เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
Real Estate ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
SET ทะยาน Top 5 เอเชียส่องเทรนด์ครึ่งปีหลัง ตันแล้วหรือไปต่อ ?
Finance SET ทะยาน Top 5 เอเชียส่องเทรนด์ครึ่งปีหลัง ตันแล้วหรือไปต่อ ?
ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
สามัญสำนึก ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
Tech คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
World ‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
Politics รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
ก.คมนาคม สั่งคุมเข้มตรวจสัมภาระผู้โดยสาร-ลูกเรือ เพิ่ม สุนัข K9 – ยกระดับการข่าว
Economic ก.คมนาคม สั่งคุมเข้มตรวจสัมภาระผู้โดยสาร-ลูกเรือ เพิ่ม สุนัข K9 – ยกระดับการข่าว
ขัตติยา อินทรวิชัย เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ 81 ปี KBANK
50th Impact ขัตติยา อินทรวิชัย เขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ 81 ปี KBANK
สวนดุสิตโพล ชี้คนชม “ไทยช่วยไทยพลัส” ขณะที่ ”ปัญหายาเสพติด” กระทบเชื่อมั่น รบ.
Politics สวนดุสิตโพล ชี้คนชม “ไทยช่วยไทยพลัส” ขณะที่ ”ปัญหายาเสพติด” กระทบเชื่อมั่น รบ.
สิริพงศ์ คาดชงแผนเปลี่ยนผ่าน “รถสาธารณะ เป็น EV” เข้าบอร์ดกลั่นกรองฯ กลาง ก.ค.นี้
Economic สิริพงศ์ คาดชงแผนเปลี่ยนผ่าน “รถสาธารณะ เป็น EV” เข้าบอร์ดกลั่นกรองฯ กลาง ก.ค.นี้
ดูทั้งหมด

หุ้นไทยพุ่งแรง 37 จุด ยืนเหนือ 1,100 จุด รับข่าวอิสราเอล-อิหร่านหยุดยิง

24 มิ.ย. 2568 | 17:23น.
หุ้นไทย

หุ้นไทย

บล.กรุงศรี เผย ตลาดหุ้นไทยปิดพุ่งแรง 37 จุด (+3.5%) ปิดที่ระดับ 1,100 จุด มูลค่าการซื้อขาย 5.27 หมื่นล้านบาท รับข่าวอิสราเอลกับอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิง ผสานกับแรงซื้อ Cover short หนุนหุ้นพุ่งแรง

บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) รายงานสรุปภาวะตลาดหุ้นไทย (SET Index) วันนี้ปิดตลาด พุ่งแรง 37.23 จุด หรือ 3.5% ปิดที่ระดับ 1,100 จุด มูลค่าการซื้อขาย 5.27 หมื่นล้านบาท (จำนวนหุ้นปรับขึ้น 437 บริษัท, หุ้นปรับลง 95 บริษัท) รับข่าวอิสราเอลกับอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดยิง ผสานกับแรงซื้อ Cover short หนุนหุ้นพุ่งแรง มี Sector ปรับขึ้นหนุนดัชนี คือ อิเล็กฯ (DELTA), โรงไฟฟ้า (GULF, BGRIM), ปิโตรฯ & โรงกลั่น (PTTGC, TOP, SCC) และค้าปลีก (CPAXT, CPALL, CRC) ท่องเที่ยวและสายการบิน (AOT, AAV, CENTEL, MINT) ส่วน Sector ปรับลงมีแค่กลุ่มเดียว คือ  Property fund & REIT (BOFFICE, CPNREIT, DIF)

หุ้นที่เคลื่อนไหวโดดเด่น

GULF (+7.05%), BGRIM (+11.23%), GPSC (+9.09%) Outperform เมื่อเทียบกับกลุ่มโรงไฟฟ้า IPP เนื่องจาก BGRIM, GPSC, และ GULF เป็นกลุ่มโรงไฟฟ้าที่มีรายได้หลักจากโรงไฟฟ้าประเภท SPP จึงได้ประโยชน์โดยตรงจากการลดลงของราคาพลังงานทั้งราคาน้ำมันและ LNG Gas โดย BGRIM ได้ประโยชน์มากสุดตามด้วย GPSC และ GULF ตามลำดับ

PTTGC (+7.57%), SCC (+6.75%), IRPC (+4.23%) ราคาหุ้นพุ่งสวนรายงานตัวเลข HDPE-Spread ที่ออกมาแย่ (-15% w-w) เนื่องจากตลาดประเมินว่าราคาน้ำมันที่ลดลงหลังอิสราเอลกับอิหร่านยุติสงครามจะหนุนให้ HDPE-Spread กลับมาพุ่งขึ้นได้ในอนาคต

AAV (+12.5%), BA (+7.27%), AOT (+5.17%), CENTEL (+7.31%), ERW (+8.74%) สงครามยุติเป็นบวกกับหุ้นท่องเที่ยว, น้ำมันลดเป็นบวกกับสายการบิน ผสานจิตวิทยาบวกจากข่าวภาครัฐออกมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศ “เที่ยวไทยคนละครึ่ง” เป็นบวกกับผู้ประกอบการโรงแรมที่รายได้อิงในประเทศ อาทิ AWC (100%), ERW (88%), CENTEL (72%)

MTC (+7.97%), SAWAD (+10.74%), TIDLOR (+6.62%) ดักเก็งกำไรก่อน BoT Meeting พรุ่งนี้ แม้ Consensus คาด กนง.จะคงดอกเบี้ยที่ 1.75% แต่ยังมีลุ้นอิง Thai bond yield 1 ปี และ 5 ปี ปรับลงแตะระดับ 1.493% และ 1.46% ชี้นำทิศทางดอกเบี้ยลดลงอีก 1 ครั้งไปแล้ว

CPALL (+4.05%), CPAXT (+7.88%), GLOBAL (+7.87%), CRC (+6.75%) มี Technical rebound ฟื้นตามตลาด ผสานมีจิตวิทยาบวกภาครัฐเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ, เร่งปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และดักเก็งนโยบายรัฐในอนาคตคาดเน้นนโยบายลดค่าใช้จ่าย (เซฟเงินในมือ) หนุนประชาชนใช้จ่ายมากขึ้นเป็นบวกกับค้าปลีก

AMATA (+5.47%), WHA (+6.90%), ROJNA (+4.35%) ทีมไทยแลนด์เดินหน้าเจรจาการค้ากับสหรัฐต่อเนื่องก่อนเส้นตาย 8 ก.ค. 2025 หากไม่ทันเสนอขยายเวลาอีก 90 วัน นับเป็นจิตวิทยาบวกกับกลุ่มนิคมฯ

KTC (-15.25%), XPG (-16.67%), BEC (-15.48%), TPS (-14.39%) ปัจจัยลบเดิม คาดเกิดจากการบังคับขาย (force sell) จากสภาพตลาดที่ร่วงลงต่อเนื่อง หุ้นทั้ง 4 หลักทรัพย์มีอัตราการวางมาร์จิ้นค่อนข้างสูง โดย XPG มีหุ้นวางมาร์จิ้นคิดเป็น 20% ของหุ้นทั้งหมด ตามด้วย KTC และ BEC 16% และ 16% ตามลำดับ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ดัชนีหุ้นไทย หุ้นไทย