ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังสหรัฐเลื่อนเก็บภาษีจากอียูออกไปถึง 9 ก.ค. 68
ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังรัฐบาลสหรัฐประกาศเลื่อนการเก็บภาษีเพิ่มเติมกับอียูออกไปถึงวันที่ 9 ก.ค. 68
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้น หลังรัฐบาลสหรัฐประกาศเลื่อนการเก็บภาษีนำเข้าจากสหภาพยุโรปที่ระดับ 50% จากเดิมที่จะเริ่มต้นในเดือน มิ.ย. เป็นวันที่ 9 ก.ค. 68 โดยในห้วงเวลานี้สหรัฐจะยังคงเก็บภาษีกับสหภาพยุโรปที่ระดับ 10%
ตลาดจับตาการประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรี (JMMC) ของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันและชาติพันธมิตร (OPEC+) ในวันที่ 28 พ.ค. เพื่อทบทวนนโยบายการผลิต โดยคาดว่า OPEC+ จะมีมติปรับเพิ่มการผลิตน้ำมัน 411,000 บาร์เรลต่อวันในเดือน มิ.ย. หลังจากที่ได้ตกลงเพิ่มการผลิตไปก่อนหน้านี้
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนมีความตึงเครียดเพิ่มสูงขึ้น หลังรัสเซียเปิดฉากการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดต่อยูเครน นับตั้งแต่ความขัดแย้งเริ่มต้นขึ้นในปี 2565 จากเหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาวิจารณ์รัสเซียต่อการกระทำดังกล่าว
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังอุปทานน้ำมันเบนซินในภูมิภาคมีแนวโน้มปรับเพิ่มสูงขึ้นจากการกลับมาเปิดดำเนินการของโรงกลั่นในมาเลเซ๊ย
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังรัฐบาลสหรัฐประกาศเลื่อนการเก็บภาษีนำเข้ากับสหภาพยุโรปไปเป็นเดือน ก.ค. 68 ส่งผลให้ตลาดผ่อนคลายความกังวลต่อผลกระทบของมาตรภาษีต่อความต้องการใช้น้ำมันดีเซล
โดยราคาน้ำมันดิบเบรนต์ซื้อขายเมื่อ 26 พ.ค. 2568 อยู่ที่ 64.74 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +0.04 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสวันนี้ (ตลาดปิด)
