เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เฟดเสียงแตก คงดอกเบี้ยตามคาด 3.50-3.75%
World เฟดเสียงแตก คงดอกเบี้ยตามคาด 3.50-3.75%
พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
Biz Movement พลังจิตอาสา ‘แสนสิริ’ ทำความดีเพื่อสังคม ส่งต่อโอกาสแก่กลุ่มเปราะบาง 4 มิติ
รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
Real Estate รื้อแล้ว! ปั๊ม SINOPEC SUSCO รัชดา จับตา SC ขึ้นโปรเจ็กต์ใหม่
สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
Real Estate สภาผู้บริโภค แฉ 50 คอนโดดัง เข้าข่ายละเมิดกฎหมาย ส่งเรื่องถึง กทม. แต่ยังไร้การแก้ไข
ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
Business ปลดล็อกความอัดอั้น สู่ยุคทอง ‘คอนเสิร์ต-ไลฟ์เฮาส์’
‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
Economic ‘ทูมอร์โรว์แลนด์’ ปลุกเศรษฐกิจ บุ๊กกิ้งโรงแรม ‘ชลบุรี-ระยอง’ แน่น
พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
Economic พาณิชย์เตือนรัฐ-เอกชน ใช้ข้อมูลกรรมการ-ผู้ถือหุ้นระวังผิด PDPA
สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
World สหรัฐแบนนำเข้า ‘หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์-อินเวอร์เตอร์’ รุ่นใหม่จากจีน
เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
Economic เตือนไทยเสี่ยง “Stagflation” สงคราม 3 สมรภูมิดันน้ำมันเกิน 100 ดอลลาร์ เงินเฟ้อพุ่ง 2.4-3.3%
อดีตทูตรัศม์  ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
Politics อดีตทูตรัศม์ ขอโทษ “นายกฯอนุทิน”” ปมเพลงเถียนมี่มี่ หวั่นไทยเสียดุลการทูตยุค “หวานชื่น”
ดูทั้งหมด

เอเย่นต์ทัวร์จีนยัน ‘ไทย’ No.1 ในใจนักท่องเที่ยวจีน

22 ส.ค. 2568 | 06:16น.
Chinese agent

จากรายงานของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ณ วันที่ 11 สิงหาคม 2568 ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-10 สิงหาคม 2568 ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวสะสม 20.19 ล้านคน สร้างรายได้รวม 9.37 แสนล้านบาท โดยนักท่องเที่ยวจีนยังคงเป็นตลาดที่มีจำนวนสูงสุด อันดับ 1 จำนวนรวม 2.83 ล้านคน

สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลตลาดนักท่องเที่ยวขาเข้า (อินบาวนด์) และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในฐานะหน่วยงานด้านการส่งเสริมการตลาดของภาคการท่องเที่ยวของประเทศ ได้ร่วมกันขับเคลื่อนและกระตุ้นตลาดนักท่องเที่ยวจีนต่อเนื่อง

ล่าสุดได้ร่วมกันจัดโรดโชว์ใน 3 เมืองของจีน (ฉงชิ่ง หลานโจว หางโจว) ระหว่างวันที่ 27 กรกฎาคม-2 สิงหาคม 2568 โดยในงานดังกล่าว “ประชาชาติธุรกิจ” ได้ร่วมสัมภาษณ์ผู้ประกอบการทัวร์จีนถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมนักท่องเที่ยว รวมถึงมุมมองของนักท่องเที่ยวต่อประเทศไทย และแนวโน้มการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทย

ปัญหาความไม่ปลอดภัยจางหาย

“จาง ซือเถา” เจ้าของ “วั่นห่าว ทราเวล” เอเย่นต์ทัวร์รายใหญ่ของเมืองฉงชิ่ง ให้ข้อมูลว่า บริษัทของเธอเริ่มจากการทำตลาดมัลดีฟส์ ดังนั้นตลาดหลักโฟกัสคือการทำตลาดระดับกลาง-บน ทั้งในรูปแบบ B2B และ B2C ขายผ่านช่องทางทั้งออนไลน์ และหน้าร้าน สำหรับตลาดประเทศไทยนั้น ตลาดหลักที่มุ่งเน้นคือ กรุงเทพฯ พัทยา ภูเก็ต และเชียงใหม่

“ตอนนี้ลูกค้าไปภูเก็ตมีจำนวนมากขึ้น เพราะมีเที่ยวบินตรงจากฉงชิ่ง-ภูเก็ต สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบิน ทำให้ภูเก็ตเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยม เพราะเมืองฉงชิ่งไม่มีทะเล ขณะที่เชียงใหม่มีจุดขายหลักคือ ความสโลว์ไลฟ์ ซึ่งเป็นจุดขายที่ดีเพราะคนจีนในฉงชิ่งและพื้นที่ใกล้เคียงใช้ชีวิตแบบเร่งรีบมาก”

พร้อมทั้งบอกด้วยว่า สำหรับประเด็นปัญหาเรื่อง “เมืองไทยไม่ปลอดภัย” นั้น “จาง” บอกว่า ขณะนี้บรรยากาศเริ่มดีขึ้น ทำให้รู้สึกเบาใจมากขึ้น และเชื่อว่านับตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 นี้ ภาพการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

ไทยยืน 1 ปลายทางยอดนิยม

“หวัง เฉียง” รองกรรมการผู้จัดการ “เรียล ทัวร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ทราเวล เซอร์วิส” บอกว่า เอเย่นต์ทัวร์รายใหญ่ในเมืองฉงชิ่งบอกว่า ปัจจุบันลูกค้ามีความรู้ในเชิงข้อมูลและเส้นทางการท่องเที่ยวมากขึ้น และรู้ว่าการท่องเที่ยวแบบไหนที่เหมาะสมกับตัวเอง ทำให้เกิดการท่องเที่ยวในพื้นที่ใหม่ ๆ เกิดขึ้น

สำหรับบริษัท เรียล ทัวร์ อินเตอร์เนชั่นแนลฯนั้น ตลาดหลักคือ สมุย โดยทำเที่ยวบินเช่าเหมาลำไปเกาะสมุย และไปลง จ.ตรัง นำนักท่องเที่ยวไปเกาะหลีเป๊ะ ซึ่งส่วนตัวมองว่าเป็นตลาด Blue Ocean

ขณะเดียวกันก็ยังมองหาเส้นทางใหม่ ๆ เพิ่มมากขั้น เพราะเชื่อว่าประเทศไทยยังเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีน เนื่องจากเป็นเดสติเนชั่นที่ใกล้ ค่าใช้จ่ายไม่สูง และสินค้าและบริการด้านการท่องเที่ยวมีมาตรฐานที่สูง

ส่วนประเด็นที่ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาเที่ยวไทยลดลงนั้น “หวัง เฉียง” บอกว่า ที่ผ่านมาไม่ใช่แค่ประเทศไทยที่ลดลง แต่ลดลงทุกตลาด

“เรามองว่าปัญหาเรื่องความไม่ปลอดภัยของประเทศไทยที่เกิดขึ้นในช่วงปีนี้เป็นเหตุการณ์ระยะสั้น และทำให้นักท่องเที่ยวเปลี่ยนไปเที่ยวเวียดนามแทน แต่ในระยะยาวยังไงก็เชื่อว่าปีหน้าตลาดจะกลับคืนสู่ภาวะปกติ”

เวียดนาม แค่ชั่วคราวไม่ใช่คู่แข่ง

“เป่ย หลี่” รองกรรมการผู้จัดการ “ฉงชิ่ง เฉียนโหย่ว อินเตอร์เนชั่นแนล ทราเวล เซอร์วิส” หนึ่งในบริษัททัวร์รายใหญ่ในเมืองฉงชิ่ง กล่าวว่า หลังวิกฤตโควิดนักท่องเที่ยวมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง มีข้อมูลมากขึ้น นิยมเดินทางเป็นกรุ๊ปเล็กลง เน้นแพ็กเกจที่เป็นเทเลเมด และเดินทางตามรอยอินฟลูเอนเซอร์

บริษัททัวร์ต้องปรับตัวและวางแผนการตลาดใหม่จากการทำตลาดแมส เป็นแบบ Tailor Made คือ การออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวให้ลูกค้าเฉพาะกลุ่ม และปรับไปใช้ช่องทางประชาสัมพันธ์ทางออนไลน์มากขึ้น

“ตอนนี้ลูกค้าคนจีนที่เดินทางไปเที่ยวไทยของเรามีสัดส่วนประมาณ 20-30% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนวิกฤตโควิด เพราะประเทศไทยมีปัญหาที่เป็นปัจจัยลบตั้งแต่ต้นปี ทั้ง ๆ ที่อัตราการขายเมื่อเดือนธันวาคม 2567 สามารถทำได้สูงมาก”

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าประเทศไทยยังคงเป็นเดสติเนชั่นอันดับ 1 ของนักท่องเที่ยวจีนเช่นกัน สำหรับข่าวที่บอกว่านักท่องเที่ยวจีนนิยมเดินทางไปเวียดนามแทนนั้น ส่วนตัวมองว่าเป็นปรากฏการณ์ชั่วคราว เพราะส่วนใหญ่ที่ไปกลับมาไม่แฮปปี้ และไม่เกิดการเที่ยวซ้ำ

สอดรับกับ “เจิ้ง เหว่ย์” เจ้าของ “กานซู่ จุนเหอ เหวินหลี่” เอเย่นต์ทัวร์จีนจากเมืองหลานโจว ที่ยืนยันว่าประเทศไทยคือจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีน เพียงแต่สะดุดปัญหาเรื่องความไม่ปลอดภัยทำให้ตลาดต้องชะลอตัว

“เมื่อตลาดประเทศไทยมีปัญหา บริษัททัวร์จึงหันไปทำตลาดเวียดนามทดแทน เนื่องจากราคาถูก แต่ยืนยันว่าเวียดนามไม่ใช่คู่แข่งของไทยแน่นอน เพราะสินค้าและบริการยังมีมาตรฐานที่ต่ำ ดังนั้นเมื่อไหร่ที่ความกังวลเรื่องความปลอดภัยของไทยเริ่มดีขึ้น นักท่องเที่ยวจีนไปไทยแน่นอน”

ทั้งนี้ ประเมินว่าหากหลังจากนี้ประเทศไทยไม่มีเหตุการณ์อะไรรุนแรงเกิดขึ้นอีก ตลาดจีนเที่ยวไทยจะปรับตัวดีขึ้น และจะมาดีขึ้นเรื่อย ๆ

มั่นใจ Q4 นี้จีนกลับมาเที่ยวไทย

“หลี่ เหวินเซียน” เจ้าของ “เป่าหลี่ ทราเวล” เอเย่นต์ทัวร์รายใหญ่ในเมืองหางโจว และผู้ให้บริการเที่ยวบินเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลต์) รายใหญ่ บอกว่าบริษัททำทัวร์แบบเช่าเหมาลำรายใหญ่จากภาคตะวันออกของจีนมาประเทศไทย ที่ผ่านมาเรียกว่าขาดทุนเพราะนักท่องเที่ยวน้อย แต่ก็ยังไม่ยกเลิก เพราะยังมองไทยเป็นจุดหมายปลายทางหลักของนักท่องเที่ยวจีน

“ปัจจุบันมีชาร์เตอร์ไฟลต์จากเมืองหางโจว 5 เที่ยวบิน เป็นของเรา 2 เที่ยวบินเข้ากรุงเทพฯ ซึ่งขาดทุนอยู่แต่เราก็พยายามรักษาตารางการบินไว้”

และล่าสุดก็เป็นข่าวดีที่ได้รับข้อมูลว่ารัฐบาลไทยมีมาตรการสนับสนุนชาร์เตอร์ไฟลต์จากจีน จึงคาดว่าภาพรวมการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนมาไทยจะคึกคักขึ้นตั้งแต่ช่วงไตรมาส 4 ปีนี้แน่นอน

คาดปี’69 นทท.จีนพุ่ง 9 ล้านคน

“ธนพล ชีวรัตนพร” นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) หรือแอตต้า ระบุว่า หลังจากที่สมาคมแอตต้าได้ทำการสื่อสารนโยบายการสนับสนุนของรัฐบาลเรื่องการให้เงินสนับสนุนผ่านโครงการสนับสนุนชาร์เตอร์ไฟลต์ และ Group Incentive ให้กับบริษัทนำเที่ยว (เอเย่นต์ทัวร์) ในสาธารณรัฐประชาชนจีนไปตั้งแต่งาน “สวัสดี หนี่ห่าว” เมื่อเดือนพฤษภาคม และได้พาผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยไปโรดโชว์ใน 3 เมืองสำคัญของจีน (ฉงชิ่ง หลานโจว หางโจว) เมื่อช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา พบว่าเอเย่นต์ทัวร์ในจีนให้ความสนใจอย่างมาก

โดยเที่ยวบินชาร์เตอร์ไฟลต์จากมณฑลต่าง ๆ ของจีนจะเริ่มทยอยเข้ามาแล้วในเดือนสิงหาคมนี้ และจะคึกคักและมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไป จึงเชื่อว่าบรรยากาศการเดินทางของนักท่องเที่ยวจีนกลับมาคึกคักขึ้นได้

นอกจากนี้ในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน 2569 บริษัทแอมเวย์จากประเทศจีนจะนำทีมงานประมาณ 13,000 คน เข้ามาจัดประชุม Amway 2026 ในประเทศไทย รวมถึงการเป็นเจ้าภาพจัดงานใหญ่ระดับโลกอย่างการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลก หรือ World Bank ในช่วงเดือนตุลาคม 2569

ทั้งนี้ มั่นใจว่าทั้ง 2 งานใหญ่นี้จะเป็นปัจจัยบวกที่ตอกย้ำเรื่องความปลอดภัย และความเชื่อมั่นในการท่องเที่ยวของประเทศไทยในสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลกได้ดียิ่งขึ้นด้วย

เมื่อบวกกับมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการท่องเที่ยวของรัฐบาล เชื่อว่าจะทำให้ในปี 2569 ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวจีนได้ถึง 9 ล้านคน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทัวร์จีน นักท่องเที่ยวจีน