THE KLINIQUE โหมตลาดศัลยกรรม 76,500 ล้าน ดึงเทรนด์สวยติดแกลม ชิง 3 ฐานลูกค้าใหม่ Gen Z-ภูธร-ต่างชาติ ผนึกมิกซ์ เฉลิมศรี, จ๊ะ นงผณี มหาดไทย ทำมิวสิกมาร์เก็ตติ้ง พร้อมทุ่ม 300 ล้าน ปักธง 10 สาขา หวังดันรายได้ปี’68 โต 20-30%
นายแพทย์อภิรุจ ทองวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะคลีนิกค์ คลินิกเวชกรรม จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารคลินิกความงาม THE KLINIQUE ฉายภาพว่า ตลาดศัลยกรรมและความงามของประเทศไทยในปี 2568 จะมีมูลค่า 76,500 ล้านบาท เติบโตขึ้น 2.8% จากปี 2567 โดยแบ่งสัดส่วนเป็นบริการแบบไม่ผ่าตัด 75% และแบบผ่าตัด 25% ส่วนคลินิกความงามมีผู้ประกอบการประมาณ 2,000 ราย และมีจำนวนคลินิกกว่า 2,500 แห่ง
ทั้งนี้คาดว่า ตลาดจะเติบโตต่อเนื่อง จนในอีก 7 ปีข้างหน้าตลาดรวมจะมีมูลค่าเพิ่มเป็น 130,000 ล้านบาท
ดีมานด์ชาวอินโดนีเซียมาแรง
แนวโน้มเติบโตต่อเนื่องนี้มาจากดีมานด์ของทั้งผู้บริโภคไทยและชาวต่างชาติ โดยผู้บริโภคไทยสนใจความสวยความงามมากขึ้น เนื่องจากโอกาสในการต่อยอดสร้างรายได้ เช่น การไลฟ์ขายสินค้า ส่วนชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาใช้บริการเนื่องจากราคาที่เข้าถึงง่ายและคุณภาพที่ทัดเทียมผู้นำตลาดอย่างเกาหลีใต้
ทั้งนี้ชาวอินโดนีเซียกำลังเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงสำหรับธุรกิจศัลยกรรมของไทย เนื่องจากระยะทางที่ใกล้ และความคุ้มค่าของราคาต่อคุณภาพที่สูงกว่าเกาหลีใต้ รวมถึงการที่ในอินโดนีเซียยังไม่มีผู้ให้บริการด้านศัลยกรรมความงามมากนัก ทำให้ชาวอินโดนีเซียนิยมเดินทางเข้ามาใช้บริการในไทย
สวยติดแกลม โอกาสสำคัญ ธุรกิจความงาม
หนึ่งในโอกาสสำคัญของธุรกิจศัลยกรรมและความงามของไทย มาจากเทรนด์สวยติดแกลม (Glamorous Beauty) หรือความสวยแบบผู้ดี ดูรวย ด้วยปัจจัยอย่างผิวเรียบสม่ำเสมอ ตึงกระชับ สีผิวเป็นธรรมชาติ มีเหลี่ยมมุมที่รับและสะท้อนแสงได้ดี เป็นต้น
เทรนด์นี้ส่งผลให้ความต้องการใช้บริการศัลยกรรมความงามเกี่ยวกับผิวเพิ่มมากขึ้น เช่น การยกระชับ, การใช้ไบโอสติมูเลเตอร์ (Biostimulator) หรือการใช้สารฟื้นฟูผิว รวมไปถึงการใช้เลเซอร์ เป็นต้น

บริการกำจัดขน ไม้เด็ดชิงลูกค้าใหม่
นายแพทย์อภิรุจกล่าวต่อไปว่า เพื่อชิงสร้างฐานลูกค้าใหม่ ๆ และสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ ตามเป้าผลักดันรายได้ให้โต 20-30% ในปี 2568 นี้จึงตัดสินใจโฟกัสด้านบริการกำจัดขน ซึ่งเป็นบริการที่เข้าถึงง่ายทุกระดับกำลังซื้อ ด้วยค่าใช้จ่ายประมาณ 800-1,000 บาท รวมถึงมีความต้องการใช้บริการจากทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ไม่ว่าจะเป็นการกำจัดขนบริเวณรักแร้ ใต้ร่มผ้า ขา ฯลฯ รวมไปถึงหนวดเครา
จึงเป็นโอกาสที่จะดึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่ ๆ เข้ามาใช้บริการเป็นครั้งแรก ก่อนจะต่อยอดไปสู่บริการอื่น ๆ ในอนาคตตามเทรนด์สวยติดแกลม

ผนึก “มิกซ์ เฉลิมศรี” “จ๊ะ นงผณี มหาดไทย”
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เดอะคลีนิกค์ คลินิกเวชกรรม เปิดเผยว่า เพื่อโปรโมตบริการกำจัดขนไปยังผู้บริโภคกลุ่มใหม่ ๆ บริษัทจึงใช้กลยุทธ์มิวสิกมาร์เก็ตติ้ง ในรูปแบบเพลงลูกทุ่ง ซึ่งตอบโจทย์ของบริการกำจัดขนซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้คนไม่ค่อยกล้าพูดถึง และเป็นแนวเพลงที่นิยมในต่างจังหวัด
โดยผนึกกำลังกับ 2 ศิลปิน คือ BADMIXY หรือ “มิกซ์ เฉลิมศรี” ศิลปิน นักร้อง นักแต่งเพลงยุคใหม่ และ “จ๊ะ นงผณี มหาดไทย” นักร้องลูกทุ่งชื่อดัง ที่มีจุดเด่นคือ ความสนุก ขี้เล่น ตรงไปตรงมา มาร่วมร้องและแต่งเพลง “ถ้าพี่ไม่ชัวร์ หนูอยากโดน (เล)” ซึ่งเน้นทำให้การพูดเรื่องขนให้เข้าไปในชีวิตคนไทยได้อย่างแนบเนียนเป็นธรรมชาติ
รวมถึงยังมี “ปอป้อ ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย” นักกีฬาแบดมินตันขวัญใจคนไทยมาร่วมแสดงในมิวสิกวิดีโอด้วย
ทั้งนี้เชื่อว่าจะสามารถสร้างการรับรู้แบรนด์ THE KLINIQUE ไปยังฐานแฟนคลับของศิลปิน และเหล่าผู้ชื่นชอบเพลงลูกทุ่งได้แน่นอน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ Gen Z ที่เดิมมีสัดส่วน 10% ขึ้นเป็น 15-20% เพื่อต่อยอดสร้างลูกค้าประจำในระยะยาว
ทุ่ม 300 ล้าน ปักธงสาขา-ชิงตลาดต่างจังหวัด
นอกจากการโปรโมตบริการกำจัดขนเพื่อชิงสร้างฐานลูกค้าใหม่แล้ว ปี 2568 นี้บริษัทยังทุ่มงบฯ 300 ล้านบาท เพื่อเพิ่มเครื่องมือแพทย์ และขยายสาขาเพิ่มอีก 10 สาขา แบ่งเป็น 5 สาขาในกรุงเทพฯ และอีก 5 สาขาในต่างจังหวัด อาทิ เซ็นทรัล เชียงราย ซึ่งมีชาวเมียนมาและเกาหลีใต้จำนวนมาก เช่นเดียวกับสาขาเซ็นทรัล สุราษฎร์ธานี ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเยอะเช่นกัน ส่งผลให้สิ้นปี 2568 จะมีสาขารวม 80-82 สาขา
สอดคล้องกับเป้าเพิ่มจำนวนลูกค้าต่างชาติ เช่น อินโดนีเซีย ซีแอลเอ็มวี และจีน ให้เพิ่มขึ้นจาก 10-12% เป็น 15-20% ภายใน 2 ปี เนื่องจากเป็นกลุ่มที่จับจ่ายสูงกว่าลูกค้าชาวไทยถึง 2 เท่าหรือเฉลี่ยครั้งละ 36,000 บาท จากการทำจมูก, หน้าอก, ดูดไขมัน ฯลฯ ขณะที่ลูกค้าชาวไทยใช้จ่ายเฉลี่ย 18,000 บาท/คน/ครั้ง
ทั้งนี้เชื่อว่า ด้วยกลยุทธ์การขยายสาขา ชูบริการกำจัดขน และมิวสิกมาร์เก็ตติ้ง จะช่วยให้บริษัทสามารถเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ที่ไม่เคยมาใช้บริการ ทั้งกลุ่ม Gen Z กลุ่มอายุต่ำกว่า 35 ปี และกลุ่มลูกค้าต่างจังหวัด รวมไปถึงชาวต่างชาติ รวมถึงสร้างการเติบโตของรายได้เพิ่มขึ้น 20-30% ตามที่ตั้งเป้าไว้