เมื่อ OpenAI ท้าชน Google จุดเปลี่ยนของโลกการค้นหา ที่ AI จะเข้าใจเรา มากกว่าเราเข้าใจมัน
คอลัมน์ : Pawoot.com ผู้เขียน : ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ
ในสัปดาห์ที่ผ่านมาโลกเทคโนโลยีต้องสะเทือนอีกครั้ง เมื่อ OpenAI ประกาศเปิดตัวบริการใหม่ “ChatGPT Atlas” เว็บเบราว์เซอร์ที่ไม่ใช่แค่ใช้เปิดเว็บไซต์ แต่เป็นเบราว์เซอร์ที่มีสมองของ AI ความจริงแล้ว Atlas ไม่ได้มาในฐานะเบราว์เซอร์ตัวหนึ่งในตลาดเท่านั้น แต่มาในฐานะผู้ท้าชิงยักษ์ใหญ่อย่าง Google Chrome โดยตรง เพราะทันทีที่ข่าวเปิดตัวออกมา หุ้นของ Alphabet หรือบริษัทแม่ของ Google ก็ตกลงกว่า 4% ในวันเดียว เหมือนตลาดกำลังบอกเราว่าคู่แข่งใหม่ของ Google มาถึงแล้ว
ที่ผ่านมา Google ครองตลาดเว็บเบราว์เซอร์และ Search Engine แทบทั้งหมดของโลก แต่สิ่งที่ OpenAI ทำ คือการขยับจาก AI Chatbot ไปสู่ AI ที่อยู่ในทุกจังหวะการท่องเว็บของเรา นั่นหมายความว่า Atlas ไม่ได้รอให้เราพิมพ์คำถามในช่อง Chat อีกต่อไป แต่จะอยู่ในทุกหน้าเว็บที่เราเปิด พร้อมช่วยวิเคราะห์ สรุป ค้นหา และเชื่อมโยงข้อมูลแบบเรียลไทม์ให้เราเสร็จในไม่กี่วินาที
Atlas สร้างขึ้นบนฐานของ Chromium เหมือน Chrome แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือ Ask ChatGPT ปุ่มเล็ก ๆ ที่อยู่ในเบราว์เซอร์ ซึ่งเราสามารถกดถาม AI ได้ทันที เช่น ถ้าเราเปิดเว็บไซต์ข่าว Atlas สามารถสรุปใจความสำคัญให้ได้เลย หรือถ้าเราเปิดหน้าเว็บสินค้า Atlas สามารถเปรียบเทียบราคา คุณสมบัติ และรีวิวให้แบบอัตโนมัติ นั่นหมายความว่าการค้นหาในอนาคตอาจไม่จำเป็นต้องพิมพ์ใน Google อีกต่อไป เพราะ AI จะเข้าใจสิ่งที่เรากำลังมองหา โดยไม่ต้องอธิบายมาก
ที่น่าสนใจคือ OpenAI ไม่ได้เริ่มจากศูนย์ เพราะตอนนี้ ChatGPT มีฐานผู้ใช้กว่า 700 ถึง 800 ล้านคนทั่วโลก และมีผู้สมัครแบบจ่ายเงินราว 1-2% ซึ่งแม้จะดูเป็นสัดส่วนเล็ก แต่ถือว่าเป็นฐานผู้ใช้ที่ใหญ่และมีคุณภาพสูงมาก พวกเขาเหล่านี้คือกลุ่มคนที่ใช้ ChatGPT ในการทำงาน เรียนรู้ และตัดสินใจในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว ดังนั้น การที่ OpenAI จะขยายเข้าสู่โลกการท่องเว็บ คือการพาผู้ใช้เดิมทั้งหมดเข้าสู่ระบบนิเวศใหม่ ที่ AI จะอยู่กับเราในทุกคลิกของเมาส์
ตอนนี้ Atlas ยังเปิดให้ใช้งานเฉพาะบน macOS ก่อน และจะทยอยเปิดให้ Windows, iOS และ Android ในอนาคต ใครที่ใช้ Mac สามารถทดลองดาวน์โหลดได้ผ่านเครือข่ายของ macOS ซึ่งในเวอร์ชั่นนี้ OpenAI ได้ฝังระบบ Agent Mode เข้าไปให้เบราว์เซอร์สามารถทำงานแทนเราได้จริง เช่น ค้นข้อมูลหลายเว็บไซต์พร้อมกัน เปรียบเทียบ สรุป และส่งคำตอบกลับมาโดยอัตโนมัติ เรียกได้ว่าเป็นการเปลี่ยนเบราว์เซอร์ให้กลายเป็นผู้ช่วยส่วนตัวที่รู้ว่าเราต้องการอะไร และสามารถลงมือทำได้เอง
สิ่งที่ผมมองว่าน่าคิดที่สุดคือ Atlas จะรู้จักเราได้ลึกแค่ไหน เพราะทุกการค้นหา ทุกการคลิก ทุกเว็บไซต์ที่เราเปิด กลายเป็นข้อมูลให้ AI เรียนรู้พฤติกรรมของเราได้มากขึ้น เมื่อรวมเข้ากับระบบ Memory ที่ ChatGPT มีอยู่แล้ว Atlas จึงกลายเป็นเครื่องมือที่รู้จักผู้ใช้ดีที่สุดในโลก มันจำสิ่งที่เราค้นหา สิ่งที่เราสนใจ สิ่งที่เราหลีกเลี่ยง และอาจรู้ด้วยซ้ำว่าเรากำลังคิดอะไรอยู่ แม้จะยังไม่ได้พิมพ์ออกไป
ในมุมของผู้ใช้ สิ่งนี้อาจฟังดูสะดวกและชาญฉลาด แต่ในมุมของธุรกิจและผู้ประกอบการ Atlas กำลังเปลี่ยนเกมการตลาดดิจิทัลครั้งใหญ่ เพราะถ้าอนาคตคนไม่ค้นหาบน Google อีกต่อไป แต่มาถามบน Atlas แทน ระบบโฆษณา SEO หรือการทำ Content ทั้งหมดจะต้องปรับตัวใหม่ ธุรกิจต้องเข้าใจว่า AI จะเป็นผู้กรองข้อมูลให้ลูกค้าแทน และใครที่เข้าใจวิธีทำให้ AI เลือกเราก่อนรายอื่น คนนั้นจะได้เปรียบ
นี่อาจเป็นครั้งแรกที่โลกของเว็บเบราว์เซอร์ถูกเขย่าอย่างแท้จริงในรอบ 20 ปี หลังจากที่ Google เข้ามาแทนที่ Internet Explorer เพราะวันนี้ OpenAI ไม่ได้เพียงสร้างเครื่องมือค้นหาใหม่ แต่มันกำลังสร้างวิธีคิดใหม่ในการเข้าถึงข้อมูลที่ผู้ใช้ไม่ต้องหาคำตอบ แต่ AI จะหาคำตอบให้ และนั่นคือสิ่งที่ผมเชื่อว่า Atlas จะไม่ใช่แค่เบราว์เซอร์อีกตัว แต่มันคือจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ ยุคที่ AI ไม่ใช่เครื่องมือของเรา แต่เป็นเพื่อนร่วมคิดที่รู้จักเรา มากกว่าที่เราเข้าใจตัวเอง