคภาคเอกชนในช่วง 3 ไตรมาสของปีที่ผ่านมา การลงทุนภาคเอกชนขยายตัวถึง 5.1% ด้านการขอรับการส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในช่วง 9 เดือน ของปี 2567 อยู่ที่ราว 7 แสนกว่าล้านบาท ซึ่งสูงสุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา
“คาดว่าในไตรมาส 4/2567 เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้เกินกว่า 3% และเมื่อรวมทั้งปี 2567 ยังมั่นใจว่า GDP ของไทยจะเติบโตที่ราว 2.7-2.8% ถือเป็นก้าวที่เปลี่ยนไปสู่การเติบโตของเศรษฐกิจในปี 2568” รมว.คลังกล่าว