เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

5 ปีที่ไร้เงา เลขาธิการ กสทช.

30 มิ.ย. 2568 | 11:52น.

ศาลปกครองการเพิกถอนคำสั่งสรรหา เลขา กสทช. กระบวนการต้องเริ่มใหม่ เกิดอะไรขึ้นกับเก้าอี้ว่าง 5 ปี

ปฏิเสธไม่ได้ว่าหนึ่งในตำแหน่งสำคัญระดับเทศ ที่ว่างเว้นไว้นานเกือบ 5 ปีแล้ว คือ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขา กสทช.) หลังจาก “ฐากร ตัณฑสิทธิ์” ยื่นใบลาออกในปี 2563 นับแต่นั้นมีเพียง รักษาการเลขาธิการ เรื่อยมา

โดยปัจจุบัน คือ “ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล”

ตำแหน่งเลขาฯ กสทช. มีความสำคัญยิ่งยวดในการบังคับบัญชาและบริหารงานของสำนักงาน กสทช. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่มีรายได้และงบประมาณสูงลำดับต้นๆ ของประเทศ ควบคุมพนักงานเกือบ 2พันคน อำนาจทางปกครองในการกำกับกิจการสื่อสาร งบประมาณงานบริหารปีละ 5พันล้าน และการชงเรื่องเสนอเรื่องที่สำคัญในอุตสาหกรรมกระจายเสียง โทรทัศน์ และโทรคมนาคมที่มีอิมแพ็กต่อเศรษฐกิจนับแสนล้านบาท

นับเป็นองค์กรที่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายด้านดิจิทัลซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ยิ่งในโลกปัจจุบันอีกด้วย

ตำแหน่งสำคัญเช่นนี้ ว่างเว้นมาถึง 5 ปีได้อย่างไร?

ตีความกระบวนการสรรหาไม่ตรงกัน

หลังจากมีการสรรหา กรรมการ กสทช. ครบทั้ง 7 คนในต้นปี 2566 กระบวนการพูดคุยเรื่องเลขาธิการก็เริ่มต้นขึ้นด้วยความขัดแย้งของ 2 กลุ่มความเห็นนำโดย ประธาน กสทช. และ “คณะอาจารย์” กรรมการ กสทช. ท่านอื่น

กล่าวคือ ประธาน กสทช. เห็นว่า ตำแหน่ง เลขาธิการนั้น จะต้องได้รับการคัดเลือกจากประธานเองในฐานะผู้กำกับดูแลองค์กร แล้วจึงให้ กรรมการทั้ง 6 ลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ กล่าวคือ ประธานจะเปิดรับสมัครและพิจารณาคุณสมบัติว่าเหมาะสมจึงเสนอให้คณะกรรมการทั้งหมดลงมติ

ขณะที่อีกฝั่งมองว่าการคัดเลือกต้องทำด้วยกันตั้งแต่ต้น

กระนั้นกระบวนการสรรหาเลขาก็เริ่มต้นอยู่ดี โดยเปิดรับสมัครมาตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม – 7 พฤษภาคม 2566 มีผู้สมัครเลขาธิการ กสทช. จำนวนทั้งสิ้น 9 ราย ได้แก่

  1. นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (รักษาการเลขาธิการ กสทช.)
  2. พ.อ.ดร.ธนัทเมศร์ ภัทรณรงค์รัศม์ กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน กสทช. (ซูเปอร์บอร์ด)
  3. รศ.พิสิฐ บุญศรีเมือง อาจารย์สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
  4. นายปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA)
  5. นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน)
  6. ผศ.(พิเศษ) ดร.นพ.พลวรรธน์ วิทูรกลชิต อดีตผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และอดีตรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายเทคโนโลยี ธนาคารกรุงไทย
  7. นางสุรางคณา วายุภาพ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA
  8. ดร.พีระกันต์ แก้ววงศ์วัฒนา อดีตกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท รถไฟฟ้า รฟท. จำกัด
  9. นายสุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน รองเลขาธิการ กสทช.สายงานโทรคมนาคม

ซึ่งต่อมาในปลายเดือน เมษายน 2566 นั้นเอง เกิดปมขัดแย้ง เมื่อ กรรมการเสียงข้างมาก หรือ “คณะอาจารย์” ตั้งอนุกรรมการสอบสวน “ไตรรัตน์” กรณีมีเอี่ยวกับการสนับสนุนซื้อลิขสิทธิถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกโดยมิชอบ ซึ่ง “ไตรรัตน์” เป็นรักษาการเลขา การสอบสวนจนลามไปสู่การลงนามให้ “ไตรรัตน์” พ้นจากตำแหน่งชั่วคราว

ด้วยเหตุนี้ ในเดือน ก.ย. 2566 “ไตรรัตน์” ฟ้อง 4 กรรมการ กสทช. ว่าใช้อำนาจมิชอบทำให้ตนเสียหาย และด้วย “ไตรรัตน์” ไม่ได้เป็นแค่รักษาการณ์เลขาฯ แต่เป็น ผู้สมัครชิงเลขาฯ ด้วย ทำให้กรรมการ กสทช. เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงกับ “ไตรรัตน์” จากการฟ้องร้อง จึงได้ยกกรณีนี้มาส่งเป็นหนังสือลงวันที่ 9 ต.ค. 2566 คัดค้านไม่ให้ 4 กสทช. ปฏิบัติหน้าที่พิจารณาเรื่องเลขา เนื่องจากเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ตั้งแต่มีการบรรจุวาระเรื่องการคัดเลือกเลขาธิการ กสทช. เข้าสู่การประชุมบอร์ดในเดือน สิงหาคม จนถึงกันยายน 2566 นั้น เกิดเหตุการณ์ประชุมล่ม ติดๆ กัน 5-6 ครั้ง ทำให้การพิจารณางานด้านอื่นๆ ค้างอยู่มากกว่าร้อยวาระ

นอกจากนี้ภายใน สำนักงาน กสทช. ยังมีการโยกย้ายผู้บริหาร พนักงาน และอื่นๆ กว่าครึ่งร้อยตำแหน่ง

ในช่วง ก.ย. 2566 นี้ นางสุรางคณา วายุภาพ และผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นเลขาธิการ กสทช. อีก 3 คน ได้แก่ นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ, นายปกรณ์ อาภาพันธุ์ และผศ.พิเศษ พลวรรธน์ วิทูรกลชิต ส่งหนังสือถึงประธาน และกรรมการ กสทช. แสดงการคัดค้านต่อหนังสือแจ้งผลการคัดเลือก เลขาธิการ กสทช. เนื่องจากเห็นว่ากระบวนการพิจารณาคัดเลือกเลขาธิการ กสทช. ครั้งนี้ ไม่ได้แสดงถึงหลักการและเหตุผลในการพิจารณา รวมถึงเกณฑ์การให้คะแนน จึงอาจมีความไม่โปร่งใสและเป็นธรรม

ดังนั้น 21 ก.ย. 2566 มีรายงานว่า “สุรางคณา” ยื่นฟ้อง ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1) และคณะกรรมการ กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) ต่อศาลปกครองกลาง โดย “สุรางคณา” ได้ขอให้ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาหรือคำสั่งใน 2 ประเด็น ได้แก่

1.ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพิกถอนคำสั่งหรือประกาศหรือคำวินิจฉัยผลการคัดเลือกบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ รวมทั้งการกระทำทางปกครองที่เกี่ยวเนื่องทั้งหมดโดยให้มีผลย้อนหลังนับตั้งแต่เริ่มต้น เนื่องจากเป็นการกระทำนอกเหนืออำนาจหน้าที่ และใช้ดุลพินิจตามอำเภอใจ ทำให้ผลการพิจารณาเกิดความไม่เป็นธรรม

2.ขอให้คณะกรรมการ กสทช. ออกระเบียบหรือประกาศ เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการในคัดเลือกหรือการประเมินความรู้ความสามารถเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กสทช. และให้ดำเนินการคัดเลือกหรือสรรหาเลขาธิการกสทช. ใหม่ให้ชอบด้วยกฎหมาย

เสนอชื่อ “ไตรรัตน์” เป็นเลขาฯ

อย่างไรก็ดี ประธาน กสทช. ยืนกรานว่ากระบวนการชอบด้วยกฎหมาย จึงต้องดำเนินการต่อ เพราะศาลยังไม่ตัดสิน การโหวตคัดเลือก เลขา กสทช. เกิดในวันที่ 17 ม.ค. 2567 โดยมีการเสนอชื่อ “ไตรรัตน์” เข้าสู่บอร์ด กสทช.ให้ลงมติเห็นชอบเป็นเลขาฯ

การพิจารณาเริ่มต้นด้วยการหารือว่า 4 กสทช. มีอำนาจพิจารณา “ไตรรัตน์” หรือไม่ เพราะ “ไตรรัตน์” ยืนกรานว่าเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพราะอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครอง กรณีที่ 4 กสทช. ปลดตนออกจากตำแหน่งโดยมิชอบ (ภายหลัง 8 เม.ย. 2568 ที่ผ่านมาศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลางยกฟ้อง)

มติที่ประชุมในวันนั้นเป็ร 4 ต่อ 3 “ไม่เลือก” นายไตรรัตน์ เป็นเลขาธิการกสทช. ทำให้ต้องมีการสรรหาเลขาธิการใหม่ ซึ่งเหตุผลหลักของ 4 กสทช.ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวบุคคล แต่ไม่เห็นด้วยกับกระบวนการสรรหามาตั้งแต่แรก

“ไม่เห็นชอบกระบวนการ” ไม่ใช่ “ไม่เห็นชอบคน”

แม้นายไตรรัตน์ได้มีการอุทธรณ์มติดังกล่าวแล้ว แต่ผลการพิจารณาของ กรรมการ กสทช. ในช่วงเดือน ก.ค. 2567 ยืนยันว่า อุทธรณ์ไม่ได้ เพราะมติระบุชัดว่าไม่เกี่ยวกับตัวบุคคล แต่ไม่ลงมติเพราะเหตุผลกระบวนการสรรหาไม่ถูกต้อง

แต่เรื่องนี้ ทำให้ “ไตรรัตน์” นำกลับมา ยื่นฟ้องศาลปกครองเอาผิด บอร์ด กสทช. ทั้ง 7 คน ยกชุด ตามคดีศาลปกครองกลาง หมายเลขคดีดำ 1463/2567 ลงวันที่ 2 ก.ย. 2567 โดยผฟ้องประเด็นกระบวนการสรรหาเลขาธิการ กสทช. ที่มีการลงมติไม่เลือกนายไตรรัตน์เป็นเลขาธิการ กสทช. ตามที่ประธาน กสทช. เสนอชื่อ โดย กรรมการ กสทช. ต้องชี้แจงกระบวนการทั้งหมดอย่างกระชั้นชิด รวมถึงเหตุผลว่าทำไมไม่รับอุทธรณ์

คดีการฟ้องร้องที่พอกพูน และการ “เลี่ยง” ที่จะเข้าประชุมในวาระแต่งตั้งเลขาฯ ตลอดจนการเลี่ยงบรรจุวาระเข้าการประชุม ดำเนินเรื่อยมา จนล่าสุด การพิจารณาคำฟ้องร้องของ “สุรางคณา” มาถึง

ศาลตีความการสรรหาใหม่ ปมขัดแย้งจบ?

โดยเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2568 ที่ผ่านมา ศาลปกครองกลาง ได้อ่านคำพิพากษาตามคำฟ้องของ “สุรางคณา” โดยให้เพิกถอนการสรรหาเลขาธิการ กสทช. คำพิพากษาตีความชัด “อำนาจการบริหารงานบุคลากร การสรรหาและแต่งตั้งเลขา กสทช. เป็นอำนาจบอร์ดทั้งคณะ

ตามคดีที่นางสุรางคณา วายุภาพ อดีตผู้เข้ารับการสรรหาเป็นเลขาธิการกสทช. ฟ้อง ฟ้อง ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1) และคณะกรรมการ กสทช. (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) การกระทำ ‘นอกเหนืออำนาจหน้าที่-ใช้ดุลพินิจตามอำเภอใจ’ โดย วันนี้ตุลาการศาลปกครองกลางได้อ่านคำพิพากษาและมีคำพิพากษาให้เพิกถอนการสรรหา และตีความชัดเจนว่าอำนาจการบริหารงานบุคคลรวมทั้งเรื่องสรรหาและแต่งตั้งเลขากสทช.เป็นอำนาจบอร์ดทั้งคณะ

ผลของคำพิพากษานั้น ส่งผลให้ต้องเริ่มการสรรหาใหม่ อย่างไรก็ดีผู้ถูกฟ้องคดีก็อาจอุทธรณ์ ซึ่งต้องทำภายใน 30 วัน

ด้าน “สุรางคณา” กล่าวว่า คำพิพากษาของคดีนี้ อาจทำให้มีการฟ้องมาตรา 157 โดยบุคคลใด หรือกรรมการท่านหนึ่งท่านใดหรือหลายท่านตามมา

อย่างไรก็ตาม คำพิพากษาจะมีผลผูกพันให้ปฏิบัติตาม ก็ต่อเมื่อคำพิพากษาถึงที่สุดหากไม่มีการอุทธรณ์ภายใน 30 วัน หรือหากมีการอุทธรณ์ต่อศาลสูงแล้ว ศาลยืนตาม หรือเปลี่ยนแปลง กลับ หรืองดเสีย ซึ่งคำพิพากษาดังกล่าว ทั้งนี้ ตามมาตรา 70 วรรค 1

ส่วนตัวขออ่านคำพิพากษาอย่างละเอียดเสียก่อน นางสุรางคณา วายุภาพฟ้อง เพื่อสร้างบรรทัดฐานทางกฎหมายให้กับองค์กรที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศชาติ

กล่าวได้ว่า กระบวนการสรรหาเลขาฯ กสทช. คนใหม่ จะยังคงไม่จบ เพราะจะต้องเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง แต่จะวนลูปกลับมาที่ปมการเสนอชื่อคนหน้าเดิม หน้าใหม่ จนเกิดการฟ้องร้องกันอุตลุตเช่นที่ผ่านมาหรือไม่นั้นต้องติดตามต่อไป

แต่ที่แน่ๆ การปล่อยให้องค์กรใหญ่อย่าง สำนักงาน กสทช. ว่างเว้นผู้บังคับบัญชามานาน 5 ปี มีเพียงรักษาการที่รั้งตำแหน่งและอำนาจหน้าที่ไปเรื่อย ๆ รังแต่จะทำให้ศักดิ์และสิทธิต่างๆ ที่องค์กรพึงมีเพื่อดำเนินงานที่ชอบธรรมแก่สังคมนั้นลดทอนลงเรื่อยๆ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กสทช. บอร์ด กสทช.