คอลัมน์ : สัมภาษณ์
ในวันที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและงานอีเวนต์ระดับนานาชาติเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ สตาร์ตอัพเกาหลีอย่าง “GroundK” ผู้ให้บริการด้าน Premium Mobility และงาน MICE Transportation กำลังก้าวเข้ามามีบทบาทในตลาดไทยมากขึ้น ด้วยจุดแข็งด้านเทคโนโลยีการจัดการเดินทางแบบเรียลไทม์ที่พัฒนาบนระบบคลาวด์ T-RiseUp
“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์พิเศษ “แดเนียล จาง” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร “GroundK” หรือกราวนด์เค บริษัทด้านพรีเมี่ยมทรานสปอร์ตและระบบบริหารงาน MICE ถึงแผนการรุกตลาดในประเทศไทย ว่าบริษัทได้ออกแบบมาเพื่อแก้โจทย์สำคัญของธุรกิจรถรับส่งพร้อมคนขับที่ต้องประสานงานหลายฝ่าย ตั้งแต่ผู้ให้บริการเดินรถ คนขับ ผู้โดยสาร ไปจนถึงผู้ที่จอง
โดยระบุว่าความท้าทายของตลาดนี้ไม่ใช่เพียงการบริหารรถหรือคน แต่คือข้อมูลที่ต้องอัพเดตแบบแม่นยำและทันที โดยเฉพาะงานระดับ VIP และงานนานาชาติที่มีความซับซ้อนสูง ซึ่งเป็นจุดที่เทคโนโลยีหลังบ้านของ GroundK ถูกพัฒนามาเพื่อรองรับอย่างเต็มประสิทธิภาพ
T-RiseUp ระบบบริการพรีเมี่ยม
“แดเนียล จาง” บอกว่า T-RiseUp ถูกพัฒนาเป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงทุกผู้มีส่วนเกี่ยวข้องแบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งรถ ข้อมูลคนขับ รายละเอียดเส้นทาง หรือการอัพเดตหน้างาน โดยฟีเจอร์สำคัญที่โดดเด่นคือ การรองรับหลายภาษา ไม่พึ่งการแปลอัตโนมัติที่อาจคลาดเคลื่อน พร้อมรองรับหลายสกุลเงินและหลายชุดแผนที่ ทำให้สามารถใช้งานได้ในหลายประเทศอย่างไร้รอยต่อ
อีกหนึ่งความสามารถคือ การสร้างระบบจองที่ให้ผู้ประกอบการหรือองค์กรต่าง ๆ สามารถจองบริการได้ทันที ไม่ต้อง โทร.หรืออีเมล์ และทำให้ผู้ให้บริการสามารถทำตลาดบริการรับ-ส่งสนามบินได้เองโดยไม่ต้องพึ่ง OTA
พร้อมย้ำแนวคิด Premium Mobility ซึ่งไม่ได้แปลว่าใช้รถหรูหรือมีทีมงานจำนวนมาก แต่คือการทำให้ลูกค้า “ไม่ต้องรอ ไม่สะดุด และไม่เกิดความไม่สะดวก” ตลอดการเดินทาง
ผ่านงานระดับโลกเพียบ
“แดเนียล” บอกอีกว่า ที่ผ่านมา GroundK เคยให้บริการงานนานาชาติหลายงาน โดยเฉพาะงานที่มีผู้บริหารระดับสูงและแขก VIP ซึ่งข้อมูลที่ถูกต้องและอัพเดตทันที เป็นตัวกำหนดความสำเร็จ มากกว่าจำนวนรถหรือจำนวนคน
ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้เห็นภาพชัดว่า ระบบหลังบ้านที่แข็งแรงคือรากฐานสำคัญของงานระดับโลก
สำหรับประเทศไทยนั้นเป็นตลาดเด่นของภูมิภาค เนื่องจากอุตสาหกรรม MICE เติบโตต่อเนื่อง และมีงานขนาดใหญ่จัดขึ้นทุกปี
ชู 2 โมเดลขายตลาด
พร้อมบอกว่าการขยายตลาดในภูมิภาคของ GroundK ดำเนินไปใน 2 รูปแบบ ประกอบด้วย 1.ความร่วมมือด้านเทคโนโลยี-ให้บริการ T-RiseUp แก่ผู้ให้บริการเดินรถที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล พร้อมปรับแต่งระบบโดยทีม R&D
และ 2.ความร่วมมือด้านบริการ โดย GroundK เป็นพาร์ตเนอร์ด้านรถในเกาหลี ส่วนพันธมิตรท้องถิ่นในแต่ละประเทศดูแลการเดินรถในพื้นที่ของตนเอง
โมเดลนี้ช่วยให้การจัดงานในหลายประเทศเป็นไปอย่างลื่นไหลและเป็นระบบเดียวกัน
เตรียมเปิดฟีเจอร์ใหม่ปี 2026
ขณะเดียวกัน ในปี 2026 นี้ GroundK เตรียมเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ที่จะทำให้ผู้ให้บริการเดินรถที่ใช้ T-RiseUp สามารถมีแพลตฟอร์มแบบ Ride-Hailing ของตัวเองได้ ผู้ประกอบการสามารถทำการตลาด ดูแลลูกค้า และขยายธุรกิจภายใต้แบรนด์ของตัวเอง
ซึ่งจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการในหลายประเทศมีความยืดหยุ่นและแข่งขันในตลาดได้มากขึ้น
“GroundK ให้ความสำคัญสูงสุดกับการรับฟังทั้งผู้ใช้ระบบตัวจริง รวมถึงทีม R&D ที่พัฒนาซอฟต์แวร์ เพราะเชื่อว่าการรับฟังอย่างสมดุลคือรากฐานของระบบที่มีคุณภาพ และเป็นหัวใจของธุรกิจ Mobility ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี”
“เที่ยวไทย-อาเซียน” เข้าสู่ยุคดิจิทัล
“แดเนียล” บอกอีกว่า จากข้อมูลจากศูนย์ส่งเสริมสตาร์ตอัพการท่องเที่ยวเกาหลี (KTSC) ระบุว่าตลาดท่องเที่ยวไทย-อาเซียนกำลังก้าวเข้าสู่โครงสร้างใหม่ที่เทคโนโลยีเป็นตัวกำหนดความสามารถในการแข่งขัน
ขณะที่ตัวเลขจากหลายสำนักชี้ว่า มูลค่าการจองท่องเที่ยวออนไลน์อาเซียนสูงกว่า 59,000 ล้านดอลลาร์ และอาจมีการใช้งานออนไลน์สูงถึง 74% ขณะที่ตลาดเทคโนโลยีท่องเที่ยวทั่วโลกมีมูลค่า 11,100 ล้านดอลลาร์ และอาจขยายสู่ 18,700 ล้านดอลลาร์
ส่วนตลาด MICE และ Mega Event ของไทยเคยมีมูลค่าราว 6,930 ล้านดอลลาร์ และตลาดแพลตฟอร์มท่องเที่ยวดิจิทัลไทยมีมูลค่าประมาณ 5,000 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนชัดว่าดีมานด์เทคโนโลยีกำลังกลายเป็นโครงสร้างหลักของอุตสาหกรรม
พร้อมให้ข้อมูลอีกว่า สตาร์ตอัพเกาหลีด้านเทคโนโลยีท่องเที่ยว 5 ราย ได้แก่ GroundK, RIAD Corporation, ND Soft, TripBuilder และ Nanugi World กำลังผนึกกำลังกับผู้ประกอบการไทยมาก ครอบคลุมตั้งแต่ระบบเดินทางแบบเรียลไทม์ ระบบจับคู่ที่พัก การแปลภาษา ไปจนถึงการวางแผนท่องเที่ยวด้วย AI
และเชื่อว่าการร่วมมือกับ GroundK ในตลาด MICE ไทย เป็นการสะท้อนจุดเปลี่ยนสำคัญของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยที่กำลังเร่งขยับเข้าสู่ยุคที่ระบบดิจิทัลหลังบ้านกลายเป็นปัจจัยหลักของความสำเร็จในธุรกิจท่องเที่ยว งานอีเวนต์ และตลาด MICE ซึ่งกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคนี้