เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เบื้องหลังความสำเร็จลิเวอร์พูล พลัง ‘Big Data’ หนุนสู่แชมป์พรีเมียร์ลีก

14 พ.ค. 2568 | 14:13น.
ลิเวอร์พูล แชมป์พรีเมียร์ลีก

ลิเวอร์พูล แชมป์พรีเมียร์ลีก

เบื้องหลังความสำเร็จของลิเวอร์พูล “ดร.สมเกียรติ” ชี้ พลังแห่ง “Big Data” หนุนสู่แชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ปัจจุบันกีฬาไม่ใช่ความสนุกสนานอย่างเดียว แต่คือการลงทุนในการวิเคราะห์ข้อมูล

ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์” ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เผยว่า ทุกทีมในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ แข่งขันกันสูงมาก และบ่อยครั้งทีมที่มีรายได้สูง จากเจ้าของที่เป็นเศรษฐีน้ำมันจะเป็นแชมป์

แต่ทีมที่ใช้เงินแบบจำกัดตามอัตภาพจะชนะได้ ต้องมีพลังของข้อมูลขนาดใหญ่ หรือ “Big Data” ซึ่งลิเวอร์พูลเป็นหนึ่งในทีมที่บุกเบิกเรื่องนี้อย่างจริงจัง

สิ่งที่หลายคนไม่รู้ เบื้องหลังความสำเร็จของลิเวอร์พูลคือการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ จากหนังสือ “How to Win the Premier League” ของ “เอียน เกรแฮม” อดีตผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของลิเวอร์พูล ซึ่งเป็นอีกคนที่บุกเบิกในการเอาข้อมูลขนาดใหญ่มาวางกลยุทธ์ของฟุตบอล ทำให้รู้ว่าปัจจุบันกีฬาไม่ใช่แค่ความสนุกสนานเพียงอย่างเดียว แต่คือการลงทุนในการวิเคราะห์ข้อมูล

ตัวอย่างที่ชัดเจนและเห็นผลมานักต่อนักแล้ว คือการนำ Data มาใช้ในเรื่องการซื้อ-ขายนักเตะ ทำอย่างไรให้ซื้อไม่แพง แต่ซื้อมาแล้วฝีเท้าดี เหมาะสมกับทีม แต่ถ้าซื้อผิดพลาดก็จะเหมือนกับหลาย ๆ ทีมที่ทุ่มซื้อแล้วใช้งานไม่ได้

ลิเวอร์พูล ประสบความสำเร็จในการใช้ข้อมูลของนักเตะ ผ่านการเก็บข้อมูลที่ละเอียด และสามารถซื้อหลายคนในราคาถูกได้ เช่น “แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน” ที่ถูกซื้อจากทีมตกชั้นอย่าง “ฮัลล์ซิตี” เมื่อปี 2017 ตอนนั้นคนมองว่าทีมตกชั้นที่เสียประตูเยอะ กองหลังจะดีได้อย่างไร แต่การวิเคราะห์ของลิเวอร์พูลพบว่า นั่นไม่ใช่ปัญหาที่เกิดจากโรเบิร์ตสัน และสุดท้ายก็ซื้อมาได้ในราคาถูก ด้วยค่าตัวเพียง 8 ล้านปอนด์

ส่วนนักเตะที่ซื้อมาแพงอย่าง “เฟอร์จิล ฟาน ไดค์” ด้วยราคา 75 ล้านปอนด์จาก “เซาแทมป์ตัน” เป็นสถิติกองหลังแพงสุดในโลกขณะนั้น คนก็ย่อมสงสัยว่าจะคุ้มมั้ย และปรากฏว่าฝีเท้าคุ้มสุดคุ้ม

หรือจะเป็น “โมฮาเหม็ด ซาลาห์” ที่ถูกมองว่าล้มเหลวในลีกอังกฤษ เนื่องจากไม่สามารถประสบความสำเร็จกับเชลซีได้ แต่ลิเวอร์พูลก็ซื้อมาจาก “โรม่า” เมื่อปี 2017 ด้วยด้วยค่าตัว 36 ล้านปอนด์ และหลังจากนั้นก็เฉิดฉาย ทั้งหมดนี้เป็นเพราะการวิเคราะห์ข้อมูลที่ชี้ให้เห็นว่านักเตะคนไหนเหมาะกับลิเวอร์พูล

ล่าสุด คือการเลือกโค้ชได้ถูกคน จนนำมาซึ่งแชมป์ในฤดูกาลนี้ การเลือกโค้ชนั้นเป็นสิ่งที่ยากมาก ตอนแรกที่เวอร์พูลได้ “อาร์เน่ สล็อต” เข้ามา เกิดการตั้งคำถามว่าคนนี้เป็นใคร จะมาเป็นตัวแทน “เจอร์เกน คล็อปป์” ได้หรือไม่ ดังนั้น แสดงว่าการเลือกสล็อตมาหมายถึงพลังของข้อมูลที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด

ลิเวอร์พูล แชมป์พรีเมียร์ลีก
ภาพจาก สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)

อย่างไรก็ตาม การเลือกนักเตะและโค้ช ไม่ได้แปลว่าต้องใช้ข้อมูลเพียงอย่างเดียว แต่ต้องใช้ข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจของผู้บริหาร และทีมสเกาท์ที่ไปดูฟอร์มในสนามจริง ๆ ถ้าความต้องการของทีมข้อมูล ทีมสเกาท์ และทีมผู้บริหารตรงกันถึงจะซื้อได้ แต่ถ้าทีมข้อมูลไม่เห็นด้วย ก็จะไม่เดินหน้าต่อ

จริงอยู่ที่ปัจจุบันทุกทีมก็เก็บข้อมูลกันหมด แต่มีทีมจำนวนมากเช่นกันที่ไม่เชื่อข้อมูล แต่เชื่อความรู้สึก ซึ่งความสำเร็ของลิเวอร์พูลเกิดจากการยึดถือข้อมูลเป็นเสาหลัก

นอกจากนี้ ลิเวอร์พูลยังใช้ข้อมูลที่นำหน้าและลึกกว่าทุกทีม จากข้อมูลทั่วไป เช่น โอกาสยิงประตู หรือการครองบอล สิ่งที่ลิเวอร์พูลทำคือการวิเคราะห์โอกาสทำประตู และประตูคาดหมาย ว่าตั้งแต่ง้างเท้ายิง จนยิงไปแล้ว โอกาสมันผิดกัน ทำให้การวิเคราะห์นั้นดีขึ้น การครองบอลต้องครองตำแหน่งใดจึงคุกคามฝ่ายตรงข้ามได้ดีที่สุด หรือคุมพื้นที่แบบไหนถึงมีโอกาสชนะ

อีกอย่างที่ลิเวอร์พูลเริ่มบุกเบิกแล้ว ถึงจะยังไม่ประสบความสำเร็จมากนัก คือ กลยุทธ์ในการเตะมุม ภายใต้การร่วมมือกับ “Google DeepMind” โดยใช้ AI ประกอบ ซึ่งน่าตื่นตาตื่นใจมาก และจะเป็นจุดสำคัญในการกำหนดความสามารถของการแข่งขันต่อไป

“สิ่งที่จำเป็นคือข้อมูลจุลภาคที่มีความละเอียด เช่น แต่ก่อนนักเตะจะต้องใส่เสื้อติด GPS เพื่อให้รู้ระยะ ความเร็ว และทิศทางการวิ่ง ซึ่งไม่สะดวกต่อนักกีฬา ทำให้เกิดการพัฒนาเป็นการใช้กล้องติดตามการเคลื่อนไหว และสามารถถ่ายนักกีฬาทั้ง 22 คนในสนามได้ วินาทีละ 25 เฟรม ซึ่งสามารถนำไปวิเคราะห์ต่อยอดอย่างละเอียดได้ด้วย AI นำไปสู่การวางกลยุทธ์ในเกม การรู้ความสามารถนักกีฬาแต่ละคน นี่คือการบริหารข้อมูลขนาดใหญ่ที่จะกำหนดการแข่งขัน ไม่ใช่เฉพาะเกมฟุตบอล แต่รวมถึงโลกธุรกิจด้วย ดังนั้น ทีมที่ได้ประโยชน์ คือทีมที่ลงทุนในด้านนี้อย่างจริงจัง” ดร.สมเกียรติกล่าว

ที่มา : สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล