เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

MTC โชว์กำไร Q1/68 อยู่ที่ 1,571 ล้านบาท พอร์ตสินเชื่อแตะ 1.67 แสนล้าน

15 พ.ค. 2568 | 11:10น.

บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล หรือ MTC ประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/68 มีกำไรสุทธิ 1,571 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.1% พอร์ตสินเชื่อแตะ 1.67 แสนล้านบาท คุมคุณภาพหนี้เสียไว้ที่ 2.69% พร้อมตั้งเป้าโตสินเชื่อปี’68 อยู่ที่ 10-15%

นายปริทัศน์ เพชรอำไพ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทย แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แม้เศรษฐกิจไทยในปี 2568 จะเผชิญกับความท้าทายจากการปรับขึ้นภาษีทางการค้าของสหรัฐ และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก MTC ยังคงมั่นใจว่า ด้วยกลยุทธ์การขยายพอร์ตสินเชื่อ ผ่านสาขากว่า 8,303 แห่ง ณ สิ้นไตรมาส 1/2568

พร้อมทั้งพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการ ภายใต้อัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรม ช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยเติบโตได้อย่างมั่นคงในทุกภาวะเศรษฐกิจ

ส่งผลให้ในไตรมาส 1/2568 พอร์ตสินเชื่อรวมอยู่ที่ 167,560 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.5% รายได้รวม 7,242 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.21% และกำไรสุทธิ 1,571 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตพอร์ตสินเชื่อปีนี้ไว้ที่ 10-15% และตั้งเป้าในการควบคุมสัดส่วนของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไว้ให้ไม่เกิน 2.70%

ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงดำเนินธุรกิจด้วยความมุ่งมั่นตามหลักธรรมาภิบาล พัฒนากระบวนการปล่อยสินเชื่อตลอดห่วงโซ่ของกิจการ เสริมสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากลูกค้า นักลงทุน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน จนได้รับการประเมินการกำกับดูแลกิจการระดับดีเลิศ (5 ดาว) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ควบคู่กับผลประเมินหุ้นยั่งยืน (ESG Ratings) ระดับ AAA จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ MSCI ESG Index ระดับ AA

อีกทั้งยังได้รับอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ระยะยาวสกุลเงินบาท (National Long-term Rating) ที่ A-(tha) จาก Fitch Ratings สะท้อนความเป็นผู้นำในธุรกิจไมโครไฟแนนซ์มาตรฐานระดับโลก (World-class Thai Microfinance)

ทั้งนี้ บริษัทยังได้ร่วมมือกับสถาบันการเงินชั้นนำระดับโลก เช่น บรรษัทการเงินระหว่างประเทศ (IFC), องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA)

และบริษัทเพื่อการลงทุนและการพัฒนาแห่งเยอรมนี (KfW DEG) เป็นต้น และยินดีที่จะร่วมมือกับแหล่งเงินทุนชั้นนำทั้งในและต่างประเทศอีกหลายแห่งในอนาคต เพื่อส่งเสริมศักยภาพลูกค้าในการดำเนินธุรกิจสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจฐานราก ยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชน รักษาเสถียรภาพทางสิ่งแวดล้อม พร้อมเป็นที่พึ่งพาทางการเงินและเติบโตเคียงคู่สังคมไทยอย่างยั่งยืน