เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เปิด 10 ไฮไลต์ ‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ แลนด์มาร์กใหม่นนทบุรี เปิด 3 ก.ค.นี้
Business เปิด 10 ไฮไลต์ ‘เซ็นทรัล นอร์ทวิลล์’ แลนด์มาร์กใหม่นนทบุรี เปิด 3 ก.ค.นี้
เปิดบทสัมภาษณ์ “ศุภชัย” ย้ำชัด ความมุ่งมั่นโครงการไฮสปีด 3 สนามบิน หลังคำสัมภาษณ์ถูก “บิดเบือน”
Economic เปิดบทสัมภาษณ์ “ศุภชัย” ย้ำชัด ความมุ่งมั่นโครงการไฮสปีด 3 สนามบิน หลังคำสัมภาษณ์ถูก “บิดเบือน”
เปิดแผน Midterm 2030 ‘บราเดอร์ ประเทศไทย’ ลดพลาสติกใหม่-คาร์บอน
SD เปิดแผน Midterm 2030 ‘บราเดอร์ ประเทศไทย’ ลดพลาสติกใหม่-คาร์บอน
DITTO นำร่องเปิดขาย ‘Blu Green Token’ 3-13 ก.ค.นี้ หนุนลงทุน ‘คาร์บอนเครดิต’
Finance DITTO นำร่องเปิดขาย ‘Blu Green Token’ 3-13 ก.ค.นี้ หนุนลงทุน ‘คาร์บอนเครดิต’
สุรศักดิ์ มธ. ชงวิธีสกัดผู้รับเหมาทิ้งงานรัฐ ชี้แก้ ‘พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ’ ยังไม่พอ
Economic สุรศักดิ์ มธ. ชงวิธีสกัดผู้รับเหมาทิ้งงานรัฐ ชี้แก้ ‘พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ’ ยังไม่พอ
เปิดอาณาจักร ‘ธุรกิจทรัมป์’ รายได้คริปโตมากกว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ ไม่รวมหุ้น-ของขวัญ-ค่าลิขสิทธิ์
World เปิดอาณาจักร ‘ธุรกิจทรัมป์’ รายได้คริปโตมากกว่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ ไม่รวมหุ้น-ของขวัญ-ค่าลิขสิทธิ์
ฝนถล่มภูเก็ตท่วมหลายจุด ทน.เตือนรหัสแดง ให้ ปชช.ยกของขึ้นที่สูง
News ฝนถล่มภูเก็ตท่วมหลายจุด ทน.เตือนรหัสแดง ให้ ปชช.ยกของขึ้นที่สูง
“ภิรมย์ภักดี” ตั้งสภาครอบครัวติดตามให้ความเป็นธรรมกรณี ”ทราย“
Business “ภิรมย์ภักดี” ตั้งสภาครอบครัวติดตามให้ความเป็นธรรมกรณี ”ทราย“
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตร ‘ราชพัสตราสู่สากล’ สาธารณรัฐฝรั่งเศส
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตร ‘ราชพัสตราสู่สากล’ สาธารณรัฐฝรั่งเศส
LINE MAN บอก ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ สั่งดีลิเวอรี่ทะลุ 1.2 ล้านคน ‘กะเพราหมูกรอบ-มัทฉะลาเต้’ ขึ้นแท่นเมนูฮอต
Business LINE MAN บอก ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ สั่งดีลิเวอรี่ทะลุ 1.2 ล้านคน ‘กะเพราหมูกรอบ-มัทฉะลาเต้’ ขึ้นแท่นเมนูฮอต
ดูทั้งหมด

Deepfake ยุคที่ AI สร้างภาพ เสียง และวิดีโอได้ง่ายกว่าที่คิด

06 ก.ค. 2568 | 16:15น.
deepfake

deepfake

คอลัมน์ : Pawoot.com 
ผู้เขียน : ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ

ยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามามีบทบาทในทุกมิติของชีวิต Deepfake กลายเป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่ทั้งน่าทึ่งและน่าหวาดหวั่นที่สุด ปัจจุบันเพียงแค่มีภาพถ่ายหรือวิดีโอไม่กี่วินาที AI ก็สามารถสร้างภาพเคลื่อนไหว เสียงพูด หรือแม้แต่วิดีโอคอลที่ดูเหมือนจริงได้อย่างไม่น่าเชื่อ และสิ่งที่เคยเป็นเพียงแนวคิดในหนังไซไฟ กำลังกลายเป็นภัยจริงในชีวิตประจำวันของคนไทย

ผมเองเพิ่งเผชิญเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องตระหนักถึงอันตรายนี้อย่างใกล้ชิด เมื่อมีผู้ไม่หวังดีสร้างโปรไฟล์ปลอมเป็นผมบน Facebook และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ มีการนำใบหน้าของผมไปใช้กับเทคโนโลยี AI Deepfake เพื่อหลอกลวงผู้อื่น โดยมีการใช้วิดีโอปลอมที่ดูเหมือนผมในการวิดีโอคอลกับคนอื่น พร้อมกับกล่าวอ้างว่ารู้จักบุคคลสำคัญหลายคน แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะเหมือนผมทุกอย่าง แต่กลับถูกจับพิรุธได้เมื่อ “ปากไม่ตรงกับเสียงที่พูด” เพราะเป็นผลจากการประมวลผลของ AI ซึ่งไม่ใช่ตัวจริงเสียงจริงของผมเลย

ถ้าหากไม่มีใครมาบอกผม ว่าผมกำลังถูกแอบอ้าง หรือหากมีคนหลงเชื่อไปจริง ๆ จนมีการพูดถึงหรือแชร์ข้อมูลต่อโดยไม่ตรวจสอบ ลองนึกถึงผลกระทบที่อาจตามมาดูครับ-ชื่อเสียงของผมอาจเสียหายโดยที่ผมไม่รู้ตัว ความสัมพันธ์ในแวดวงธุรกิจ หรือสังคมอาจเกิดความเข้าใจผิด และถ้ามีการใช้ภาพผมไปหลอกให้ผู้อื่นโอนเงินหรือให้ข้อมูลสำคัญ ความเสียหายที่เกิดขึ้นก็จะไม่ใช่แค่ชื่อเสียงผมเพียงคนเดียว แต่อาจหมายถึงความเสียหายต่อคนอื่นด้วย ที่สำคัญคือผมไม่มีทางรู้เลยว่า Deepfake เวอร์ชั่นปลอมนั้นถูกนำไปใช้ที่ไหนบ้าง หรือพูดอะไรออกไปบ้าง ซึ่งทำให้ “ตัวตนดิจิทัล” ของผมหลุดจากการควบคุมอย่างสิ้นเชิง

ในสังคมไทยที่ยังขาดการรู้เท่าทันเทคโนโลยีในระดับกว้าง Deepfake คือระเบิดเวลา ทั้งในแง่สังคม เศรษฐกิจ และการเมือง การเมืองไทยในยุคที่ประชาชนรับข้อมูลข่าวสารจากโซเชียลมีเดียเป็นหลัก หากมีการใช้วิดีโอปลอมของนักการเมืองหรือผู้นำ เพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริงในช่วงเลือกตั้ง อาจส่งผลกระทบมหาศาลต่อทิศทางประเทศ หรือในมุมธุรกิจ การสร้างวิดีโอปลอมของผู้บริหารหรือพนักงาน เพื่อหลอกลวงให้โอนเงินหรือให้ข้อมูลสำคัญก็อาจสร้างความเสียหายเป็นล้านบาทได้ภายในไม่กี่นาที

นอกจากความเสียหายเฉพาะบุคคล Deepfake ยังคุกคาม ความไว้วางใจของสังคม เมื่อใดที่ประชาชนเริ่มสงสัยว่าทุกสิ่งที่เห็นอาจเป็นของปลอม ความเชื่อมั่นต่อสื่อ ความยุติธรรม หรือกระทั่งสถาบันต่าง ๆ ก็จะถูกสั่นคลอนอย่างไม่อาจประเมินผลได้

การแก้ไขปัญหานี้ต้องอาศัยความร่วมมือหลายภาคส่วน ภาครัฐจำเป็นต้องเร่งออกกฎหมายเฉพาะทางเกี่ยวกับการใช้ Deepfake โดยกำหนดโทษสำหรับการแอบอ้าง หรือสร้างความเสียหายต่อบุคคลหรือสังคม ส่วนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียต้องพัฒนาเครื่องมือตรวจจับวิดีโอปลอมอย่างแม่นยำและรวดเร็วมากขึ้น และต้องมีช่องทางให้ผู้เสียหายรายงานได้ง่าย ไม่ใช่ปล่อยให้เรื่องจบด้วยคำว่า Report แล้ว แต่บัญชีเหล่านั้นยังคงอยู่

ที่สำคัญที่สุดคือประชาชนต้องพัฒนาทักษะด้าน “การรู้เท่าทันสื่อและเทคโนโลยี”ซึ่งหมายถึงการไม่หลงเชื่อสิ่งที่เห็นทันที แต่ตั้งคำถาม วิเคราะห์ ตรวจสอบ ก่อนจะแชร์หรือเชื่อข้อมูลใด ๆ โดยเฉพาะในรูปแบบวิดีโอหรือเสียงที่ฟังดูดีเกินจริง หรือมีเนื้อหาสร้างความตื่นตระหนก

วิธีตรวจสอบ Deepfake เบื้องต้นด้วยตัวเอง

1.สังเกตการเคลื่อนไหวของปาก หากพูดไม่ตรงจังหวะกับเสียง หรือมีการขยับปากแปลก ๆ มักเป็นสัญญาณของวิดีโอปลอม 2.ดูดวงตาและการกะพริบตา Deepfake บางประเภททำให้การกะพริบตาไม่เป็นธรรมชาติ หรือไม่มีการกะพริบเลย

3.ตรวจความสมจริงของแสงเงา วิดีโอปลอมมักมีแสงเงาผิดปกติ ไม่สมดุลกับท่าทางจริง 4.ฟังโทนเสียงและจังหวะพูด เสียงอาจแข็ง ๆ ไม่มีอารมณ์ หรือพูดด้วยโทนเสียงที่ไม่สม่ำเสมอ

5.ใช้เครื่องมือออนไลน์ช่วยตรวจสอบ เช่น คลิปวิดีโอบางรายการสามารถใช้เว็บไซต์เช่น InVID https://www.invid-project.eu หรือโปรแกรมตรวจสอบ Metadata ได้

สุดท้าย บทเรียนที่ผมได้รับในครั้งนี้คือ “ความจริงเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป หากเราไม่มีความสามารถในการแยกแยะและตั้งคำถาม” ยุค AI ไม่ได้มอบแค่ความสะดวกสบาย แต่มันท้าทายกรอบความเชื่อและความจริงที่เราคุ้นเคยหากเราไม่เรียนรู้ที่จะป้องกัน วันนี้อาจแค่ใบหน้าของคุณที่ถูกปลอม แต่ในวันหน้าอาจเป็นทั้งชีวิตของคุณที่ถูกแทนที่โดยตัวปลอมโดยที่คุณไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ