Skip to content

divana ยกระดับเครื่องหอมสู่เครื่องมือดูแลสุขภาวะยั่งยืน 

17 ก.พ. 2569 | 13:48น.
divana ยกระดับเครื่องหอมสู่เครื่องมือดูแลสุขภาวะยั่งยืน 

ดิวานา (divana) แบรนด์เวลเนสลักเซอรี่ไทยที่มีประสบการณ์กว่า 25 ปี กำลังนำเสนอมุมมองใหม่ของอุตสาหกรรมเครื่องหอม โดยผสานภูมิปัญญาไทย พลังธรรมชาติ และแนวคิดความยั่งยืน เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการกลิ่นที่ตอบโจทย์ชีวิต-จิตใจมากกว่ากลิ่นหอม

ในยุคที่ผู้คนทั่วโลกเผชิญกับความเครียดและวิกฤตสุขภาพจิต น้ำหอมจึงเป็นมากกว่าเครื่องประดับกลิ่น แต่กลายเป็น “เครื่องมือดูแลอารมณ์และสุขภาวะ” ที่ช่วยเยียวยาจิตใจและสร้างคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน

พัฒนพงศ์ รานุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารดิวานา กล่าวว่า ผู้บริโภคยุคใหม่เลือกกลิ่นที่ตอบโจทย์ชีวิต น้ำหอมกลายเป็นเครื่องมือดูแลอารมณ์และสุขภาวะ ทั้งในแง่การผ่อนคลาย การเสริมสมาธิ หรือการสร้างความมั่นใจ เทรนด์อย่าง Scent Layering, Genderless Fragrance และความต้องการผลิตภัณฑ์ Clean, Natural และ Sustainable กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมเครื่องหอมระดับโลก

ตนมองว่า “Thai Wellness” คือทางออกสำคัญของคนทั่วโลกที่กำลังเผชิญกับปัญหา Mental Health และความไม่แน่นอน โดย divana จะนำภูมิปัญญาไทย พลังธรรมชาติ และจิตวิญญาณการบริการ (Hospitality) มาเป็นจุดแข็ง

“กลิ่นไม่ได้ตอบโจทย์แค่เรื่องสี เรื่องความหอม แต่ช่วยในเรื่องของการบำบัดอารมณ์ กลิ่นมีส่วนในการกระตุ้นสมอง ทำให้อารมณ์เปลี่ยนแปลงได้ตามกลิ่นที่เราได้รับ และกระตุ้นจินตนาการและความทรงจำ”

พัฒนพงศ์ รานุรักษ์
พัฒนพงศ์ รานุรักษ์

ความยั่งยืนคือหัวใจ ไม่ทิ้งสารพิษให้โลก

พัฒนพงศ์กล่าวว่า ความยั่งยืนไม่ได้เป็นแค่เทรนด์ แต่คือทางรอด ผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ของดิวานาจะมุ่งเน้น Zero Waste การใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถ Recycle หรือ Upcycle ได้จริง และวัตถุดิบเป็น Bio-based ทั้งหมด เพื่อให้มั่นใจว่าทุกครั้งที่ลูกค้าใช้สินค้าเรา ไม่ได้แค่ฮีลตัวเอง แต่กำลังฮีลโลกใบนี้ไปพร้อมกัน

 “ถ้าโลกป่วย เราก็อยู่ไม่ได้ Wellness ที่แท้จริงต้องเริ่มตั้งแต่ต้นทาง คือธรรมชาติที่แข็งแรง เพื่อส่งต่อพลังงานที่ดีมาสู่ผลิตภัณฑ์และบริการของเรา” 

ด้าน ธเนศ จิระเสวกดิลก ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด เสริมว่า ผลิตภัณฑ์น้ำหอมและ Oil ของเราใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติเป็นหลัก กระบวนการสกัดพยายามลดการใช้สารเคมีให้เป็นศูนย์ เพราะเราเชื่อว่าพลังจากธรรมชาติคือสิ่งที่จะเยียวยาจิตวิญญาณมนุษย์ได้ดีที่สุด โดยไม่ต้องทิ้งสารพิษไว้ให้สิ่งแวดล้อม

แบรนด์ยังเตรียมประกาศความร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ระดับโลกในเดือนเมษายนนี้ ที่ไม่ใช้น้ำมันปิโตรเลียมเลย ใช้เพียงแสงอาทิตย์และลมในกระบวนการผลิต และไม่ปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะแม้แต่หยดเดียว

ธเนศ จิระเสวกดิลก
ธเนศ จิระเสวกดิลก

เทรนด์ Scent Identity กับกลุ่ม Gen Z

ดิวานาขยายฐานลูกค้าสู่กลุ่ม Gen Z ซึ่งมีเทรนด์ “Scent Identity” คือการมีตู้น้ำหอมส่วนตัวโดยเฉลี่ยคนละ 8-12 กลิ่น เพื่อเลือกใช้ตามบุคลิกและช่วงเวลาที่แตกต่างกัน ทำให้อายุเฉลี่ยของลูกค้าลดลงจาก 28-45 ปี เหลือ 24-35 ปี

ธเนศอธิบายว่า Gen Z ให้ความสำคัญกับการสร้างบุคลิกที่โดดเด่นและตัวตนที่ไม่เหมือนใคร 

พวกเขาสามารถเลือกกลิ่นที่บ่งบอกในแต่ละบุคลิกในแต่ละวันและแต่ละช่วงเวลาได้ มันตอบโจทย์กับความเป็นตัวตนของพวกเขา และมันเชื่อมโยงกับเรื่อง Sustainability ด้วย เพราะกลิ่นที่ผลิตจากสารสกัดธรรมชาติ จากวัสดุที่นำกลับมาใช้ใหม่ มันทำให้ตอบโจทย์ในเรื่องของคุณค่าที่มีมากขึ้น

แบรนด์ยังเน้นเทรนด์ “Scent Layering” คือการใช้กลิ่นหลายชั้น โดยลูกค้าไม่ได้แค่ฉีดน้ำหอม แต่ทา Body Oil ใช้ Hair Perfume เพื่อให้มีมิติของกลิ่นที่อยู่กับตัวในแต่ละมิติที่แตกต่างกัน สร้างความมั่นใจและความหมายเฉพาะตัว

ปลายปี 2025 ดิวานาเปิดช็อปใหม่หลายแห่ง และล่าสุดเปิด divana Perfumery & Café ที่ CentralWorld ชั้น 1 เพื่อผสานศาสตร์กลิ่นเข้ากับไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ โดยผลิตภัณฑ์หลักในปีนี้มุ่งสู่ Eau de Parfum ระดับพรีเมี่ยม และแนวทาง Personalised Fragrance ที่เชื่อมโยงอารมณ์ ความทรงจำ และความหมายเฉพาะตัวของผู้ใช้

โดยที่ผ่านมาได้ใช้บ้านเก่าอายุเกือบร้อยปีเป็นสถานที่ให้บริการ เชื่อมโยงประวัติศาสตร์เช้ากับการบำบัดจิตวิญญาณ โดยนำเอาอาคารเก่าที่มีเรื่องเล่าอย่าง วังเดิมของสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ในซอยสมคิด, บ้านเจ้าพระยาศรีธรรมาธิเบศ ย่านสีลม และบ้านของอาจารย์ยศ จันทนสาขะ คณบดีคณะแพทย์คนแรกของไทย ย่านนานา มาปรับปรุงเป็นสาขาต่าง ๆ เพื่อนำเสนอ Ritual หรือพิธีกรรมการดูแลตัวเองที่สัมผัสได้ถึงแก่นแท้

Global Wellness & Longevity Platform

ดิวานาประกาศทิศทางการเติบโตระยะ 2025-2026 สู่การเป็น Global Wellness & Longevity Platform โดยนำ “Thai Wellness Wisdom” เป็นแกนกลาง และปักหมุดตลาดจีนภายใน 3 ปี

พัฒนพงศ์กล่าวต่อว่า ปีที่แล้วเราอยู่เมืองจีนประมาณ 30% ของชีวิต วาง Groundwork เรียบร้อยแล้ว และเราเชื่อว่า Thai Wellness คือทางออกสำคัญของคนทั่วโลกที่กำลังเผชิญกับปัญหาสุขภาพจิตและความไม่แน่นอน เราจะนำภูมิปัญญาไทย พลังธรรมชาติ และจิตวิญญาณการบริการมาเป็นจุดแข็ง

สำหรับยอดขายปี’68 ของดิวานาอยู่ที่ประมาณ 300 กว่าล้านบาท กำไรสุทธิ 10-15% แต่ปีนี้มั่นใจว่าจะโตได้ 100% อีกครั้งแบบทริปเปิลดิจิ เป้ารายได้ 600 ล้านบาท จากการขยายสาขาใหม่ การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ การขยายไปต่างประเทศ และโมเดล Wellness Consultancy ที่มีมูลค่าสูง

ธเนศเสริมว่า ตนไม่ได้มองแค่ Organic Growth จากสาขาเดิม แต่มี Revenue Stream ใหม่ที่เป็น Blue Ocean และในปีนี้เราให้ความสำคัญกับการ Upskill พนักงานให้กลายเป็น Wellness Creator ที่ส่งมอบความรู้และประสบการณ์สุขภาพที่ถูกต้องให้กับลูกค้าได้ด้วย เพราะหัวใจของดิวานาคือ Service Excellence

ซึ่งพัฒนพงศ์ยืนยันความเป็นแบรนด์ไทยว่า ตอนนี้มีนักลงทุนต่างชาติเสนอซื้อหุ้น 100% มาหลายราย แต่เรายังไม่ขาย เราเหลือแค่หัวเดียวที่ยัง Virgin ยังไม่มีผู้ร่วมทุนต่างชาติ และไม่มีความตั้งใจขายแบรนด์ให้กับต่างชาติ ยังคงสถานะความเป็นไทยอย่างเต็มที่ หากทุกคนยังให้ดิวานาเป็นแบรนด์ไทยที่จะทำชื่อระดับโลกได้ เราจะยังขอถือหุ้นใหญ่เพื่อขยายตลาดโลกให้ได้

ตลาดน้ำหอมโลกเติบโต 5.4% ต่อปี

รายงานจาก Global Market Insights ระบุว่าตลาดผลิตภัณฑ์เครื่องหอมทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 84.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 88.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2026 พร้อมอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีราว 5.4% ต่อเนื่องในระยะยาว โดยเฉพาะตลาดเอเชีย-แปซิฟิกซึ่งเป็นภูมิภาคที่เติบโตเร็วที่สุด

พัฒนพงศ์กล่าวทิ้งท้ายว่า คนทั่วโลกให้ความสำคัญกับเรื่องของอารมณ์ การฮีลใจตัวเอง การส่งต่อความสุขให้กับตัวเอง มากขึ้นในปัจจุบัน และตลาดน้ำหอมในไทยและเอเชียมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้เล่นที่เป็น Niche Brand ที่มี Character น่าสนใจ

ในภาวะที่เศรษฐกิจมีความผันผวน สิ่งที่คนโหยหามากที่สุดคือความสุขและสุขภาพที่ดี ซึ่งดิวานายืนหยัดตรงนี้มาตลอด 25 ปี และปีนี้จะเป็นปีที่เราพิสูจน์ให้เห็นว่าแบรนด์ไทยสามารถไประดับโลกได้อย่างภาคภูมิใจ ดิวานาเป็นแบรนด์น้ำหอมไทยที่ใช้กลิ่นเป็นสื่อกลางแห่งความหมาย สุขภาวะ และความยืนยาวในระดับสากล

ในโอกาสนี้ ดิวานาเปิดตัวนวัตกรรม Room Diffuser – Absolute Edition ที่หอมนานถึง 8,888 ชั่วโมง (ประมาณ 367 วัน) โดยใช้เทคนิค Oil-based ปราศจากแอลกอฮอล์ ปลอดภัย และเป็นอาหารผิว กระจายกลิ่นได้ในพื้นที่ 40-60 ตารางเมตร ราคาเริ่มต้น 2,288 บาท คิดเป็นเพียงชั่วโมงละ 1 บาท พร้อมการันตีว่าหากกลิ่นจางก่อนระยะเวลาที่กำหนด แบรนด์ยินดีเติมกลิ่นให้ใหม่

ล่าสุดแบรนด์เปิดตัว Chinese New Year Exclusive Gift Set ‘Ashva of Wealth’ Limited Edition ราคา 8,888 บาท ภายใต้แนวคิดม้ามั่งมี สัญลักษณ์แห่งพลังชีวิต ความมั่งคั่ง และความยืนยาว บรรจุ Room Diffuser กลิ่น Sunrise และ Snowdrop ที่ให้ความหอมยาวนาน 8,888 ชั่วโมง เพื่อสื่อถึงเลขมงคลแห่งความมั่งคั่งและพลังไม่สิ้นสุด

ซึ่งนวัตกรรมนี้ตอบโจทย์เทรนด์ Longevity เพราะเป็น Non-alcohol Base เป็น Oil Base ทำให้ปลอดภัย คุ้มค่า และที่สำคัญกลิ่นสามารถช่วยบำบัดและเสริมสร้างสภาวะอารมณ์ตามปรากฏการณ์ที่ดิวานาออกแบบไว้

ปัจจุบันดิวานามีสาขาสปาและคลินิก 12 แห่ง และจุดจำหน่ายสินค้า 20 แห่ง รวมทั้งหมดกว่า 30 แห่งทั่วประเทศไทย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Divana ธุรกิจสปา เครื่องหอม