อนุทิน ยันไม่มีหยุดยิง 4 ทุ่มตาม ‘อันวาร์’ ชี้ กัมพูชา ต้องแสดงความจริงใจ
นายกฯ ยันไม่มีหยุดยิง 4 ทุ่มตาม ‘อันวาร์’ โพสต์ ชี้ ‘กัมพูชา’ ต้องแสดงความจริงใจ-เสนอข้อดำเนินการมาที่ประเทศไทย ไม่ใช่ให้ผู้นำชาติอื่นพูด ขออย่าเอาประชาชนมาเป็นตัวประกัน
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าเวลา 22.00 น. ไทยและกัมพูชา จะเริ่มกระบวนการหยุดยิง ว่า ไม่ได้มีการพูดคุยกันในเรื่องนี้ ขอให้รับฟังข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ที่กองทัพแถลงวันละ 2 ครั้ง ส่วนแหล่งข่าวจากที่อื่น ไม่ควรจะนำมาเป็นข้ออ้าง
ส่วนก่อนหน้านี้ได้คุยกับนายกรัฐมนตรีมาเลเซียหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า พูดคุยกันมาตลอด แต่ไม่มีครั้งไหน ที่บอกว่าจะต้องทำข้อตกลงในการหยุดการดำเนินการใด
เมื่อถามว่า กองทัพรายงานสถานการณ์ล่าสุดหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า วันนี้อยู่กับเสนาธิการทหารบก ซึ่งได้รายงานว่า ได้ดำเนินการตามแผนที่วางไว้
ส่วนหากฝ่ายกัมพูชา รับข้อเสนอของนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย แล้วฝ่ายไทยไม่ยอมรับ จะถูกมองว่าเป็นฝ่ายที่ไม่ยอมยุติหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การตอบรับว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ ต้องหารือพูดคุยกันก่อน และต้องมีท่าทีที่จริงใจ ชัดเจนว่าต้องการหยุดการปะทะ หยุดทำร้ายซึ่งกันและกัน
พร้อมย้ำว่า ฝ่ายไทยเป็นฝ่ายถูกรุกราน คุกคามอธิปไตย ที่ตอบโต้ไปนั้นเพื่อป้องกันอธิปไตย ป้องกันประชาชน และทำให้เห็นว่าอย่าได้เข้ามาทำร้ายประเทศไทย ในขณะที่เรากำลังแสดงท่าที ว่ากำลังปกป้องอธิปไตย ซึ่งคงไม่มีใครมาบอก ว่า 22.00 น. ให้ต่างคนต่างถอย และหยุดยิงกัน ถ้าคิดด้วยสามัญสำนึกปกติ เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าจะหยุดจริงจริง กัมพูชาต้องเสนอข้อดำเนินการมาที่ประเทศไทย ไม่ใช่ให้ผู้นำประเทศอื่นมาพูด เพราะเรามีเรื่องกันอยู่
ถ้าจะดำเนินการใดที่อยากหยุดข้อพิพาทกัน ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องเสนอมา อย่างเช่นเมื่อวานนี้ที่บอกว่า หยุดยิงแล้ว แต่ตอนเช้าก็ยังมีเป้าหมาย ที่ไม่ใช่ทางทหาร และมาโดนประชาชนของไทย ทำให้เกิดความเสียหาย ดังนั้น การกระทำมันชัดเจนอยู่แล้ว การจะพูดอะไรก็พูดได้ แต่ต้องมาทำด้วย
ถ้าหยุดจริงก็ต้องหยุดยิงให้เห็น และต้องถอนความพร้อมในเรื่องการยิง ไม่ใช่ปืนยังเล็งมาที่ประเทศไทย และพร้อมยิงอยู่ ถ้าอยากหยุดจริงก็ต้องหยุดทั้งหมด หยุดความพร้อมทุกอย่าง และถอยกลับไป ซึ่งคนที่จะประเมิน คือ ประเทศไทย ว่าแบบนี้เริ่มคุยกันได้ ซึ่งเป็นวิธีการถูกต้อง ไม่ใช่ใช้การพูดคุยผ่านโซเชียลมีเดีย เพราะนี่เป็นเรื่องของประเทศ
สำหรับกรณีที่กัมพูชาไม่ยอมเปิดด่านให้คนไทยกลับประเทศ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็น เพราะคนไทยมีสิทธิ์ที่จะกลับได้กลับบ้านได้ตลอดเวลา
ส่วนเรื่องนี้จะนำไปเป็นหนึ่งในเงื่อนไขในการนำไปพูดหรือไม่ นายกรัฐมนตรี หวังว่า น่าจะไม่ถึงจุดที่จะเอาประชาชนมาเป็นตัวประกัน เพราะเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่คิดว่าเรามีแผนเผชิญเหตุทุกเหตุอยู่แล้ว
จากนั้นนายกรัฐมนตรี ได้ชี้ให้สื่อมวลชนไปถาม พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก บ้าง
ทำให้ พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวเสริมว่า ลองไปถามคุณพ่อ คุณแม่ ภริยาและลูก ของกำลังพลที่เสียชีวิตทั้ง 15 นาย ตั้งแต่จ่าสิบเอก ศตวรรษ สุจริต ไปจนถึง พลทหาร กฤตฎิกร สร้อยระย้า ดูว่า เป็นอย่างไร