เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
SD 64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
Real Estate 10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
‘สายมู’ ตะลุย ฮ่องกงกางทริป-เที่ยวปังตลอดปี
SD ‘สายมู’ ตะลุย ฮ่องกงกางทริป-เที่ยวปังตลอดปี
ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
Real Estate ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
SET ทะยาน Top 5 เอเชียส่องเทรนด์ครึ่งปีหลัง ตันแล้วหรือไปต่อ ?
Finance SET ทะยาน Top 5 เอเชียส่องเทรนด์ครึ่งปีหลัง ตันแล้วหรือไปต่อ ?
ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
สามัญสำนึก ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
Tech คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
World ‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
Politics รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
ก.คมนาคม สั่งคุมเข้มตรวจสัมภาระผู้โดยสาร-ลูกเรือ เพิ่ม สุนัข K9 – ยกระดับการข่าว
Economic ก.คมนาคม สั่งคุมเข้มตรวจสัมภาระผู้โดยสาร-ลูกเรือ เพิ่ม สุนัข K9 – ยกระดับการข่าว
ดูทั้งหมด

ถอดรหัส Physical AI เปลี่ยนผ่านยุคใหม่ ในสายตาของ NVIDIA

08 ม.ค. 2568 | 14:20น.

มองปัญญาประดิษฐ์ยุคถัดไป Generative Physical AI ผ่านสายตา “เจนเซ่น หวง” ซีอีโอ NVIDIA ที่กล่าวบนเวทีงาน CES 2025 เป็นสิ่งเปลี่ยนโลกของฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ในปีนี้เป็นต้นไป 

บนเวที CES 2025 ที่เหมือนจะเป็นพื้นที่โชว์เคสเทคโนโลยีคอนซูเมอร์สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป แต่เทคโนโลยีจำนวนมาก กำลังเซตแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงกำเนิด (Generative AI) และโมเดลแมชีนเลิร์นนิ่งที่แฝงฝังไปอยู่ในเครื่องใช้ไฟฟ้า ทีวี เครื่องซักผ้า และอื่น ๆ ที่เหล่าเวนเดอร์ขนมาโชว์ในงาน

สิ่งที่แฝงในคีย์โน้ตของ “เจนเซ่น หวง” ซีอีโอ NVIDIA บริษัทฮาร์ดแวร์-ซอฟต์แวร์ปัญญาประดิษฐ์รายยักษ์ของโลกนับว่ากำลังชี้แนวทางของโลก โดยเฉพาะ AI ในยุคถัดไปที่กำลังจะมาถึง และแฝงฝังในชีวิตประจำวัน ในการทำงาน และในระบบเศรษฐสังคมของโลก นั่นคือ Physical AI

ในคีย์โน้ตที่ “หวง” กล่าวถึง โปรดักต์ใหม่ NVIDIA ที่กำลังจะเผยโฉมในปีนี้ถึงปีหน้ามี 3 อย่าง ได้แก่ 1.โมเดลปัญญาประดิษฐ์พื้นฐาน (Foundation Model) ชื่อ Cosmos 2.การ์ดจอซีรีส์ใหม่ของ NVIDIA มีชื่อว่า “GeForce RTX 50” สร้างจากสถาปัตยกรรม “Blackwell” ที่มีทรานซิสเตอร์ในการส่งผ่านข้อมูลถึง 2.08 แสนล้านหน่วย พัฒนาเพื่อรองรับการประมวลผลขั้นสูง การใช้งานกับ AI โดยเฉพาะ

และ 3.Project DIGITS ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ AI ที่เล็กที่สุดในโลก ด้วยการใช้ชิป Blackwell บนเครื่องเดสก์ทอป ทำให้ต่อไปในสำนักงาน หรือแม้กระทั่งโต๊ะคอมฯที่บ้าน สามารถตั้ง “ซูเปอร์คอมพิวเตอร์” ที่ทำงานซับซ้อนด้วยเอไอได้อย่างสะดวก

ทั้งสามส่วน หากร้อยเรียงกันจะเห็นว่ามีตั้งแต่ระดับโมเดลซอฟต์แวร์ Cosmos ชิปประมวลผล และดีไวซ์ที่เล็กลง เป็นโปรดักต์ที่เข้าถึงง่าย จะเป็นการนำเอไอสู่ครัวเรือนอย่างแท้จริง ซึ่งจะเอื้อให้เกิด Physical AI ได้เร็วขึ้น

Physical AI คืออะไร

ในขณะที่แวดวงเทคโนโลยีบ้านเรากำลังโหมโรงเรื่อง Agentic AI ที่เป็นการผสมผสานโมเดลภาษาขนาดใหญ่ กลาง เล็ก หรือ Generative AI เข้ากับโมเดลแมชีนเลิร์นนิ่งแบบโรโบติกส์ หรือเป็นการทำงานแบบอัตโนมัติที่โต้ตอบกับผู้ใช้ได้

เจนเซ่น หวง กลับพูดถึง Physical AI มันคืออะไรกันแน่ ?

Physical AI ช่วยให้เครื่องจักรอัตโนมัติ เช่น หุ่นยนต์และรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเองสามารถรับรู้ ทําความเข้าใจ และดําเนินการที่ซับซ้อนในโลกแห่งความเป็นจริง (ทางกายภาพ) มักเรียกว่า “Generative Physical AI” หรือ “เอไอทางกายภาพเชิงกําเนิด” เนื่องจากความสามารถในการสร้างข้อมูลเชิงลึก การโต้ตอบ บนพื้นที่เสมือนและสัมพันธ์กับโลกจริง

โมเดล Generative AI ซึ่งเป็นโมเดลภาษาขนาดใหญ่ เช่น GPT และ Llama ได้รับการฝึกฝนเกี่ยวกับข้อมูลข้อความและรูปภาพจํานวนมหาศาล ซึ่งส่วนใหญ่รวบรวมจากอินเทอร์เน็ต AI เหล่านี้มีความสามารถที่น่าอัศจรรย์ในการผลิตภาษาของมนุษย์และแนวคิดที่เป็นนามธรรม แต่มีข้อจํากัดในการเข้าใจโลกทางกายภาพและกฎเกณฑ์ของมัน

กล่าวคือ จะทำให้เกิดลักษณะ Digital Twin ขึ้น

ในคีย์โน้ตพูดถึงความร่วมมือของ NVIDIA กับ Toyota เปิดตัวแพลตฟอร์ม NVIDIA DRIVE Hyperion AV  ออกแบบมาสำหรับโมเดล AI เชิงสร้างสรรค์ และมอบความปลอดภัยในการทำงานขั้นสูงและความสามารถในการขับขี่อัตโนมัติ โดยจะสังเคราะห์ข้อมูลเพื่อพัฒนายานยนต์ไร้คนขับ ด้วยข้อมูลในโลกแห่งความเป็นจริงมีจำกัด

ดังนั้นข้อมูลสังเคราะห์จึงมีความจำเป็นสำหรับการฝึกโรงงานข้อมูลยานยนต์ไร้คนขับ ซึ่งการประมวลผลต้องใช้พลังของการ์ดชิปเอไอ และโมเดลพื้นฐาน Cosmos แนวทางนี้ จะทำให้เกิดพื้นที่จำลองในการขับขี่บนโลกดิจิทัลทวิน เป็นระยะทางเท่ากับที่ขับขี่จริงเป็นพันล้านไมล์ ทำให้มีชุดข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการขับขี่อัตโนมัติที่ปลอดภัยเพิ่มขึ้นด้วยอัตราที่เร็วมาก

Toyota ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของโลกจะสร้างยานยนต์รุ่นต่อไปบน NVIDIA DRIVE AGX Orin ซึ่งใช้ระบบปฏิบัติการ NVIDIA DriveOS ที่ผ่านการรับรองด้านความปลอดภัย

กล่าวคือ Generative Physical AI จะเป็นการผสมผสาน Generative AI ในปัจจุบันด้วยความเข้าใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์เชิงพื้นที่และพฤติกรรมทางกายภาพของโลก 3 มิติที่เราทุกคนอาศัยอยู่ ต่างจาก Agentic AI ที่เราคุ้นเคย เพราะเป็นแค่การ “ออโตเมต” กระบวนการซ้ำ ๆ ในการทำงานด้วยเอไอ

การจำลองโลกกายภาพ ไปซ้อนโลกเสมือนของโมเดล Generative Physical AI ทําได้โดยการให้ข้อมูลเพิ่มเติมที่มีข้อมูลเกี่ยวกับความสัมพันธ์เชิงพื้นที่และกฎทางกายภาพของโลกแห่งความเป็นจริงในระหว่างกระบวนการฝึกอบรม AI

ข้อมูลการฝึกอบรม 3 มิติถูกสร้างขึ้นจากการจําลองด้วยคอมพิวเตอร์ที่มีความแม่นยําสูง ซึ่งทําหน้าที่เป็นทั้งแหล่งข้อมูลและพื้นที่ฝึกอบรม AI

การสร้างข้อมูลทางกายภาพด้วยดิจิทัลทวิน จะแพร่ขยายไปสู่อุตสาหกรรมอื่นที่สำคัญ ๆ นอกจากยานยนต์ไร้คนขับ เช่น ในพื้นที่การผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่เสมือนจริงนี้ จะมีการเพิ่มเซ็นเซอร์และเครื่องจักรอัตโนมัติ ที่มีการตรวจจับทุกสิ่งที่เกิดแล้วประมวลผล และโต้ตอบได้ด้วยโมเดลปัญญาประดิษฐ์

ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่บ้าน

Project DIGITS ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ AI ที่เล็กที่สุดในโลก ที่สามารถรันโมเดลเอไอพื้นฐานได้จากที่บ้าน จะเป็นตัวเปลี่ยนโลกของงาน และธุรกิจไปเลย เพราะด้วยระบบปฏิบัติการที่จะใช้ Linux และราคายังไม่ได้เหมาะสมกับการซื้อมาเป็นคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล หรือเวิร์กสเตชั่นส่วนตัวมากนัก

ด้วย NVIDIA ตั้งราคาจำหน่าย Project DIGITS ไว้ที่ 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ (1.03 แสนบาท) และจะรันผ่านระบบปฏิบัติการ Linux จึงมีแค่งานเฉพาะอย่างที่สามารถใช้งานได้เหมาะสม วิศวกรซอฟต์แวร์ องค์กรผู้วิจัย AI นักวิทยาศาสตร์

นั่นอาจรวมถึง นักเรียนนักศึกษา และศิลปินสร้างสรรค์ สายงานกราฟิก ที่ต้องการพลังเอไอมาช่วยเรนเดอร์ภาพ วิดีโอ ที่มีความซับซ้อนสูงได้สะดวกดาย

อย่างไรก็ตาม “หวง” เน้นย้ำว่า เครื่อง DIGITS โฟกัสกลุ่มลูกค้าที่เป็นนักพัฒนาซอฟต์แวร์ ส่วนงานอื่น ๆ มีโปรเจ็กต์อื่นที่รองรับอยู่แล้ว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

AI (เอไอ) Nvidia