เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
Biz Movement เศรษฐาชวนเจ ชนาธิปชิมกาแฟน่านโลละ 2 หมื่น เผยห่วงเกษตรกรน้ำท่วมพัดโอกาสและเงินไปด้วย
พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
Biz Movement พ่อน้องเนเน่โพสต์ขอบคุณ ‘ศุภชัย เจียรวนนท์’ สนับสนุนอุปกรณ์การเรียน
ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
การศึกษา ชง 5 มาตรการคุมเข้ม ‘อุเทนถวาย-ปทุมวัน’ งดสอน 90 วัน-เร่งหาพื้นที่ใหม่
“ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
Interview “ธนัชวิชญ์” กางสูตร 3 ระยะรับมือน้ำมันแพง กระทุ้งรัฐดัน Ecosystem แบตเตอรี่-ปั๊มชาร์จ EV Bus
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระบรมราชินี ดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
ข่าวในพระราชสำนัก โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง พระบรมราชินี ดำรงตำแหน่ง สภานายิกาสภากาชาดไทย
ในหลวง พระราชินี เสด็จฯทอดพระเนตรบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี เสด็จฯทอดพระเนตรบัลเลต์ เรื่อง “โรมิโอ แอนด์ จูเลียต”
‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
Biz Movement ‘เดอลีฟ’ ยกระดับสมุนไพรไทยสู่สากล ลุยตลาดเวียดนาม-อาเซียน ดัน ‘อิงฟ้า’ ปีที่ 2 เจาะนวัตกรรมผิว
นายกฯ ปฏิบัติภารกิจผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์ฮารัลด์ ที่ 5 แห่งนอร์เวย์
Politics นายกฯ ปฏิบัติภารกิจผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์ฮารัลด์ ที่ 5 แห่งนอร์เวย์
“ถูกโกงออนไลน์” พุ่งใน 7 เดือนแรก มพบ.จี้รัฐล้อมคอกแพลตฟอร์ม-แก้หนี้เปราะบาง
News “ถูกโกงออนไลน์” พุ่งใน 7 เดือนแรก มพบ.จี้รัฐล้อมคอกแพลตฟอร์ม-แก้หนี้เปราะบาง
เจาะกำลังซื้อ ‘ชาวจีนในไทย’ แชมป์รายได้สูงสุดใน APAC ‘อีเทอร์นิตี้เอ็กซ์’ ชี้ช่องแบรนด์ไทยลุยตลาดข้ามพรมแดน
Biz Movement เจาะกำลังซื้อ ‘ชาวจีนในไทย’ แชมป์รายได้สูงสุดใน APAC ‘อีเทอร์นิตี้เอ็กซ์’ ชี้ช่องแบรนด์ไทยลุยตลาดข้ามพรมแดน
ดูทั้งหมด

รู้จัก “ช่องแคบฮอร์มุซ” จุดยุทธศาสตร์การค้าน้ำมันโลก

23 มิ.ย. 2568 | 12:11น.

ทำความรู้จัก “ช่องแคบฮอร์มุซ” จุดยุทธศาสตร์สำคัญของการค้าน้ำมันโลก หากปิดจริง มีประเทศไหนบ้างที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงไทยจะเสียหายมากน้อยแค่ไหน

แรงสั่นสะเทือนจากสงครามระหว่างสองประเทศ กลายมาเป็นเรื่องราวที่อาจส่งกระทบต่อทั้งโลก หลังรัฐสภาอิหร่านมีมติปิดช่องแคบฮอร์มุซ แม้จะยังไม่มีการตัดสินอย่างเป็นทางการ แต่การตัดสินใจที่จะปิดจุดยุทธศาสตร์การค้าที่สำคัญของหลายประเทศทั่วโลกนี้ ส่งผลให้หลายประเทศต้องเตรียมการรับมือกับเรื่องนี้

ประชาชาติธุรกิจ พาไปทำความรู้จัก “ช่องแคบฮอร์มุซ” หากปิดจริงมีประเทศไหนบ้างที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงไทยจะเสียหายมากน้อยแค่ไหน

ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) เป็นจุดแคบ ๆ ที่เชื่อมต่ออ่าวเปอร์เซียทางตะวันตกเฉียงใต้กับอ่าวโอมานทางตะวันออกเฉียงใต้ ขนาบข้างด้วยอิหร่านทางทิศเหนือและคาบสมุทรมูซานดัมของโอมานทางทิศใต้ ช่องแคบนี้เป็นทางออกทางมหาสมุทรทางเดียวของประเทศที่ส่งออกปิโตรเลียมในอ่าวเปอร์เซีย

ข้อมูลจาก สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐอเมริกา (EIA) ระบุว่า ในแต่ละวันจะมีการบรรทุกน้ำมันราว 20 ล้านบาร์เรลที่เดินทางออกจากช่องแคบนี้ตั้งแต่ปี 2020 ซึ่งเทียบเท่ากับประมาณร้อยละ 20 ของการบริโภคน้ำมันทั่วโลก และคิดเป็นกว่า 1 ใน 4 ของการค้าน้ำมันทางทะเลทั่วโลก

นอกจากนี้ช่องแคบยังอนุญาตให้มีการค้าขายก๊าซธรรมชาติเหลวของโลกประมาณ 1 ใน 5 ของปี 2024 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากกาตาร์ ทำให้ช่องแคบนี้ถูกขนานนามว่าเป็น “จุดคอขวดสำคัญที่สุดในการขนส่งน้ำมันของโลก”

สินค้าที่ผ่านช่องแคบนี้

ในปี 2024 และไตรมาสแรกของปี 2025 การค้าขายน้ำมันทางทะเลมากกว่า 1 ใน 4 ของโลกต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเท่ากับ1 ใน 5 ของการบริโภคน้ำมันและปิโตรเลียมทั่วโลก ตามข้อมูลการติดตามเรือบรรทุกน้ำมันของ EIA ระบุว่า เกือบ 40% ของบาร์เรลในปีที่แล้วส่งออกจากซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นปริมาณที่มากที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่น

ทั้งซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ต่างก็มีท่อส่งน้ำมันที่สามารถใช้เป็นทางเลือกของเส้นทางการค้าในกรณีที่ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด แต่ความจุของท่อทั้งสองนั้นก็มีข้อจำกัดอยู่ดี ขณะที่การหยุดขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดบางแห่ง เช่น จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ที่เป็นประเทศนำเข้าน้ำมันและก๊าซที่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นส่วนใหญ่ในปี 2024

Advertisement

ในสหรัฐ สำนักงานฯ รายงานว่าการนำเข้าน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซคิดเป็นเพียง 7% ของการนำเข้าน้ำมันทั้งหมดของประเทศ และคิดเป็นเพียง 2% ของการบริโภคปิโตรเลียมเหลวในช่วงเวลาเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เตือนว่า การขัดขวางการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบนี้อาจส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานระหว่างประเทศและเศรษฐกิจในวงกว้าง โดยการจำกัดอุปทานอาจทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซพุ่งสูงขึ้น ซึ่งคาดราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอาจพุ่งขึ้นเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาเรล และอาจนำไปสู่เงินเฟ้อทั่วโลกทีทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัว

กระทบประเทศมหาอำนาจ

มาร์โก อันโตนิโอ รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ กล่าวในรายการ Face the Nation with Margaret Brennan ว่า ความพยายามของอิหร่านในการปิดกั้นช่องแคบนี้จะเป็นการกระทำที่ฆ่าตัวตายที่จะทำให้เกิดปฏิกิริยาตอบโต้จากประเทศมหาอำนาจที่ได้รับผลกระทบ

“หากพวกเขาทำแบบนั้น คนแรกที่ควรจะโกรธเคือง คือ รัฐบาลจีน เพราะน้ำมันจำนวนมากของพวกเขาถูกส่งผ่านช่องแคบนี้” รูบิโอ กล่าว

เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ที่อิหร่านขัดขวางการเคลื่อนที่ผ่านช่องแคบด้วยหลากวิธี ไม่ว่าจะเป็นการวางทุ่นระเบิดในทะเล โจมตีเรือที่ผ่านไปมาด้วยขีปนาวุธและระเบิด กักเรือ หรือโจมตีทางไซเบอร์ต่อเรือ หากสิ่งนั้นเกิดขึ้นจริง รูบิโอกล่าวว่าจีนจะ “ต้องจ่ายราคาที่สูงมาก” เช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ ในโลก รวมถึงสหรัฐ

“มันจะส่งผลกระทบต่อเราในระดับหนึ่ง แต่จะส่งผลกระทบต่อส่วนอื่น ๆ ของโลกมากกว่า” เขากล่าวถึงผลที่ตามมาในทางทฤษฎี “มันจะเป็นการเคลื่อนไหวที่ฆ่าตัวตายของพวกเขา เพราะผมคิดว่าโลกจะต่อต้าน หากพวกเขาทำเช่นนั้น”

ทั้งนี้ สหรัฐซึ่งมีกองเรือที่ 5 ประจำการอยู่ที่บาห์เรน ได้ให้คำมั่นมานานแล้วว่าจะรักษาเสรีภาพในการเดินเรือในช่องแคบนี้

ไทยกับผลกระทบ “ก๊าซ”

นายพรายพล คุ้มทรัพย์ นักวิชาการอิสระด้านพลังงาน อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวถึงผลกระทบที่ประเทศไทยจะได้รับผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Praipol Koomsup ว่า ปัจจุบันประเทศไทยใช้พลังงานจากน้ำมันเป็นสัดส่วนประมาณเกือบ 40% ของพลังงานทั้งหมด และใช้ก๊าซธธรมชาติประมาณเกือบ 30% ของทั้งหมด

ขณะที่ไทยต้องนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศประมาณ 85% ของน้ำมันที่ใช้ทั้งหมด และต้องนำเข้าก๊าซธรรมชาติประมาณ 40% ของก๊าซที่ใช้ทั้งหมด (25% เป็น LNG และอีก 15% เป็นก๊าซผ่านท่อจากเมียนมาร์)

จึงกล่าวได้ว่าไทยต้องพึ่งพาน้ำมันและก๊าซจากต่างชาติในสัดส่วนมากถึง 46% ของการใช้พลังงานทุกชนิดรวมกัน (น้ำมันนำเข้า 34% และก๊าซนำเข้า 12%) ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นน้ำมันจากภูมิภาคตะวันออกกลาง (แหล่งสำคัญคือ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คูเวต ซาอุดิอาระเบีย และโอมาน) และเป็นน้ำมันที่ขนส่งมาทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ส่วนก๊าซธรรมชาตินำเข้าจากตะวันออกกลาง ในส่วนของก๊าซธรรมชาติ ไทยนำเข้า LNG จากตะวันออกกลางเป็นสัดส่วนประมาณ 30% ของการนำเข้า LNG ทั้งหมด (25% จากกาตาร์ 5% จากโอมาน) โดยเกือบทั้งหมดต้องขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ

ดังนั้น การปิดช่องแคบฮอร์มุซจะทำให้ไทยขาดพลังงานไปเป็นจำนวนหนึ่งในสามของพลังงานทั้งหมด ที่จะขาดแคลนมากที่สุดคือน้ำมันเพราะมีสัดส่วนที่ลดลงมากที่สุด  หากการปิดช่องแคบมีผลเป็นเวลาไม่นานเกินหนึ่งเดือน ไทยก็ยังคงมีน้ำมันเหลือใช้อย่างเพียงพอ โดยอาศัยสต๊อกน้ำมันสำรอง (ซึ่งกระทรวงพลังงานประเมินว่ามีสต๊อกให้ใช้ได้เป็นเวลา 60 วัน)

อีกทั้งยังสามารถซื้อน้ำมันจากแหล่งผลิตในประเทศอื่น ๆ นอกพื้นที่ตะวันออกกลางได้บ้าง แต่ปัญหาที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือราคาน้ำมันที่แพงขึ้นมากและจะทำให้ต้นทุนน้ำมันนำเข้าสูงขึ้นมากเช่นกัน

หากรัฐบาลไม่ใช้เงินอุดหนุนจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ราคาขายปลีกของน้ำมันก็จะสูงขึ้น และก็จะทำให้ค่าขนส่งและราคาสินค้าต่าง ๆ สูงขึ้นด้วยจนกลายเป็นปัญหาภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งก็จะเป็นปัญหาซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจถดถอยที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันอยู่แล้ว หากรัฐบาลเลือกใช้การอุดหนุนจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ก็ยิ่งจะทำให้กองทุนฯ ติดลบและเป็นหนี้เพิ่มขึ้นไปอีก จากในปัจจุบันที่ติดลบอยู่ประมาณ 36,000 ล้านบาท

ข้อมูลจาก cbsnews

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ราคาน้ำมันโลก อิหร่าน