อภิสิทธิ์ จี้ กกต.เปิดข้อมูลโปร่งใส ย้ำเงื่อนไขเดิมร่วมรัฐบาล-ยังไม่ปิดประตู
อภิสิทธิ์ จี้ กกต.เปิดข้อมูลโปร่งใส ย้ำเงื่อนไขเดิมร่วมรัฐบาล-ยังไม่ปิดประตู
อภิสิทธิ์จี้ กกต.เร่งเปิดข้อมูลสร้างความโปร่งใส หลังมีกระแสขอนับคะแนนใหม่ หวั่นลุกลามบานปลายทำกระทบเสถียรภาพการเมือง-ความเชื่อมั่น ปชช. ยังไม่ปิดประตูร่วมรัฐบาล ย้ำเงื่อนไขเดิมไม่ร่วมพรรคใด
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค และนายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรค แถลงภายหลังการประชุมกรรมการบริหารพรรคและว่าที่ สส.ของพรรค
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การประชุมวันนี้เป็นการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เนื่องจากยังไม่ได้มีการรับรองสถานะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นอกเหนือจากการวิเคราะห์ถึงผลการเลือกตั้ง และกำหนดทิศทางในอนาคตของพรรคในหลาย ๆ เรื่อง
และสิ่งที่สำคัญวันนี้อยากเรียนต่อสื่อมวลชนเป็นเรื่องเร่งด่วน เกิดจากกระแสข่าวที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการจัดการเลือกตั้งในหลายพื้นที่ และดูจะลุกลามไป ให้เกิดข้อกังขาหลายอย่างที่เกี่ยวข้อง พรรคจึงมีความเห็นว่า กกต.จะต้องเร่งสร้างความโปร่งใสในกระบวนการทั้งหมด คือเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องโดยละเอียดที่สุด
ทำคะแนนรายหน่วยเลือกตั้ง จำนวนบัตรทั้ง 2 ระบบที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ามีความแตกต่างกันอยู่ในหลายพื้นที่ แน่นอนว่าในกรณีที่ข้อมูลเหล่านี้บ่งบอกว่ามีความผิดปกติ ขอให้ กกต.ต้องใช้อำนาจของตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการนับคะแนนใหม่ หรือแม้กระทั่งจำเป็นในการลงคะแนนใหม่ตามอำนาจหน้าที่ของ กกต. การเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม
นายอภิสิทธิ์ยังมองว่า หากปล่อยให้เกิดข้อกังขาแบบนี้และทอดเวลาออกไป จนทำให้คนมีจำนวนมากขึ้นไม่เชื่อมั่นในระบบ จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเสถียรภาพของการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ต้องการให้ กกต.สร้างความโปร่งใสโดยเร็วที่สุด
เขาเข้าใจกลุ่มคนที่มีความไม่พอใจ จากข้อมูลที่พบเกี่ยวกับความผิดปกติ แต่ก็อยากจะขอให้ทุกฝ่ายระมัดระวัง ไม่อยากให้เรื่องนี้ลุกลามไปสู่สถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ และจะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพและภาพลักษณ์ของการเมืองไทย จึงเป็นสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์อยากเรียกร้องกับ กกต.ในเบื้องต้น ให้เร่งสร้างความชัดเจนในเรื่องนี้ และพรรคยินดีรับข้อมูล ซึ่งในส่วนผู้สมัครของพรรคเองก็มีการร้องเรียนไปแล้ว เพื่อที่จะให้ความจริงปรากฏให้ชัดเจนที่สุด
ขณะเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวว่า พรรคได้ดำเนินการเรื่องทุนเทาและสแกมเมอร์มาตั้งแต่ต้น และวันนี้ 11 กุมภาพันธ์ 2569 เหลือระยะเวลาอีกเพียง 17 วัน นับตั้งแต่ที่รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ออกมาตรการยึดอายัดทรัพย์ไว้ ซึ่งตามกฎหมายมีระยะเวลา 90 วันในการดำเนินการเรื่องนี้
สิ่งที่เราอยากจะเรียกร้องคือ รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งรัดเรื่องนี้ อย่าปล่อยให้ระยะเวลา 90 วันผ่านพ้นไป จนท้ายที่สุดมาตรการที่เป็นการยึดอายัดทรัพย์ชั่วคราวไม่ได้ส่งผลอะไร ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมายังมีบุคคล หรือธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการนี้ เช่นสถาบันทางการเงิน การสแกนม่านตา ซึ่งเรามองว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้ดำเนินการเท่าที่ควร ในการยึดอายัดทรัพย์ ป้องกันไม่ให้ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินไปจนกระทั่งการขยายผลไปยังกลุ่มคนต่าง ๆ

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ทราบดีขณะนี้เป็นรัฐบาลรักษาการ อำนาจหน้าที่ก็เป็นของหน่วยงานอย่าง ปปง. หรือ กลต. แต่ก็มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องเร่งรัด มิฉะนั้นหากปล่อยระยะเวลาออกไป และยิ่งมีรัฐบาลที่เป็นรัฐบาลต้องรักษาการไปอีกยาว ในที่สุดมาตรการทั้งหลายในการปราบปรามก็จะไม่เกิดผล
นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวว่า การประชุมในวันนี้เป็นการเตรียมความพร้อมในส่วนของงานนิติบัญญัติ ได้มีการตั้งคนที่จะเข้ามาเร่งในเรื่องของการจัดทำกฎหมาย เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายหลักของพรรคที่ได้เป็นการหาเสียงไว้ เพื่อความพร้อมในการทำงานด้านนิติบัญญัติ นอกเหนือจากนั้น มีเรื่องของการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการภายใน เพราะว่าคณะกรรมการชุดปัจจุบันแทบไม่ได้มีเวลาทำในเรื่องนี้ เพราะเข้ามาปั๊บก็ต้องเจอเรื่องของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง
เมื่อถามว่าเรื่องการร่วมมือร่วมรัฐบาลนั้น ได้มีการสะท้อนในที่ประชุมว่าที่ สส. อย่างไรบ้าง และมีการทาบทามมาจากพรรคอันดับหนึ่งบ้างหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการติดต่ออะไรทั้งสิ้น สิ่งที่ยืนยันได้ก็คือการที่พรรคได้แสดงท่าทีชัดเจน เกี่ยวกับเงื่อนไขของการร่วมหรือไม่ร่วมรัฐบาล ในช่วงของการหาเสียง ก็ยึดตามนั้นทุกประการ ไม่ต้องรอสาย
เมื่อถามย้ำว่า ที่ไม่ต้องรอสายนั้น ก็เท่ากับพร้อมเป็นฝ่ายค้านไม่ร่วมรัฐบาลแล้วใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าก็ตามเงื่อนไข อย่างที่บอกว่าเราไม่ร่วมกับพรรคไหน ถ้าจะไปร่วมก็จะต้องมีเรื่องของนโยบาย และเรื่องของเงื่อนไขที่เราได้พูดไปแล้ว
ส่วนที่มีหลายฝ่ายกลัวการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ พรรคประชาชน ร่วมกัน นายอภิสิทธิ์มองว่า ถ้าบริหารด้วยความโปร่งใสก็ไม่มีอะไรต้องน่ากลัว
เมื่อถามถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งใช้เวลาในการตรวจสอบประเด็นร้อนของชลบุรีเขตหนึ่งถึงสองวันนั้นมองอย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ที่ประชุมวันนี้ก็อยากเรียกร้องและขอให้เร่งรัด อย่ามองว่าเป็นเรื่องเล็ก เพราะเราสังเกตเห็นได้ว่า เหมือนจะเป็นเรื่องเฉพาะพื้นที่ แต่ขณะนี้ก็มีหลายพื้นที่ประสบปัญหาคล้ายคลึงกัน ทำให้ความเชื่อมั่นถูกบั่นทอนลงไปเยอะ วันนี้ก็ผ่านมาสองถึงสามวันแล้ว ก็น่าจะมีความพร้อมในการนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ เช่น คะแนนในหน่วยเลือกตั้ง ถ้าเป็นปี’66 ระเบียบก็เขียนชัดเจนว่าภายในห้าวันก็ต้องเปิดเผยออกมา
แต่ครั้งนี้เข้าใจว่าไม่ได้ใช้ห้าวัน ระเบียบอาจจะเขียนว่าโดยเร็ว ซึ่งก็ไม่ควรจะเกินห้าวัน หากยิ่งเร็วเท่าไหร่ก็จะทำให้ประชาชนมาร่วมตรวจสอบได้ ถ้ามีความผิดปกติ กกต.ก็สามารถใช้อำนาจในการให้ดำเนินการใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการสั่งนับคะแนนหรืออะไรก็ตาม เพื่อให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรม ตามวัตถุประสงค์ของ กกต.ที่มีในรัฐธรรมนูญตามระบอบประชาธิปไตย

ส่วนกรณีกระแสที่ประชาชนขอนับไปทั่วประเทศ จะทำให้เกิดความวุ่นวายหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ระบุว่า สิ่งที่เราเห็นขณะนี้ เราไม่สามารถจะระบุได้ว่า กระบวนการมีการทุจริตหรือไม่ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าในยุคปัจจุบัน กับสังคมข้อมูลข่าวสาร และความสามารถในการเผยแพร่ข้อเท็จจริง จะเป็นภาพหรือคลิปอะไรก็ตาม มีความผิดพลาดหรือผิดปกติหลายกรณี ซึ่งก็ไม่แปลกใจหากคนจะตั้งคำถามขึ้นมา ยิ่งมีภาพที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ที่ทำให้คนสงสัยจึงทำให้กระแสเรียกร้องดังขึ้น ว่าจำเป็นจะต้องนับคะแนนใหม่ทั้งหมดหรือไม่
ดีที่สุดขณะนี้คือ กกต.เร่งสร้างความโปร่งใส ข้อมูลที่อยู่ในมือ ก็เชื่อมั่นว่าไม่ต้องไปทำอะไรเพิ่มเติม นอกจากเผยแผ่ออกมา เช่นที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า คะแนนหรือบัตรเลือกตั้งระบบไม่เท่ากันในแต่ละพื้นที่ กกต.ก็ต้องมีตัวเลขที่บันทึกไว้เรียบร้อยในเขตหรือหน่วยเลือกตั้งนั้น ซึ่งก็ต้องสามารถเปิดเผยได้เลยจะถือว่าเป็นวิธีที่ดีที่สุด ให้คนมีความมั่นใจมากขึ้นว่า
อย่างน้อยมีความโปร่งใส แต่เมื่อเปิดเผยและมีความผิดปกติ ความผิดพลาดจะได้ตรวจสอบกันได้ แต่ถ้าหากไม่ดำเนินการเรื่องนี้ได้ก็เกรงว่าจะลุกลาม ไม่ส่งผลดีต่อระบบการเมืองทั้งหมด
ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลนั้น มองว่าจะสามารถจัดตั้งได้ในช่วงใด นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า จากที่ฟังในเบื้องต้น จากนายกรัฐมนตรีที่ถือเป็นหัวหน้าพรรคที่มีจำนวนที่นั่งมากที่สุดในขณะนี้ ก็ต้องรอให้กระบวนการเลือกตั้งให้เกิดความชัดเจนก่อน และที่สำคัญคือ กกต.มีระยะเวลา 60 วันตามกฏหมาย
และขณะนี้ยิ่งมีคำถามหรือข้อสงสัย ก็ต้องใช้ระยะเวลา 60 วัน หรือให้สั้นกว่านั้น ซึ่งก็ต้องทำให้เกิดความชัดเจน เพราะ กกต.ถูกวิพากษ์วิจารณ์ตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ว่าในที่สุดก็เอาผิดคนน้อยมาก จนกระทั่งพูดจากันหนาหูในทุกพื้นที่ ว่ามีการกระทำผิดกฎหมายการเลือกตั้ง แต่ครั้งนี้หนักกว่า คือการกล่าวหาซื้อเสียง ก็คือกระบวนการของ กกต. ที่ส่งผลรุนแรง ทำให้เกิดการตั้งคำถาม
เมื่อถามว่าหลายฝ่ายมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้อาจจะซ้ำรอยปี 2500 หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า จากการอ่านประวัติศาสตร์ ต้องบอกว่าเมื่อไหร่ก็ตามหากกระบวนการตั้งคำถาม และไม่เป็นที่ยอมรับ ก็จะเกิดความวุ่นวายอย่างแน่นอน
ดังนั้น ต้องทำให้เกิดความมั่นใจในกระบวนการ และจะต้องนำข้อมูลมาให้ทุกคนเห็น แต่ถ้ายิ่งช้าก็เกรงจะทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นและลุกลามไปได้ เมื่อไหร่ก็ตามที่กระบวนการไม่เป็นที่ยอมรับ หากดูจากทั้งในและต่างประเทศ เป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนสูง ฉะนั้น จึงไม่อยากให้ กกต.อยู่ในกรอบความคิดว่าทำหน้าที่ไปตามปกติ ถึงขนาดนี้ได้ลุกลามบานปลาย เพราะจะเห็นได้ว่าได้ขยายไปหลายพื้นที่ และกลายเป็นการชักชวนรณรงค์ ว่าจะต้องดำเนินการในระดับประเทศ กกต.ก็ต้องเร่งตอบคำถามเหล่านี้
ส่วนขณะนี้สังคมมีความเห็นแตกแยกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ที่ต้องมีการเลือกตั้งก็เพราะมีความเห็นที่แตกต่าง ตนไม่ได้มองว่าผลการเลือกตั้งเป็นความขัดแย้ง บอกเพียงแต่ว่า ในแต่ละพื้นที่อาจมีความคิดเห็นที่แตกต่างกันไป ว่าต้องการใครมาบริหาร หรือจะต้องการไปในทิศทางใด แต่หากกระบวนการเลือกตั้งสามารถสร้างความมั่นใจว่าถูกต้องและชอบทำ ตนก็มองว่าทุกฝ่ายก็สามารถเดินหน้าไปได้อยู่แล้ว
นายอภิสิทธิ์ย้ำว่า กระบวนการเลือกตั้ง และกระบวนการบริหารราชการแผ่นดิน ทุกอย่างต้องตรงไปตรงมา โปร่งใส จะเห็นด้วยหรือเห็นต่างก็จะไม่มีปัญหา แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความชอบธรรม ก็จะเป็นปัญหาเสมอ