เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท รูปพรรณบาทละ 69,500 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (10 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 250 บาท รูปพรรณบาทละ 69,500 บาท
มิตซูบิชิ ปาเจโร เครื่องยนต์-ช่วงล่าง ‘กลมกล่อม’ 
Automotive มิตซูบิชิ ปาเจโร เครื่องยนต์-ช่วงล่าง ‘กลมกล่อม’ 
ประกันภัยพิบัติ 1.5 หมื่นล้าน25 บริษัทเข้าเกณฑ์ชิงเค้ก
Finance ประกันภัยพิบัติ 1.5 หมื่นล้าน25 บริษัทเข้าเกณฑ์ชิงเค้ก
‘รวมพลัง-ลงมือทำ’ สู่ขอบฟ้าใหม่
Economic ‘รวมพลัง-ลงมือทำ’ สู่ขอบฟ้าใหม่
อุตสาหกรรมรถยนต์ช่วงเปลี่ยนผ่าน โอกาสสำคัญ รัฐต้องมีแต้มต่อให้เอกชน
Automotive อุตสาหกรรมรถยนต์ช่วงเปลี่ยนผ่าน โอกาสสำคัญ รัฐต้องมีแต้มต่อให้เอกชน
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (10 ก.ย.) ปรับลง 0.86% อยู่ที่ 77,807 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (10 ก.ย.) ปรับลง 0.86% อยู่ที่ 77,807 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (10 ก.ย.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (10 ก.ย.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
เช็กสเป็กจอพับ ‘รุ่นแรก’ ของ Apple ‘iPhone Duo’ เริ่มต้น 79,900 บาท
Tech เช็กสเป็กจอพับ ‘รุ่นแรก’ ของ Apple ‘iPhone Duo’ เริ่มต้น 79,900 บาท
เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
Biz Movement เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
Biz Movement พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
ดูทั้งหมด

จับตาบอร์ดคุมแอลกอฮอล์ 21 ก.พ. 68 จ่อปลดล็อกขาย-ดื่มเหล้าบนรถไฟ

17 ก.พ. 2568 | 14:10น.
จ่อปลดล็อกขาย-ดื่มเหล้าบนรถไฟ

จับตาการประชุมบอร์ดควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 21 กุมภาพันธ์นี้ วาระใหญ่ พิจารณายกเลิกมาตรการห้ามขาย-ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนรถไฟและในพื้นที่สถานีรถไฟ และพิจารณาวัน-เวลาที่ห้ามขายเหล้า ขณะที่นักวิจัยศูนย์วิจัยปัญหาสุราเผยผลสำรวจ ส่วนมากไม่เห็นด้วยกับการปลดล็อก ไม่ว่าช่วงเวลาไหน

จากกรณีที่จะมีการประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในวันที่ 21 ก.พ.นี้ ที่กระทรวงสาธารณสุข โดยมีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน โดยมีวาระการพิจารณาเรื่องการยกเลิกมาตรการห้ามขายห้ามดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนรถไฟและสถานีรถไฟ ซึ่งเป็นเรื่องตีตกไปแล้วในการประชุมครั้งก่อน

แต่มีรายงานว่าในการประชุมที่จะถึงนี้ การรถไฟแห่งประเทศไทยจะนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการอีกครั้ง รวมทั้งจะมีการพิจารณาเรื่องวัน เวลา ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย

ล่าสุด รศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์ แซ่โง้ว อาจารย์ประจำสำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และนักวิจัยศูนย์วิจัยปัญหาสุรา เปิดเผยว่า จากการสำรวจความเห็นประชาชนต่อแนวคิดเปิดให้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนรถไฟของรัฐบาล เมื่อเดือน ส.ค. 2567

จากกลุ่มตัวอย่างผู้ใช้บริการรถไฟและสถานีรถไฟจำนวน 3,055 คน จาก 25 สถานีรถไฟจากทุกภูมิภาค พบว่า ร้อยละ 77.2-84.2 ไม่เห็นด้วยกับการเปิดขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนรถไฟ ไม่ว่าจะเป็นการขายเฉพาะบางขบวน ขายเฉพาะช่วงเทศกาล หรือขายทุกช่วงเวลา โดยกลุ่มผู้ดื่มแอลกอฮอล์เป็นครั้งคราว ร้อยละ 79.4 และกลุ่มที่ดื่มประจำ ร้อยละ 66.9 ก็ไม่เห็นด้วย

ทั้งนี้ เพราะมีความกังวลเรื่องความไม่ปลอดภัยในการเดินทาง เสียงดังรบกวน/ความรำคาญ และความเสี่ยงในการถูกคุกคามทางเพศ

“เรายังพบว่า 86% ของผู้ตอบแบบสอบถามยังจำเหตุการณ์คนเมาก่อเหตุข่มขืนแล้วฆ่าเด็กหญิงวัย 13 ปีบนขบวนรถไฟ แล้วโยนศพออกจากหน้าต่างรถไฟเพื่ออำพรางคดีเมื่อปี 2557 ได้ ซึ่งเหตุการณ์นั้นก็เป็นที่มาของการออกกฎหมายห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนรถไฟและบริเวณสถานี เราได้ส่งรายงานการสำรวจชุดนี้เข้าที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปแล้ว ที่ประชุมควรนำมาประกอบการพิจารณาอย่างรอบคอบ” รศ.ดร.นพ.อุดมศักดิ์กล่าว

ด้านนายธีรภัทร์ คหะวงศ์ ผู้ประสานงานเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน (ขสย.) กล่าวว่า รู้สึกผิดหวังกับรัฐบาลที่มุ่งแต่ใช้นโยบายเพิ่มอบายมุขเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะนโยบายด้านเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่มีความพยายามจะยกเลิกเวลาห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลา 14.00-17.00 น. ยกเลิกการห้ามขายในวันสำคัญทางพุทธศาสนา ให้ขายออนไลน์ได้ โดยให้เร่งไปศึกษาข้อมูลและจะให้มีผลก่อนสงกรานต์ปีนี้ หรือแม้แต่ความพยายามในการให้มีการขายและดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนขบวนรถและสถานีรถไฟ ซึ่งทราบว่า จะมีการเสนอเข้าที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันที่ 21 ก.พ.นี้

Advertisement

จึงอยากเรียกร้องให้คณะกรรมการ คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หนักแน่นและกล้าหาญมากพอ ที่จะปกป้องคุ้มครองสุขภาพของประชาชนตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย มากกว่าโอนอ่อนไปตามผลประโยชน์ทางธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะท้ายที่สุดแล้วปัญหาทุกอย่างจะไหลมากองรวมอยู่ที่การบำบัดรักษาของฝ่ายสาธารณสุข คิดเป็นมูลค่าความสูญเสียกว่า 1.7 หมื่นล้านบาท เข้าไปแล้วยังไม่พออีกหรือ

“เข้าใจว่ารัฐบาลอยากกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่คำถามสำคัญคือนโยบายส่งเสริมการกินดื่มเหล่านี้ผลประโยชน์จะเกิดขึ้นกับใคร ประชาชนส่วนใหญ่จะได้ประโยชน์จากแนวนโยบายนี้มากน้อยแค่ไหน เมื่อเทียบกับผลกระทบต่อสังคมที่เกิดขึ้น มีคนป่วย เจ็บ ตาย พิการ ในขณะที่กลุ่มคนที่ได้ประโยชน์แทบไม่ได้มาร่วมรับผิดชอบอะไรเลย

และการที่กลุ่มธุรกิจกล่าวอ้างว่าจะได้ประโยชน์กว่าห้าหมื่นล้านนั้น ที่มาที่ไปของตัวเลขมาจากไหน น่าเชื่อถือเพียงใด ที่อ้างว่าเป็นแรงจูงใจสำคัญให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้นจริงหรือ เพราะไม่เคยพบข้อมูลว่านักท่องเที่ยวมีแรงจูงใจสำคัญมาจากการกินดื่ม แล้วที่ทำไปแล้วคือการขยายเวลาสถานบริการใน 5 พื้นที่นำร่องผ่านมา 1 ปีแล้ว ผลสรุปเป็นอย่างไร ได้สรุปบทเรียนกันหรือยัง

เพราะที่แน่ ๆ อุบัติเหตุที่เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว ตัวเลขมันชัดเจนมาก ตรงนี้ใครรับผิดชอบ ซึ่งในความเป็นจริงต้องทบทวนและยกเลิกมาตรการเสียด้วยซ้ำ” นายธีรภัทร์กล่าว