เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

แนะ 5 ข้อเก็บซากคอนกรีต โอกาสสุดท้ายหาความจริง ตึก สตง. ถล่ม

05 พ.ค. 2568 | 14:33น.
ดร.อมร พิมานมาศ แนะ 5 ข้อ เก็บตัวอย่างคอนกรีตในตึก สตง.ที่ถล่มลงมา

ดร.อมร พิมานมาศ แนะ 5 ข้อ เก็บตัวอย่างคอนกรีตในตึก สตง.ที่ถล่มลงมา

ศ.ดร.อมร พิมานมาศ นายกสมาคมวิศวกรโครงสร้างแห่งประเทศไทย และอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เปิดเผยว่า การถล่มของอาคาร สตง. เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา ยังคงเป็นคำถามถึงสาเหตุว่าอาคารสูงและใหญ่ขนาดนั้นทำไมถึงถล่มได้อย่างง่ายดาย

ขณะนี้ผ่านมาแล้วเดือนเศษยังไม่มีคำตอบถึงสาเหตุการพังถล่ม แม้มีการวิเคราะห์ถึงสาเหตุต่าง ๆ นานา แต่ยังไม่มีข้อยุติ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 พ.ค. 2568 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปเจาะเก็บตัวอย่างลูกปูน เพื่อนำไปทดสอบกำลังอัดว่าได้ตามที่ออกแบบหรือไม่ มีกระแสวิจารณ์ถึงการเก็บลูกปูนที่เก็บเฉพาะบางตำแหน่งที่สมบูรณ์เท่านั้น หรือไม่อย่างไร

ทั้งนี้ จากการที่ได้เดินทางไปดูพื้นที่อาคาร สตง.ถล่มเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา มีข้อคิดเห็นว่าขณะนี้หน้างานได้รื้อถอนซากอาคารจนถึงระดับพื้นดินแล้ว ตอนนี้เป็นโอกาสสุดท้ายที่จะเข้าถึงผนังปล่องลิฟต์ ที่ยังคงเหลือซากอยู่บางส่วนบริเวณชั้นใต้ดิน และเป็นจุดที่คาดว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นการถล่ม

การพิสูจน์กำลังอัดของคอนกรีตที่ผนังปล่องลิฟต์จึงเป็นข้อมูลที่สำคัญอย่างมากในการหาสาเหตุการถล่ม

ศ.ดร.อมร พิมานมาศ กล่าวต่อว่า ได้เห็นภาพตัวอย่างการเก็บลูกปูนจากข่าว พบว่าเป็นการเก็บลูกปูนขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3-4 นิ้ว (75-100 มม.) ซึ่งเป็นก้อนลูกปูนขนาดใหญ่

และเก็บในบริเวณผนังที่มีความสมบูรณ์ ทำให้มีกระแสโต้แย้งว่าการเก็บลูกปูนดังกล่าวครอบคลุมหรือไม่ อย่างไร หรือมีการเลือกเก็บเฉพาะบางบริเวณหรือไม่นั้น

ในประเด็นนี้ มีความเห็นเพิ่มเติม ดังนี้

1.การเก็บตัวอย่างลูกปูนควรต้องมีการวางแผนล่วงหน้า พร้อม ๆ กับการรื้อซากตึกถล่ม เนื่องจากโครงสร้างแต่ละส่วน เช่น เสา คาน ผนัง พื้น ใช้คอนกรีตที่มีกำลังอัดไม่เท่ากัน ควรวางแผนว่าวันไหนเก็บลูกปูนตรงโครงสร้างบริเวณใด และต้องทำเครื่องหมาย มีภาพถ่ายชัดเจน เพื่อใช้เป็นหลักฐานภายหลัง

2.การเก็บลูกปูนควรเก็บกระจายสุ่มให้ทั่วอย่างครอบคลุมตามหลักสถิติ จะได้ค่าสูงสุด ค่าต่ำสุด ค่าเฉลี่ย ค่าความแปรปรวน ต้องมีจำนวนลูกปูนที่มากพอ และควรเก็บทั้งบริเวณที่สมบูรณ์และไม่สมบูรณ์ เพื่อนำข้อมูลไปวิเคราะห์ในเชิงเปรียบเทียบกันได้

3.การเก็บลูกปูนมีหลายวิธี ควรนำเทคโนโลยีและงานวิจัยสมัยใหม่มาร่วมเก็บข้อมูลด้วย เช่น ในบริเวณโครงสร้างที่ไม่สมบูรณ์ และไม่สามารถเก็บลูกปูนขนาดใหญ่ได้ สามารถเก็บลูกปูนขนาดเล็กที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 1 นิ้ว (25 มม.) ตามมาตรฐาน NDST 3439 ของประเทศญี่ปุ่น

หรือสามารถเก็บผงปูนไปวิเคราะห์หากำลังอัดตามแนวทางงานวิจัยของมหาวิทยาลัยโตเกียวที่เพิ่งมีรายงานผลการวิจัยเมื่อปี 2566 ที่ผ่านมา

4.ควรเชิญผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์และการหากำลังอัดของคอนกรีตจากซากคอนกรีตมาร่วมให้ข้อแนะนำด้วย จะทำให้เห็นมุมมองจากต่างชาติทางด้านนิติวิศวกรรมศาสตร์

5.ซากชิ้นส่วนที่เก็บตัวอย่างแล้วไม่ควรทำลายทิ้งทันที แต่ควรตัดแบ่งเป็นชิ้นย่อย แล้วนำไปเก็บไว้เป็นหลักฐาน ที่ทำให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถนำมาวิเคราะห์ในภายหลังได้

ศ.ดร.อมร พิมานมาศ กล่าวว่า เป็นที่น่าเสียดายมาก หากเราไม่ดำเนินการ 5 ข้อข้างต้นนี้ การเก็บข้อมูลวัสดุก็อาจเป็นเรื่องที่ไม่มีน้ำหนักพอ และมีข้อโต้แย้งได้ในภายหลัง

และตอนนี้เหลือเวลาไม่มากแล้วที่หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงควรจะต้องพิจารณาแนวทางเก็บข้อมูลให้เหมาะสม เพราะหลังจากนี้จะย้อนกลับมาเก็บข้อมูลอีกคงเป็นไปไม่ได้แล้ว