เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

แพทองธาร ลั่น ไทยรักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด วอนทุกฝ่ายไม่ใช่เวลาแบ่งฝ่าย

04 มิ.ย. 2568 | 13:59น.
แพทองธาร ชินวัตร

แพทองธาร ชินวัตร

นายกฯ ลั่นไทยยึดหลักสันติวิธี แต่รบไม่ขลาด มีเครื่องมือพร้อมรับปะทะ วอนทุกฝ่ายไม่ใช่เวลาแบ่งฝ่าย ต้องสามัคคี อย่าปล่อยเฟกนิวส์

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังประชุมคณะรัฐมนตรีถึงสถานการณ์บริเวณชายแดนไทยกัมพูชาบริเวณช่องบกอำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ว่า ได้เน้นย้ำเรื่องรวมกันเป็นหนึ่ง เพราะทุกวันนี้มีปัญหา และเป็นสิ่งสำคัญที่ประเทศไทยและคนไทยต้องรักกันสามัคคีกันและรวมกันให้ได้

เรื่องนี้ไม่ใช่การเมืองในประเทศที่ต้องแบ่งว่าฝ่ายรัฐบาลทำงานดีหรือไม่ดี ทหารทำอย่างนั้นอย่างดี แต่เป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันและขอความช่วยเหลือจากทุกสื่อ คนที่เป็นผู้มีอิทธิพลทางความคิด ไม่ว่าจะเป็นคนกลุ่มมากหรือกลุ่มน้อยต้องสื่อสารเรื่องนี้ว่าถึงเวลาที่มีปัญหาระหว่างประเทศ คนไทยต้องสามัคคีกัน ถึงจะมีแรงในการพูดคุยเจรจาและต่อสู้ ซึ่งต้องใช้ความเป็นหนึ่ง ความสามัคคีและความรักกันของคนในชาติ เพื่อสนับสนุนกัน

“รัฐบาลไม่ได้ว่าไม่ได้แปลว่าพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง และประชาชนคือประเทศไทย จึงขอความร่วมมือการให้ความเห็นหรือปล่อยข่าวเฟกนิวส์ เป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น หากถามว่ารัฐบาลเคลื่อนไหวอย่างไร ยืนยันว่าทำเรื่องนี้เต็มที่เพื่อรักษาอธิปไตยของเรา เป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นที่ต้องทำแน่นอน ส่วนรัฐบาลและทหาร ได้คุยกันตลอดว่าจะไปทางไหนอย่างไร ต้องมั่นใจ ในความเป็นประเทศไทยและเพลงชาติของเราบอกไว้ว่าไทยนี้รักสงบ แต่ถึงรบไม่ขลาด เราเตรียมพร้อมรักษาความปลอดภัยของคนไทยทุกคน”

“อาจมีคำถามว่าจะสงบสุขอย่างไรและคนที่อยู่ในพื้นที่ตรงนั้นสงบจริงหรือไม่ จะบอกว่าไม่ต้องสงสัยเราเตรียมเครื่องมือพร้อม หากปะทะขึ้นมาเราต้องพร้อมรับมือ ไม่ใช่ใช้สันติวิธีแล้วพอเกิดอะไรผิดพลาดแต่ไม่พร้อมอย่างนั้นไม่ได้ เราต้องพร้อมรับมือทุกรูปแบบ และเราเลือกสันติวิธี ไม่อยากให้ปะทะเสียเลือดเนื้อไม่ว่าจะเป็นคนของประเทศไหน ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น เรามีอุปกรณ์พร้อม เครื่องมือพร้อม และตอนนี้ยังพูดคุยได้ในทุกระดับ“ น.ส.แพทองธารกล่าว

นายกฯกล่าวว่า ช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จะลงไปในพื้นที่เพื่อดูเหตุการณ์หน้างาน ก่อนที่จะมีการพูดคุยการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ Joint Boundary Committee (JBC) ไทย-กัมพูชา วันที่ 14 มิ.ย.นี้ ที่จะคุยในรายละเอียด แต่ระหว่างนี้คนในชาติของเราต้องรักและเข้าใจกันเพราะความร่วมมือสำคัญมาก บางครั้งรายละเอียดที่คุยกันไม่สามารถนำมาแถลงได้ทั้งหมด ขอให้ทุกคนเข้าใจตรงนี้

“อย่ามองเรื่องการเมืองภาพที่เล็ก ที่คนไม่สนับสนุนกันจะต้องต่อสู้กัน ไม่จำเป็น และไม่ใช่นาทีนี้ วันนี้คนไทยต้องรวมกันเพื่อปกป้องพื้นที่ของเราและคนไทยด้วยกันเอง ตรงนี้สำคัญ“ นายกฯกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข้อสังเกตว่าปัญหาเรื่องนี้มีขบวนการสมรู้ร่วมคิดระหว่างฝ่ายไทย กับกัมพูชา น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ไม่คิดอย่างนั้น และคิดว่าไม่มีแบบนั้น

เมื่อถามย้ำว่า นายกฯจะชี้แจง กรณีที่โซเชียลโจมตีว่า ตระกูลของนายกฯไปดองกับตระกูลของนายฮุน เซน น.ส.แพทองธารกล่าวว่า ความสัมพันธ์ระดับผู้นำไม่เถียงว่าเราเป็นมิตรกัน และตอนที่เกิดเรื่อง ตนกับนายกฯกัมพูชาก็พูดคุยกันว่าเราจะถอยไม่ใช้ความรุนแรงปะทะกัน ท่านให้ความร่วมมือในวันนั้น แต่ไม่นานพอมีเรื่องเกิดขึ้น ระดับนโยบายยังไม่ทราบ แต่หน้างานทราบแล้ว เขาก็จัดการกันหน้างาน ขอให้ทำความเข้าใจตรงนี้ด้วย และไม่ใช่เรื่องเสียหายที่จะมีเพื่อน สื่อที่ยืนข้างกันเป็นเพื่อนกันหรือไม่

ถามว่าถ้าวันหนึ่งเพื่อนทะเลาะกัน ไม่เข้าใจกันจะปรับความเข้าใจกันหรือไม่ หรือถ้าเป็นเรื่องการค้าสามารถยกหูคุยกันได้ นั่นคือสิ่งที่ทำมาตลอดไม่เฉพาะกัมพูชา กับประเทศมาเลเซีย และประเทศเพื่อนบ้านหลายประเทศก็ทำเช่นเดียวกัน หากทะเลาะกันแล้ว เพื่อนมาบอกว่าขอบ้านเธอได้ไหม คงไม่มี เพื่อนคนไหนบอกว่าให้บ้านก็ได้ คงไม่มีอย่างนั้น

ผู้สื่อข่าวถามกรณีที่นักวิชาการระบุว่า ท่าทีของรัฐบาลดูนิ่ง ควรมียุทธศาสตร์เชิงรุก เช่น ปิดด่านชายแดน ตอบโต้บ้าง นายกฯกล่าวว่า เราดูเรื่องความสงบ ถ้าปิดด่านจะเกิดความรุนแรงขึ้นหรือไม่ จะเกิดโทษหรือกระทบอย่างไร เราศึกษาตลอด ว่าหน้างานควรทำอย่างไร โดยมีการคุยกันระหว่างรัฐบาล ทหารและกระทรวงการต่างประเทศ ก่อนออกแถลงการณ์ของรัฐบาลไทยไปเมื่อช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ และเราพร้อมดูแลประชาชน ในขณะเดียวกันก็พร้อมที่จะพูดคุยกับต่างประเทศด้วยสันติวิธี

เมื่อมาถามว่าท่าทีนายฮุน เซน ประธานวุฒิสภา และประธานสภากัมพูชา และนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ไม่สอดคล้องกับสภาพจริงของนายกฯ น.ส.แพทองธารกล่าวว่า เราต้องยึดของเรา และเตรียมพร้อมรับแน่นอน ถามว่าถ้าเขารุนแรงมาแล้วเรารุนแรงกลับ จะเกิดสันติวิธีหรือไม่ หากเลือกได้จะเลือกสันติวิธีและเวลานี้ยังเลือกได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในระหว่างที่สอบถามในเรื่องนี้ จังหวะหนึ่งสื่อได้ถามว่าทหารกัมพูชา ล้ำเขตแดนไทย เข้ามา 200 เมตร ตามที่แม่ทัพภาค 2 ระบุ ซึ่งไม่เป็นไปตามข้อตกลง ทำให้นายกฯตอบกลับทันทีว่า “ได้ลงไปดูหน้างานหรือยัง” เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า แต่ทางกัมพูชาล้ำพื้นที่มาแล้ว นายกฯกล่าวว่า ใช่ และวันนี้นายภูมิธรรมจะลงไปดู สื่อจะตามไปด้วยก็ได้

ผู้สื่อข่าวตอบว่า กระทรวงไม่พานักข่าวไป นายกฯจึงตอบกลับว่า ”อ๋อ…เขาไม่พาไป ไม่เป็นไรนะคะ“ นักข่าวตอบว่า “ไม่เสียใจค่ะ มาถามกับนายกฯได้” นายกฯกล่าว “โอเค…นึกว่าเสียใจ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนายกรัฐมนตรีแถลงจบ ได้เดินมายังจุดที่ผู้สื่อข่าวถามคำถาม พร้อมกับถามหาผู้สื่อข่าวคนที่ถาม แต่นักข่าวคนดังกล่าวไม่อยู่แล้ว นายกฯจึงถามผู้สื่อข่าวที่อยู่ตรงนั้นว่า เขาเป็นอะไรไหม โกรธอะไรไหม ”เขามาหึ ๆ ใส่เรา เราก็แบบ…“ พร้อมเอามือทาบอก ผู้สื่อข่าวคนอื่น ๆ จึงชี้แจงว่าเป็นการถามปกติ ไม่มีอะไร