สมาคมแบงก์ ชี้ พ.ร.ก.รับผิดชอบร่วม ‘ธนาคาร-ค่ายมือถือ’ สกัดมิจฉาชีพต้องครอบคลุมทุกมิติ
ผยง ศรีวณิช
สมาคมแบงก์ยันยังไม่เห็นร่าง พ.ร.ก.รับผิดชอบร่วม “ธนาคาร-ค่ายมือถือ” กรณีใช้โมเดลเหมือนต่างประเทศต้องดูให้ครบทุกมิติ-ความเข้มข้นทางกฎหมาย-ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ชี้ระบบแบงก์เป็นระบบกลางน้ำ ต้องดู “ต้นน้ำ-ค่ายมือถือ” และ “ปลายน้ำ-คริปโต”
นายผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย (TBA) และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ตอนนี้สมาคมฯ ยังไม่เห็นรายละเอียด ร่างแก้ไขพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในส่วนของความรับผิดชอบร่วม โดยให้สถาบันการเงิน และผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือร่วมรับผิดชอบด้วย
ซึ่งเบื้องต้นมีการพูดถึงโมเดลของประเทศสิงคโปร์ หรือมาเลเซียนั้น มองว่าจะต้องดูกลไกและความเข้มข้นทางกฎหมายที่จะสามารถบังคับใช้ได้ด้วย และจะต้องเทียบเคียงในทุกมิติ เพราะถ้าไม่ครอบคลุมในทุกมิติ จะทำให้มีช่องให้อาชญากรได้ใจ ดังนั้นต้องถามว่า มาตรการที่จะออกมาจะครอบคลุมแต่ละภาคส่วน รวมถึงผู้กำกับดูแล (Regulator) ที่เกี่ยวข้องจะครบองค์ตั้งแต้ต้นน้ำถึงปลายน้ำ (End to End)
อย่างไรก็ดี เบื้องต้นระบบธนาคารพาณิชย์ เป็นองค์กรที่อยู่กลางน้ำ ซึ่งปัจจุบันระบบธนาคารพาณิชย์ได้บูรณาการไปแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล อย่างไรก็ตาม มีสิ่งที่จะช่วยได้จากต้นน้ำและปลายน้ำ สิ่งเหล่านี้จะเร่งให้เกิดขึ้นได้อย่างไร เนื่องจากอาชญากรปัจจุบันได้นำเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ไม่สามารถป้องกันได้ ซึ่งต้องดูว่าจะสามารถทำได้รูปแบบไหน เพราะปัจจุบันเป็นสิ่งที่เหนือระบบธนาคารพาณิชย์ (Beyond) ที่จะช่วยได้ทั้งสิ้น
“พ.ร.ก.เราอยากให้ดูแบบ End to End เพราะบางอย่าง Beyond ระบบแบงก์ เพราะเวลาที่หลอกโอน หลอกคน จะมีหลายหมวดหมู่ category มาก คงต้องดูภาพรวม โดยต้นน้ำ คือ Telco กลางน้ำ คือ ระบบแบงก์ และปลายทาง คือ คริปโต จึงต้องถามว่า มาตรการที่ออกมาจะครอบคลุมแบบ End to End หรือไม่ ซึ่งตอนนี้เรายังไม่เห็นร่างฯ ดังกล่าว”
สำหรับกรณียกระดับนโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานของสถาบันการเงินเกี่ยวกับการทำธุรกรรมกับประเทศที่มีความเสี่ยงสูงและการดูแลความเสี่ยงเกี่ยวกับการคว่ำบาตร โดยร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นั้น
โดยสมาคมมีนโยบายชัดเจนที่ไม่สนับสนุนการจัดซื้ออาวุธและสรรพาวุธกับองค์กรทางทหารกับประเทศที่มีความเสี่ยงสูง รวมถึงให้ความสำคัญต่อการป้องกันและห้ามทำธุรกรรมทางการเงิน เพื่อการสนับสนุนการก่อการร้ายหรือสงครามที่นำไปสู่การละเมิดสิทธิมนุษยชน
“ปัจจุบันเราทำเรื่องการยกระดับการทำธุรกรรมที่มีความเสี่ยงอยู่แล้ว แต่นอกจากเป็นจุดตรวจเช็กแล้ว จะเป็นเรื่องของการแข่งขันของโลกในเรื่องของการค้าการขายที่ใช้เครื่องมือทางการค้าเป็นยุทธศาสตร์และกลไกในการต่อสู้ความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์ หรือ Geopolitics ด้วย เราก็ต้องเข้าใจตรงนั้นด้วย”