เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กรมโรงงานฯรับลูกคุมดาต้าฯ เข้าบัญชี 108 ต้องขอใบ รง.4-ทำอีไอเอ
Economic กรมโรงงานฯรับลูกคุมดาต้าฯ เข้าบัญชี 108 ต้องขอใบ รง.4-ทำอีไอเอ
ยื้อโยกย้ายซี 10 “คลัง” จับตาสรรพากร-ชิงสรรพสามิตเดือด
Finance ยื้อโยกย้ายซี 10 “คลัง” จับตาสรรพากร-ชิงสรรพสามิตเดือด
เศรษฐกิจโลกใกล้ถึง ‘จุดแตก’? หมดแรง ‘ดูดซับ’ ส่งออกจากจีน
World เศรษฐกิจโลกใกล้ถึง ‘จุดแตก’? หมดแรง ‘ดูดซับ’ ส่งออกจากจีน
ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
Economic ร้อยมรดกเมือง เชื่อมสายน้ำ ปรับโฉมเกาะรัตนโกสินทร์
BOYY ฉลองปีที่ 20 เปิด ‘Boyyish’ ดันพอร์ตแฟชั่น มุ่งตลาดออนไลน์
Biz Movement BOYY ฉลองปีที่ 20 เปิด ‘Boyyish’ ดันพอร์ตแฟชั่น มุ่งตลาดออนไลน์
รร.ทุ่งสง ชนะประกวดหนังสั้น ‘จำได้มั้ย…แม่ชอบกินอะไร ?’
SD รร.ทุ่งสง ชนะประกวดหนังสั้น ‘จำได้มั้ย…แม่ชอบกินอะไร ?’
ชัดแล้ว! กกต.จ่อแถลงผล “คดีฮั้ว สว.” 229 คน พรุ่งนี้
Politics ชัดแล้ว! กกต.จ่อแถลงผล “คดีฮั้ว สว.” 229 คน พรุ่งนี้
GEELY STARRAY EM-R คันใหญ่ นั่งสบาย ถูกใจสาย ‘คุ้มค่า’
Automotive GEELY STARRAY EM-R คันใหญ่ นั่งสบาย ถูกใจสาย ‘คุ้มค่า’
โพลชี้ ‘ม็อบ‘ การเมืองตอนนี้ยังไม่ใช่คำตอบ เศรษฐกิจ-คดีฮั้ว สว.สะสมแรงกดดัน
Politics โพลชี้ ‘ม็อบ‘ การเมืองตอนนี้ยังไม่ใช่คำตอบ เศรษฐกิจ-คดีฮั้ว สว.สะสมแรงกดดัน
พยากรณ์อากาศ 7 วัน (12 – 18 ก.ย. 69) มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักมากบางแห่ง กทม. 60-80%
News พยากรณ์อากาศ 7 วัน (12 – 18 ก.ย. 69) มีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักมากบางแห่ง กทม. 60-80%
ดูทั้งหมด

นายกฯ เผยใช้ความจริงใจเจรจากัมพูชา ต้องการความสงบ อยากเร่งเครื่องเศรษฐกิจ

10 มิ.ย. 2568 | 14:39น.
แพทองธาร ชินวัตร

นายกฯ เผยสถานการณ์ไทย-กัมพูชาคลี่คลาย ผลเจรจาเรียบร้อย ค่อนข้างสงบ ย้ำต้องการเร่งเครื่องเศรษฐกิจ ให้คำมั่นจะผ่านเรื่องนี้ด้วยสันติวิธี ไม่มีสงคราม

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี แถลงหลังประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลพยายามอย่างเต็มที่ในการคลี่คลายสถานการณ์ที่มีความขัดแย้งกัน โดยปฏิบัติงานร่วมกันหลายภาคส่วน และผลออกมาค่อนข้างสงบ เรียบร้อยดี ในระดับนโยบาย ได้ให้หน่วยงานด้านความมั่นคง กองทัพในพื้นที่ ประสานความร่วมมือระหว่างประเทศ ตามกรอบความร่วมมือทวิภาคี และพูดคุยกันภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ ย้ำว่าทุกหน่วยงานได้มีการพูดคุยกันทั้งไทยและกัมพูชา

ส่วนดิฉันได้พูดคุยกับ พล.อ.ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และสมเด็จฮุน เซน ประธานองคมนตรี ประธานวุฒิสภากัมพูชา ได้ประสานงานและเจรจากันเพื่อรักษาอธิปไตยของประเทศ และผลประโยชน์สูงสุดของประชาชน ผลลัพธ์คือสามารถเจรจากันด้วยสันติวิธี ทำให้ไม่ต้องมีการปะทะที่รุนแรงเกิดขึ้น

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ในระดับพื้นที่ หน่วยงานความมั่นคงและกองทัพ ได้ประสานกับผู้นำเหล่าทัพของกัมพูชาหลายครั้ง เพื่อพูดคุยเจรจาบริเวณชายแดน โดยการพูดคุยก็เป็นไปด้วยดี เพราะแต่ละหน่วยมีความคุ้นเคยกันอยู่แล้ว

ขณะที่สมเด็จฮุน เซน ประสานส่งผู้บัญชาการเหล่าทัพ และ พล.อ.ญึก บุญชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรี เพื่อขอความร่วมมือในการแก้ไข และลงมาดูบริเวณพื้นที่ที่มีการพิพาทกันและรายงานสมเด็จฮุน เซน ทำให้เข้าใจตรงกันมากขึ้น อีกทั้งได้ปรับกำลังพลในพื้นที่พิพาทให้อยู่ในสถานการณ์ปกติ ส่วนพื้นที่อื่น ยังมีกำลังพลตามเดิม

ด้านกระทรวงการต่างประเทศ ได้ย้ำเรื่องการประชุมคณะกรรมการเขตแดนร่วม หรือ JBC ในวันที่ 14 มิถุนายนนี้ โดยให้ทุกระดับยืนยันมายังกระทรวงการต่างประเทศทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งจะมีการประชุมเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ส่วนที่กัมพูชาประสงค์จะส่งเรื่องไปยังเขตอำนาจของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) หรือศาลโลก รัฐบาลไทยยืนยันไม่รับเขตอำนาจศาลโลก และกระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินการผ่านวิธีทางการทูต ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติที่ดี เป็นที่ยอมรับในเวทีสากล ผลลัพธ์ที่ออกมาดีมาโดยตลอด

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ในบางครั้งไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดต่อสาธารณชนได้ เพราะเป็นการเคารพการพูดคุยเรื่องข้อมูลของทั้ง 2 ประเทศ นี่คือสิ่งจำเป็นที่อาจจะไม่สามารถรายงานได้ตลอด

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ขณะที่มาตรการระหว่างชายแดนทั้ง 2 ประเทศ ได้กำชับให้เปิด-ปิดด่าน ตามกรอบระยะเวลา ไม่ได้ปิดถาวรตามที่มีข่าวออกมา เพราะทราบดีว่ามีการค้าขายระหว่างประเทศ หากปิดก็จะมีผลกระทบกับประชาชน จึงต้องมีมาตรการรัดกุมเรื่องเวลาเปิด-ปิด

ทั้งนี้ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการเจรจาครั้งนี้ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตนได้พูดคุยกับหัวหน้าหน่วยทุกคน ซึ่งรายงานตรงมาตลอดเวลา และบางอย่างยังไม่ให้นายกฯ ออกมาเปิดเผย เพราะจะเกิดผลกระทบในทางที่ไม่ดีได้ มีหลายเรื่องที่ข้อมูลเล็ดลอดออกไป ซึ่งได้พูดคุยกับทางกัมพูชา ก็ตกลงกันได้ เข้าใจซึ่งกันและกัน

ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชน ในการสื่อข้อมูลที่ถูกต้อง ไม่สร้างความแตกแยกกันเองภายในประเทศ เพื่อให้เกิดความมั่นคงและความมั่นใจแก่ประชาชน ว่าเราจะผ่านเรื่องนี้ไปได้ด้วยสันติวิธี และผู้ประกอบการตรงนั้นก็จะได้มีความมั่นใจ และรัฐบาลขอยืนยันอีกครั้งว่าการเจรจาทั้งหมดนี้ ผ่านไปด้วยดี เน้นย้ำว่าจะไม่มีความรุนแรงเกิดขึ้นกับประชาชนอย่างแน่นอน

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯ บอกได้หรือไม่ว่า จะไม่มีสงครามเกิดขึ้น น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ”ค่ะ“ เมื่อถามว่า จะมั่นใจกับท่าทีกัมพูชาได้อย่างไร เพราะล่าสุดได้มีแถลงการณ์ที่จะมีการปรับกำลัง นายกฯ กล่าวว่าเราสื่อสารเรื่องนี้กันหลายส่วน เช่น ไม่อยากใช้คำว่าถอยทั้งสองฝ่าย แต่เป็นการปรับกำลัง จากการคุยเป็นการปรับกำลังทั้งคู่ เป็นการให้เกียรติทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่เฉพาะกัมพูชาของเราก็ปรับกำลังเช่นกัน

ขณะเดียวกัน เราก็พร้อมรับมือไม่ว่าจะเป็นการปะทะแบบไหนเราต้องเตรียมพร้อมไว้ก่อน อย่างที่เคยบอกว่ามีเหตุการณ์ก็ต้องเตรียมความพร้อม

เมื่อถามว่า นายสนธิ ลิ้มทองกุล ได้มายื่นหนังสือเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลรักษาอธิปไตย ได้เห็นหนังสือแล้วหรือยัง นายกฯ กล่าวว่า รับทราบแล้ว แต่ยังไม่ได้เห็นหนังสือ รัฐบาลรับฟังทุกความคิดเห็น ขณะเดียวกันทางกองทัพได้วางกำลังดูแลอยู่แล้ว เรารับฟังทุกข้อเสนอ

เมื่อถามย้ำว่า ในข้อเรียกร้อง มีเรื่องของ MOU 44 เกี่ยวกับข้อพิพาททางทะเล ที่ต้องการให้รัฐบาลยกเลิกตรงนี้จะมีการนำมาพิจารณาด้วยหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้ที่เกิดขึ้นเป็น MOU 43 หมายความว่าจะเอามาเหมารวมกันหมดเลยใช่หรือไม่ เมื่อถามว่า MOU 44 ก็เป็นส่วนหนึ่งที่เป็นปัญหาจะถือโอกาสนำมาพิจารณายกเลิกเลยหรือไม่

น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เราขอสื่อสารแบบนี้ว่า ขอพิจารณาเป็นเรื่องต่อเรื่องไป เหมือนที่ยืนยันกับทางกัมพูชา ขอโฟกัสที่เรื่องข้อพิพาทตรงนี้ ไม่ใช่เอาทุกเรื่องมาปนกันหมด ไม่อย่างนั้นจะไม่ชัดเจนในแต่ละหัวข้อ แต่เรื่องที่ยังมีปัญหาหรือยังไม่จบ ฝ่ายรัฐบาลฝ่ายบริหารต้องพิจารณาดูแลในรายละเอียดอยู่แล้ว

เมื่อถามว่าแสดงว่ารัฐบาลจะแก้ทีละปม ทีละจุดใช่หรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ใช่ แก้ทีละปม ทีละจุด

ผู้สื่อข่าวถามว่า สิ่งที่นายกฯ ไปคุย กับนายฮุน มาเนต และสมเด็จฮุน เซน มีไม้เด็ดอะไรไปต่อรอง ถึงได้ยอมปรับกำลัง นายกฯ ยิ้มพร้อมกล่าวว่า คุยตามความจริงใจว่าเรามีความจริงใจแบบนี้ และไม่ต้องการเห็นคนทั้งสองประเทศมีปัญหากัน ต้องการความสงบ และไปเร่งเครื่องเรื่องเศรษฐกิจมากกว่า เพราะไม่อยากให้มาเป็นสนามรบ