อุตฯ เตรียมเสนอ ครม.เคาะห้ามนำเข้าซากขยะอุตสาหกรรมเศษพลาสติกอิเล็กทรอนิกส์
อุตฯ เตรียมเสนอ ครม.เคาะห้ามนำเข้าซากขยะอุตสาหกรรมเศษพลาสติกอิเล็กทรอนิกส์-ตั้ง รมว.ทรัพยากรฯนั่งหัวโต๊ะคุมเข้ม กม.บริหารจัดการขยะ
นายพสุ โลหารชุน ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน ได้มีมติห้ามการนำเข้าซากอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติก ซึ่งการห้ามนำเข้าซากอิเล็กทรอนิกส์นั้นกระทรวงอุตสาหกรรมจะดำเนินการสั่งการตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) โรงงาน 2535 ตามมาตรา 32 วรรค 2 ที่กำหนดห้ามใช้วัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศเพื่อประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ความมั่นคง ความปลอดภัยของประเทศหรือสาธารณชน ส่วนกรณีห้ามนำเข้าเศษพลาสติกนั้น ปัจจุบันอำนาจของพ.ร.บ.การส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า 2522 ของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมอบอำนาจให้กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการ อย่างไรก็ดี กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) จะลงนามระงับใบอนุญาตขอนำเข้า และลงนามห้ามนำเข้าทั้ง 2 กรณี ภายในสัปดาห์หน้าเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป

ด้านนายมงคล พฤกษ์วัฒนา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กล่าวว่า ปัจจุบันไทยนำเข้าซากอิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบที่อยู่ในซากตามอนุสัญญาบาเซลด้วยการควบคุมการเคลื่อนย้ายข้ามแดนของเสีย โดยปี 2560 ปริมาณ 53,000 ตัน/ปี ซึ่งครึ่งปีนี้นำเข้ามาแล้ว 37,000 ตันต่อปี จากผู้ได้รับใบอนุญาตนำเข้า 7 ราย ส่วนมากจากประเทศฮ่องกงและสิงคโปร์ ดังนั้นหากไทยไม่นำเข้าก็ไม่ถือว่าเป็นการผิดอนุสัญญาบาเซลเพราะห้ามเป็นเฉพาะรายการที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ส่วนกรณีผู้นำเข้าทั้งหมด 5 รายนั้น ได้ถูกพักใบอนุญาตอยู่แล้ว และอีก 1 ราย ที่โควต้านำเข้าเต็มอัตรา เหลือเพียง 1 รายคือ บริษัท ฟูจิ จีร็อกซ์ อีโค-แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด ที่เหลือโควต้านำเข้าอีกจำนวน 2,400 ตัน ดังนั้นหากต้องการนำเข้าต่อไปจะต้องพิจารณาผ่านคณะอนุกรรมการเพื่อบูรณาการการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่นำเข้าจากต่างประเทศอย่างมีระบบ ที่มี พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน เป็นผู้พิจารณาเป็นรายกรณี
ทั้งนี้ ปัจจุบันมีผู้นำเข้าเศษพลาสติกประมาณ 29 ราย ปี 2560 ปริมาณ150,000 ตัน/ปี และปี 2561 นำเข้ามาแล้ว 110,000 ตัน/ปี ซึ่งเร็วๆนี้ รัฐบาลจะมีการออกกฎหมายภายใต้ร่างพ.ร.บ.การจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์และซากผลิตภัณฑ์อื่น พ.ศ…. เสนอโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อเข้ามาควบคุม บริหารจัดการ ซากอิเล็กทรอนิกส์อย่างเต็มประสิทธิภาพ
“ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรม ได้กำชับให้กำกับดูแล และสั่งการ เฉียบขาดกับผู้ประกอบการที่ดำเนินการไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ระงับและหยุดประกอบกิจการหากตรวจพบกระทำผิด และบังคับใช้กฎหมายกับโรงงานและสถานประกอบการที่ไม่ได้มาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดี หากมีผู้ใดอ้างตัวว่าสามารถคุ้มครอง หรือเรียกรับทรัพย์ เพื่อจะมาช่วยเหลือดำเนินการให้พ้นความผิด ขอให้แจ้งกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อที่จะดำเนินการตามกฎหมาย หากเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ก็จะดำเนินการอย่างเฉียบขาด ไม่ว่าจะเกี่ยวกับการนำเข้าของเสีย การประกอบกิจการโดยมิได้รับอนุญาต และจะติดตามขยายผลเพื่อกำจัดขบวนการนี้ให้สิ้นซาก” นายมงคลกล่าว