กกต.มั่นใจกฎอัยการศึกชายแดนใต้ ไม่กระทบเลือกตั้ง มีเหตุสั่งย้ายหน่วยได้
กกต.มั่นใจกฎอัยการชายแดนใต้ ไม่กระทบเลือกตั้ง หากมีเหตุย้ายหน่วยได้
กกต.มั่นใจกฎอัยการศึกนราธิวาสไม่กระทบวันเลือกตั้ง ชี้เหตุเกิดเฉพาะจุด-หากมีสถานการณ์ฉุกเฉิน กปน.ตัดสินใจ-ย้ายหน่วยได้ ย้ำใช้คนนอกพรรคช่วยหาเสียงได้ แต่ต้องลงทะเบียนกฎหมาย
นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวถึงกรณีที่หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ออกประกาศเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส หลังสถานการณ์ความไม่สงบยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งเหตุลอบวางระเบิด และการก่อความรุนแรงในหลายพื้นที่ ส่งผลให้ต้องยกระดับการควบคุมพื้นที่โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. 2457 ว่า หากเป็นเรื่องความปลอดภัย กกต.มีความกังวลทั้งนั้น เพราะประชาชนก็คือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
แต่โชคดีที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในพื้นที่จำกัด ไม่ใช่พื้นที่ที่ประชาชนไปรวมตัวกันจำนวนมาก ทำให้การเลือกตั้งนายก อบต.เมื่อวานนี้ (11 ม.ค.) ผ่านไปด้วยดี
ส่วนการประเมินสถานการณ์วันเลือกตั้งล่วงหน้า ในวันที่ 1 ก.พ. และวันเลือกตั้งจริงในวันที่ 8 ก.พ. เราก็ต้องรับฟังเรื่องความมั่นคง ว่าจะกระทบกับการเลือกตั้งหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ชายแดนหรือที่ภาคใต้ แต่คาดว่าหากเป็นลักษณะของภาคใต้ที่ไม่ได้กระทบในวงกว้างเหมือนปัญหาชายแดนและการบริหารจัดการจะซับซ้อนกว่า
ก็คิดว่าสามารถรับมือได้ เพราะมีกฎหมายให้ทำได้ เช่น การย้ายหน่วย แต่ยังอยู่ในเขตเลือกตั้งนั้น ทั้งนี้ ก็ต้องดูความสะดวกและความปลอดภัยของประชาชนด้วย หรืออาจจะงดลงคะแนนหน่วยนั้นไปก่อนเพียงหน่วยเดียว และหากในวันเลือกตั้งเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมาจริง ๆ คณะกรรมการประจำหน่วย (กปน.) จะเป็นผู้ตัดสินใจ
นายแสวงยังกล่าวถึงการนำคนนอกเข้ามาช่วยหาเสียงเลือกตั้ง ว่าการที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งจะนำบุคคลใดมาช่วยหาเสียงเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกพรรคหรือบุคคลภายนอก ต้องมีคุณสมบัติเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยผู้ช่วยskเสียงเลือกตั้ง
เมื่อได้รับการแต่งตั้งแล้วเขาก็สามารถช่วยผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองหาเสียงได้ ซึ่งการแต่งตั้งผู้ช่วยหาเสียงมีค่าตอบแทน ซึ่งจะถูกคำนวณเป็นค่าใช้จ่าย โดยต้องรายงานต่อ กกต.ให้ทราบ ทั้งก่อนดำเนินการ และหลังเสร็จสิ้นการเลือกตั้งต่อ กกต.ประจำจังหวัด หากมีบุคคลที่ไม่ใช่ผู้ช่วยหาเสียงเลือกตั้งตามที่แจ้งจะต้องรายงานให้ กกต.ทราบทันที