วิเคราะห์สาเหตุ ที่ยักษ์อุตสาหกรรม “พานาโซนิค” ต้องตัดสินใจเลิกจ้างพนง. 10,000 ตำแหน่งทั่วโลก ภายในปีงบฯ ที่จะสิ้นสุดมีนาคม 2026 พร้อมคาดการณ์ธุรกิจในเครือที่จะได้รับผลกระทบ
เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2025 สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่ง รายงานว่า พานาโซนิค โฮลดิ้ง หนึ่งในยักษ์อุตสาหกรรมสัญชาติญี่ปุ่น ประกาศแผนลดจำนวนพนักงานครั้งใหญ่ จำนวน 10,000 ตำแหน่ง หรือมากกว่า 4% ของจำนวนพนักงานทั้งหมด โดยแบ่งเป็นในญี่ปุ่น 5,000 ตำแหน่ง และทั่วโลกอีก 5,000 ตำแหน่ง ซึ่งกระบวนลดพนักงานนี้ ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นภายในปีงบฯ ที่จะสิ้นสุดในเดือนมีนาคม 2026
สำหรับสาเหตุที่พานาโซนิคตัดสินใจลดพนักงานครั้งใหญ่นี้ เชื่อว่ามาจาก 2 สาเหตุ ประกอบด้วย
ต้นทุนคงที่สูง – กำไรตกต่ำ
พานาโซนิคมีปัญหาผลกำไรต่ำมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว โดยช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ยักษ์อุตสาหกรรมมีอัตรากำไรจากการดำเนินงานต่อปีอยู่ในช่วง 3.4% – 5% เท่านั้น ซึ่งตามหลังคู่แข่งสัญชาติญี่ปุ่นด้วยกันอย่าง Sony และ Hitachi
สะท้อนจากผลประกอบการปีงบฯ ล่าสุดซึ่งสิ้นสุดเมื่อ มี.ค. 2025 นั้น พานาโซนิคมีกำไรสุทธิลดลง 17.5% เหลือ 3.66 แสนล้านเยน รวมถึงคาดการณ์ว่า ในปีงบฯ ที่จะสิ้นสุด มี.ค. 2026 กำไรสุทธิจะลดลงอีก 15.6% เป็น 3.1 แสนล้านเยน
“ยูกิ คูซูมิ” กล่าวว่า เมื่อเทียบกับบริษัทอื่น ๆ ในอุตสาหกรรมเดียวกันที่ต่างผ่านการโครงสร้างไปแล้วนั้น อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขาย ค่าใช้จ่ายทั่วไป และค่าใช้จ่ายในการบริหารของพานาโซนิคยังคงอยู่ในระดับ “สูงเป็นพิเศษ”
ดังนั้นเพื่อการเตรียมความพร้อมเดินหน้าธุรกิจระยะยาว 10 – 20 ปี ข้างหน้า และเสริมศักยภาพการทำกำไรให้สามารถกลับมา “ไล่ล่าการเติบโตได้อีกครั้ง” จึงจำเป็นต้องยกเครื่องโครงสร้างต้นทุนคงที่อย่างเร่งด่วน ด้วยการควบรวมแผนกขายและกลุ่มงานหลังบ้านหรือ backoffice ของแต่ละบริัษัทในเครือ พร้อมกับลดการลงทุน หรือยกเลิกธุรกิจที่ไม่ทำกำไร
โดยแม้การลดจำนวนพนักงาน 10,000 ตำแหน่ง จะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างประมาณ 130,000 ล้านเยน หรือประมาณ 895 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่จะส่งผลบวกต่อการทำกำไรของบริษัทมากกว่า 300,000 ล้านเยนภายในเดือนมีนาคม 2029 พร้อมกันนี้ยังตั้งเป้าอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นและอัตรากำไรจากการดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้วให้สูงกว่า 10% การปฏิรูปการจัดการในปัจจุบันมีเป้าหมายที่จะเพิ่มผลกำไรอย่างน้อย 150,000 ล้านเยน
“การลดจำนวนพนักงานเป็นสิ่งจำเป็น “เพื่อให้เราสามารถดำเนินการได้ในระดับที่สามารถแข่งขันกับบริษัทอื่นได้” ยูกิ คูซูมิ ให้สัมภาษณ์กับนิคเคอิ เมื่อเดือนเมษายน 2025
แข่งเดือดแบรนด์จีน ทำส่วนแบ่งตลาดลด
นอกจากต้นทุนคงที่ที่สูงแล้ว การเสียส่วนแบ่งตลาดในธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าอาจเป็นอีกสาเหตุ โดยช่วงหลายปีที่ผ่านมา พานาโซนิค ยังสูญเสียส่วนแบ่งตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแค่ตลาดต่างประเทศอย่าง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่รวมไปถึง ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตลาดบ้านเกิดด้วย เนื่องจากแบรนด์จีนอย่าง Haier Group และ Midea Group เริ่มส่งสินค้าคุณภาพสูงเข้าสู่ตลาด เช่น ตู้เย็น ไมโครเวฟ รวมถึงทีวี ที่กำลังเผชิญความท้าทายในตลาดต่าง ๆ ทั่วโลกเช่นกัน
โดย “ยูกิ คูซูมิ” (Yuki Kusumi) กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของ พานาโซนิค โฮลดิ้ง เคยกล่าวไว้เมื่อเดือนก.พ. 2025 “ยูกิ คูซูมิ” ถึงความเป็นไปได้ที่อาจต้องขายธุรกิจทีวีออกไปหากมีความจำเป็น
ก่อนที่เมื่อวันศุกร์ที่ 10 พ.ค. 2025 จะระบุว่า อยู่ระหว่างพิจารณาตัวเลือกต่าง ๆ สำหรับอนาคตของธุรกิจทีวี อาทิ เพิ่มหาความร่วมมือจากพันธมิตรภายนอก หลังปัจจุบันพานาโซนิคเอาท์ซอสการผลิตทีวีบางส่วนให้ผู้ผลิตรายอื่นในเอเชียอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารใหญ่ของพานาโซนิคปฏิเสธที่จะให้รายละเอียดของแนวทางฟื้นธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านโดยรวม
คาดธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า-ฝ่ายงานหลังบ้านกระทบหนัก
สำหรับกลุ่มธุรกิจในเครือพานาโซนิคที่จะได้รับผลกระทบจากแผนลดกำลังคนในครั้งนี่นั้น แม้ในแถลงการณ์ของบริษัทจะไม่ระบุรายละเอียดชัดเจน แต่จากแนวทางปรับโครงสร้างที่เปิดเผยออกมา คาดว่า ฝ่ายขาย โดยเฉพาะของธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านจะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด รองลงมาเป็นกลุ่มงานหลังบ้าน
จับตาอนาคตยักษ์อุตสาหกรรม
แม้จะประกาศแผนปรับโครงสร้างครั้งใหญ่เพื่อคุมต้นทุนและเสริมศักยภาพแข่งขัน แต่ พานาโซนิค ยังเผชิญ ความท้าทาย ในด้านการกำหนดทิศทางว่าจะโฟกัสกับธุรกิจใด หลังทีมบริหารชุดก่อนโฟกัสธุรกิจที่เกี่ยวกับยานยนต์ ส่วนชุดปัจจุบัน “ยูกิ คูซูมิ” ซึ่งเข้ามานั่งตำแหน่งซีอีโอเมื่อปี 2021 นั้นหันมาโฟกัสกับ แบตเตอรี่รถ EV และ ฮีทปั๊ม ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำหรับระบบปรับอากาศ
ในขณะที่คู่แข่งอย่าง โซนี่ และ ฮิตาชิ มุ่งไปทางธุรกิจบันเทิง, เทคโนโลยีดิจิทัล และพลังงาน อย่างชัดเจน