ราคาน้ำมันดิบ (21 พ.ค.) ปรับลด หลังตัวเลขเศรษฐกิจจีนต่ำกว่าคาด
ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังตัวเลขเศรษฐกิจจีนที่ต่ำกว่าคาด ซึ่งอาจกดดันอุปสงค์น้ำมันดิบโลก
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับลด จากอุปสงค์น้ำมันดิบโลกที่ยังคงได้รับแรงกดดัน หลังการประกาศตัวเลขดัชนียอดค้าปลีกของจีนในเดือน เม.ย. 68 ที่เพิ่มขึ้นต่ำกว่าตลาดคาด แสดงถึงสภาพเศรษฐกิจ ที่อ่อนแอของจีน ซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่ของโลก อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์คาดว่าเศรษฐกิจจีนอาจฟื้นตัวได้บ้าง ภายหลังจากการชะลอการเก็บภาษีนำเข้าระหว่างจีน และสหรัฐเป็นเวลากว่า 90 วัน
โดยราคาน้ำมันเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 20 พ.ค. 68 อยู่ที่ 62.56 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.13 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 65.38 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.16 เหรียญสหรัฐ
หลังตลาดปิด สถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานสหรัฐ (API) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 16 พ.ค. 68 ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 2.499 ล้านบาร์เรล ซึ่งสวนทางจากที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับลดลง 1.85 ล้านบาร์เรล
อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันยังได้รับแรงหนุน หลังสหภาพยุโรปและอังกฤษประกาศมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียฉบับใหม่ หนึ่งวันหลังจากที่ประธานาธิบดีสหรัฐ พูดคุยกับรัสเซีย แต่ไม่ได้รับคำมั่นสัญญาที่จะหยุดยิงในยูเครน ขณะที่ยูเครนส่งสัญญาณพร้อมเจรจาข้อตกลง
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ จากอุปทานภูมิภาคที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หลังโรงกลั่น Formosa ของไต้หวันกลับมาดำเนินการผลิตอีกครั้ง ภายหลังจากที่ปิดซ่อมบำรุงไปในช่วงก่อนหน้า อย่างไรก็ดี ราคายังคงได้รับแรงหนุนจากตัวเลขนำเข้าน้ำมันเบนซินของออสเตรเลียในเดือน มี.ค. 68 ที่ปรับเพิ่มขึ้นกว่า 12.03% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังปริมาณนำเข้าน้ำมันดีเซลของอินเดียในเดือน มี.ค. 68 ปรับลดกว่า 20.43% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ขณะที่อุปทานภูมิภาคมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการกลับมาดำเนินการผลิตของโรงกลั่น Formosa ในไต้หวัน
