เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ขับเคลื่อนท่องเที่ยวคุณภาพ ต้องไม่ใช่แค่นโยบาย…รัฐต้องลงทุน “อินฟราสตรักเจอร์” หนุน
Columns ขับเคลื่อนท่องเที่ยวคุณภาพ ต้องไม่ใช่แค่นโยบาย…รัฐต้องลงทุน “อินฟราสตรักเจอร์” หนุน
50 ปี ‘วงษ์สยามก่อสร้าง’ มือหนึ่งประมูลงานราชการ
50th Impact 50 ปี ‘วงษ์สยามก่อสร้าง’ มือหนึ่งประมูลงานราชการ
เอกนิติ มองย้อน 30 ปีเศรษฐกิจไทย จับตาเงินเฟ้อ-ดุลบัญชีเดินสะพัด เร่งเครื่องยนต์ลงทุน
Finance เอกนิติ มองย้อน 30 ปีเศรษฐกิจไทย จับตาเงินเฟ้อ-ดุลบัญชีเดินสะพัด เร่งเครื่องยนต์ลงทุน
ทุกภาคส่วนร่วมตักบาตรทางเรือ “สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์”
News ทุกภาคส่วนร่วมตักบาตรทางเรือ “สายน้ำแห่งชีวิต ใต้ร่มพระบารมี สืบสานวิถีรัตนโกสินทร์”
รัฐบาล เล็ง “ยุบหน่วยงาน ซ้ำซ้อน” ธนาคารที่ดิน ก.ย.นี้ ต่อด้วย ป.ย.ป. – 5 องค์การมหาชน
Politics รัฐบาล เล็ง “ยุบหน่วยงาน ซ้ำซ้อน” ธนาคารที่ดิน ก.ย.นี้ ต่อด้วย ป.ย.ป. – 5 องค์การมหาชน
จีนสั่งปรับ Trip.com กว่า 770 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ข้อหาผูกขาดตลาดจองโรงแรม
World จีนสั่งปรับ Trip.com กว่า 770 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ข้อหาผูกขาดตลาดจองโรงแรม
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (26 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.62% อยู่ที่ 64,431 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (26 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 0.62% อยู่ที่ 64,431 เหรียญสหรัฐ
วันหยุดยาว 28-30 กรกฎาคม 2569 ขึ้นทางด่วนฟรี 3 สาย
News วันหยุดยาว 28-30 กรกฎาคม 2569 ขึ้นทางด่วนฟรี 3 สาย
‘เจสัน ลี’ CIMB THAI แนะธุรกิจวาง Transition Plan รับ NDC 3.0
SD ‘เจสัน ลี’ CIMB THAI แนะธุรกิจวาง Transition Plan รับ NDC 3.0
แจ้งเลิกจ้างด้วยวาจาได้หรือไม่
Columns แจ้งเลิกจ้างด้วยวาจาได้หรือไม่
ดูทั้งหมด

‘อาเซียน’ อยู่ตรงไหนในนโยบายของ ‘ทรัมป์’

23 ม.ค. 2568 | 18:20น.
Trump-China-Trade
คอลัมน์ : ชั้น 5 ประชาชาติ
ผู้เขียน : รุ่งนภา พิมมะศรี

ทั่วโลกมองตรงกันว่า การหวนกลับมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐของ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) จะทำให้โลกปั่นป่วนกว่าเดิม แต่ผลกระทบที่จะเกิดกับประเทศ/ภูมิภาคต่าง ๆ ไม่น่าจะเท่าเทียมกัน เพราะทรัมป์ย่อมประเมินว่าจะใช้นโยบายกับประเทศ/ภูมิภาค/กลุ่มไหนอย่างไร

ในฐานะที่ไทยเป็นส่วนหนึ่งของประชาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ก็เหมาะสมที่เราจะตั้งคำถามว่า อาเซียนอยู่ตรงไหนในสมการนโยบายของทรัมป์ ไม่ว่าจะเป็นนโยบายด้านการต่างประเทศ ด้านการค้า หรือด้านกลาโหม

ย้อนกลับไปดูในการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐสมัยแรกของทรัมป์ เขาไม่สนใจที่จะพัฒนาความสัมพันธ์กับอาเซียนเลย เห็นได้จากการที่เขาถอนสหรัฐออกจากความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP ซึ่งพัฒนาเป็น CPTPP หลังสหรัฐถอนตัว) ทำให้อาเซียนที่รอจะพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับสหรัฐผ่าน TPP ต้องผิดหวัง อีกทั้งทรัมป์ไม่เคยเข้าร่วมการประชุมผู้นำเอเชียตะวันออก (East Asia Summit) และไม่เคยแต่งตั้งทูตสหรัฐประจำอาเซียนด้วย

ในทางตรงข้าม ทรัมป์ยึดมั่นปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐตามแนวคิด “America First” (อเมริกาต้องมาก่อน) โดยมุ่งมั่นที่จะแก้ไข “ความไม่สมดุลทางการค้า” ระหว่างสหรัฐกับอาเซียน แม้ว่าเศรษฐกิจอาเซียนมีขนาดเล็กกว่าสหรัฐมากก็ตาม

แต่ถึงอย่างนั้น อาเซียนก็เป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับจีนในสมัยแรกของทรัมป์ เพราะมีบริษัทจำนวนมากย้ายฐานการผลิตออกจากจีนมายังอาเซียน เพื่อเลี่ยงผลกระทบจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน

คาดว่าในการกลับมานั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีของทรัมป์ครั้งนี้ อาเซียนก็น่าจะยังคงไม่ได้เป็นจุดโฟกัสในภาพรวมการดำเนินนโยบายของทรัมป์เท่าไรนัก แต่ก็จะอยู่ในสถานะผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทางอ้อมเช่นเดิม

สิ่งที่เพิ่มเติมคือ บางประเทศในอาเซียนที่เกินดุลการค้าสหรัฐมากจะกลายเป็นจุดโฟกัสในการดำเนินมาตรการทางการค้าโดยตรง โดยสินค้าที่ส่งไปสหรัฐจะถูกเก็บภาษีนำเข้าอัตรา 10% ถึง 20% ตามที่ทรัมป์ประกาศไว้ ประเทศไทยเองซึ่งเป็นประเทศที่เกินดุลการค้าสหรัฐมากเป็นอันดับที่ 12 ก็น่าจะไม่รอดมาตรการนี้

สตีเฟน โอลสัน (Stephen Olson) นักวิจัยอาวุโสรับเชิญของสถาบันเอเชียอาคเนย์ศึกษา ยูซุฟ อิสฮัค (ISEAS-Yusof Ishak Institute) ในสิงคโปร์วิเคราะห์ว่า สิ่งที่จะเป็นผลกระทบที่หนักหนาขึ้นสำหรับอาเซียน คือการจัดการห่วงโซ่อุปทาน (ซึ่งหลายประเทศในอาเซียนเป็นส่วนหนึ่งในห่วงโซ่) จะซับซ้อนและยากลำบากขึ้น เป็นผลจากการแข่งขันระหว่างสหรัฐและจีน บวกกับการแพร่หลายของเทคโนโลยีแบบใช้ได้สองทาง ทั้งภาคการทหารและภาคพลเรือน (Dual-Use Technology) ทำให้จำเป็นต้องมีข้อกำหนดการออกใบอนุญาตและการรับรองเพิ่มเติม และอาจรวมถึงข้อจำกัดหรืออุปสรรคโดยตรงด้วย

นอกจากนั้น มีแนวโน้มสูงมากที่ทรัมป์จะถอนสหรัฐออกจากกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก (Indo-Pacific Economic Framework: IPEF) ซึ่งจะส่งผลให้สมาชิกที่เหลือ (มีสมาชิกอาเซียน 7 ประเทศ รวมทั้งไทย) ต้องหาข้อสรุปว่าควรดำเนินการอย่างไร หรือเป็นสมาชิกต่อไปหรือไม่

อย่างไรก็ตาม คงต้องสรุปว่าในวิกฤตย่อมมีโอกาส (แม้ว่าในโอกาสก็ย่อมมีวิกฤตเช่นกัน) ซึ่งโอลสันมองว่า การที่สหรัฐถอนตัวออกจากบทบาทระดับภูมิภาคและระดับโลกแบบที่เคยทำในสมัยแรก จะทำให้เกิดช่องว่างและโอกาสมากมายสำหรับประเทศในอาเซียนที่จะมีบทบาทชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งในการรวมกลุ่มการค้าและการเจรจาการค้าในระดับพหุภาคีและระดับภูมิภาค