ธุรกิจเพื่อสังคม “LIFEiS” สร้างเมล็ดพันธุ์แห่งการแบ่งปัน
เพราะต้องการฟื้นฟูสังคมแห่งการเกื้อกูลกัน (ecosystem of co-fulfillment) ให้เกิดขึ้นจริง และสามารถส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นได้ จึงทำให้ “บริษัท ไลฟ์อีส กรุ๊ป จำกัด (LIFEiS)” ธุรกิจเพื่อสังคม (social business) ก่อตั้งขึ้น เพื่อสร้างสรรค์กิจกรรมที่ช่วยเติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไปให้แก่คนในแต่ละช่วงอายุ ปลูกจิตสำนึกแห่งการพึ่งพาอาศัยกัน รวมถึงสร้างความหวังและความเชื่อในสังคมแห่งการเกื้อกูล ซึ่งถ้าทุกคนมองเห็นคุณค่าจากสิ่งเหล่านี้แล้วก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม จนเกิดผลกระทบในวงกว้างทั้งระบบได้อีกทั้งถือเป็นหน้าที่ของทุกคนที่ต้องเริ่มลงมือปลูกเมล็ดพันธุ์ตั้งแต่วันนี้ เพื่อทำให้เมล็ดพันธุ์เหล่านั้นเติบโตขึ้น จนกลายเป็นวัฒนธรรมแห่งการแบ่งปันในที่สุด
“ชีวิน โกสิยพงษ์” หรือรู้จักกันในนาม “บอย โกสิยพงษ์”ผู้ก่อตั้งบริษัท ไลฟ์อีส กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า LIFEiS เกิดจากการที่ตัวผมเห็นคนไทยทะเลาะเบาะแว้งกัน มีการด่าทอกันอย่างรุนแรง และใช้คำหยาบหลายรูปแบบ โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดียที่เห็นภาพได้อย่างชัดเจน
“ผมเข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ หรือปัจจุบันนี้คือผลผลิตของเมื่อวานที่เราร่วมปลูกกันตลอด 20-30 ปีก่อน และตามทฤษฎีของการเกษตรที่ว่า เมื่อปลูกอะไรจะได้แบบนั้นโดยเฉพาะสิ่งที่เราโดนปลูก หรือปลูกด้วยตัวเอง จึงออกดอกออกผลอย่างมากมายมหาศาล และยิ่งมีอินเทอร์เน็ต หรือมีโซเชียลมีเดียเข้ามาช่วย ทำให้ความเกลียดชัง ความอิจฉาริษยา ความรุนแรงในด้านต่าง ๆ เกิดขึ้นทั่วโลก”
ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องปลูกความรัก ความรู้ ความเกื้อกูล ความเมตตาให้กับสังคมไทย ซึ่งเป็นที่มาของการเปิด LIFEiS ที่เป็นการรวมตัวกันของบุคลากรทุกสาขาอาชีพ ต่างมุมมอง โดยมีเป้าหมายเดียวกันคือ อยากปลูกอะไรที่มีประโยชน์ให้กับสังคมไทย และเชื่อว่าถ้ามีคนเริ่มและทำได้สำเร็จ ก็จะมีคนทำตามต่อ
“ผมเคยได้ยินคำพูดหนึ่งที่ว่าความมืดไม่ได้มีอยู่จริง แต่เป็นเพราะความสว่างมันอยู่ห่างไกล เช่นเดียวกับความชั่ว ความเลว ความเกลียดชัง ก็ไม่ควรมีอยู่จริง แต่อาจจะเป็นเพราะความดี ความเมตตา อยู่ห่างไกล ซึ่งจริง ๆ แล้วโลกมันสวย เพียงแต่หลายคนอาจจะเจอกับด้านมืดเลยคิดว่าโลกมันเป็นแบบนั้น ฉะนั้น เราจึงไม่ลังเลที่จะสร้างและลงมือทำไลฟ์อีสในวันนี้ เพื่อที่เราจะได้สังคมแห่งการเกื้อกูลในอนาคต”
การที่จะทำให้สังคมไทยเกิดความเกื้อกูลกัน และคงอยู่ยั่งยืนได้ “บอย” บอกว่า เราต้องทำให้มันเป็นไลฟ์สไตล์ เป็นส่วนหนึ่งของการดำรงชีวิต ด้วยการให้ Life Supplement ที่เป็นวิตามินบำรุงชีวิต เพื่อปลูกฝังความคิดที่ทำให้เห็นว่าโลกสวยงามได้เมื่อพวกเราช่วยกัน และถ้าทุกคนได้รับสิ่งที่ดีเหล่านั้น มีความแข็งแรงแล้ว จะทำให้พร้อมที่จะเกื้อกูลกันและกัน ซึ่งถือเป็นการผลิดอกออกผลที่เราร่วมกันปลูกมาตั้งแต่แรก
“สิ่งที่ LIFEiS จะปลูกสิ่งดี ๆ เข้าไปในชีวิตของผู้คนทุกคน เพื่อให้คนทุกคนพร้อมที่จะไปเกื้อกูลผู้อื่นได้นั้น แบ่งออกเป็น 3 คอนเซ็ปต์หลัก คือ Life Stage, Life Supplement และ Lifestyle โดย Life Stage จะเป็นการจัดกิจกรรมให้สอดรับกับทุกช่วงวัยในชีวิต เพราะคนแต่ละช่วงวัยมีความต้องการ การเติบโต และมีความกดดันที่แตกต่างกัน เราจึงออกแบบโปรแกรมที่เหมาะสมกับกลุ่มคนตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงผู้สูงวัย”
หลังจากนั้นจะเป็นการเติมวิตามินบำรุงจิตใจ (Life Supplement) ซึ่งแต่ละกิจกรรมจะถูกออกแบบให้สามารถเติมเต็มความต้องการของคนแต่ละช่วงวัยผ่านผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้น ๆ สุดท้ายจะเป็น Lifestyle ซึ่งแต่ละอีเวนต์จะมีศิลปินที่เป็นตัวแทนของคนแต่ละช่วงวัย เป็นสื่อกลางในการสื่อสารข้อมูล พร้อมกับการสร้างความบันเทิง เพราะเราเชื่อว่าสิ่งนี้สามารถเข้าถึงกลุ่มคนได้ดีกว่าการบอกเล่าธรรมดา
“โดยสรุปแล้ว สิ่งที่เราทำคือเน้นการสร้างคน ด้วยการเติม Life Supplement ที่เป็นวิตามินบำรุงจิตใจ เพื่อให้คนมีความสุข เติมเต็มความต้องการให้กับชีวิต และนำไปสู่การอยู่เพื่อเกื้อกูลผู้อื่นได้ในที่สุด และการที่จะทำให้เกิดเป็นธุรกิจยั่งยืนนั้น เราจะต้องทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ ทำบนหลักข้อเท็จจริง มีสัจจะ ไม่ว่าจะเป็นสัจจะของการให้ สัจจะเพื่อการรับและเพื่อให้ ซึ่งถ้าทำได้มันจะขยายออกไปจาก 10 กลายเป็น 100 และจาก 100 อาจกลายเป็น 100,000 หมุนเวียนกันไปอย่างต่อเนื่อง”
“นภ พรชำนิ” ซีอีโอ บริษัท ไลฟ์อีส กรุ๊ป จำกัด กล่าวเสริมว่า โมเดลธุรกิจของ LIFEiS ที่แบ่งเป็น 3 คอนเซ็ปต์หลักนั้น ในช่วงแรกจะเป็นกิจกรรมที่ทำให้ทุกคนเห็นว่าความหวังที่จะทำให้สังคมกลับมาดีอีกครั้งมีอยู่จริง เพราะการทำธุรกิจของเราจะแตกต่างจากคนอื่น ๆ ที่เขาเริ่มต้นที่ปลายทาง แต่ LIFEis เริ่มต้นที่ต้นทาง โดยเอากลุ่มคนมาทำความดีร่วมกัน แล้วมีบริษัทเป็นตัวเชื่อมให้พวกเขาได้เห็นแสงสว่างร่วมกัน
“แม้ว่าที่ผ่านมาเราทำงานที่เกี่ยวข้องกับเอ็นเตอร์เทนเมนต์ ซึ่งทุกคนรู้จักเรา ฟังเพลงเรา มาชมคอนเสิร์ตเรา แต่ก็จบที่ตรงนั้น เราจึงอยากเอาความหวังดี ความปรารถนาดีที่ทุก ๆ คนมีต่อเรา มาทำให้เป็นระบบ โดย LIFEiS เป็นตัวกลางในการนำเอาสิ่งดี ๆ แนวความคิดดี ๆ ไปเป็นจุดตั้งต้นให้ทุกคนได้เริ่ม ทำให้เขาเห็นว่าทำได้จริง โดยอาจจะไม่ต้องใช้เงิน”
แล้วการที่จะทำให้สำเร็จ “นภ” บอกว่า อยู่ที่การจัดกิจกรรมต่าง ๆ ของ LIFEiS ในแต่ละ stage ที่เน้นexperiential event เพื่อเปลี่ยนชีวิต เปลี่ยนมุมมอง เปลี่ยนวิธีการมอง เพื่อให้ผู้คนรับรู้ว่าตัวเองมีศักยภาพ อย่างกิจกรรม Staying in Love ที่จะเกิดขึ้นในเดือน ส.ค.นี้ เกิดจากการเห็นว่าประเทศไทยมีคนแต่งงานปีหนึ่งราว 200,000 กว่าคู่ ซึ่งจะเอาอีเวนต์เหล่านี้ขยายไปตามเมืองต่าง ๆ เพื่อสร้างเสริมความสัมพันธ์ของคู่รักให้แข็งแรงขึ้น

“กิจกรรมนี้เราได้ คุณไลฟ์ วาระ มีชูธน มาพูดเรื่องชีวิตและความรัก ซึ่งเขาได้เรียนมาทางด้านการให้คำปรึกษาเรื่องการใช้ชีวิตคู่โดยเฉพาะ และพี่บอยจะพูดถึงประสบการณ์จริงของชีวิตการแต่งงาน ซึ่งจะมีการเสิร์ฟเพลงรักด้วย เพราะความรักเหมือนกับการเติมน้ำมันรถ ถ้าเราเติมน้ำมันผิด รถก็อาจพังได้ ฉะนั้น เราจึงอยากเชิญคู่รักทั้งที่แต่งงานแล้ว หรือกำลังจะแต่งงานมาร่วมฟัง เพื่อให้ได้เข้าใจคู่รักของตัวเองให้มากขึ้น”
ขณะที่กลุ่มเด็กอายุ 0-5 ปีได้ “เพลิน พรชำนิ” ซึ่งศึกษาด้านเด็กโดยเฉพาะ มาเป็นผู้ออกแบบกิจกรรมที่เหมาะสำหรับเด็ก โดยนำเสนอผ่านรายการทีวีสำหรับเด็ก เพื่อให้พ่อแม่ที่ดูรายการนำกิจกรรมเหล่านั้นไปพัฒนาลูก และจะมีการจัดกิจกรรมที่ให้พ่อแม่และเด็กได้มาทำกิจกรรมร่วมกัน
สำหรับเด็กในช่วงประถม 1-6 จะมี “โต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร” มาฝึกฝนสมาธิผ่านดนตรี หรือช่วงมัธยมศึกษา หรืออาชีวศึกษาจะมี “อุ๋ย บุดด้าเบลส” มาพูดถึงประสบการณ์ในชีวิตวัยรุ่นที่ผ่านมา ส่วนในระดับมหาวิทยาลัยจะมี “หนุ่ย-พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์” มาชวนน้อง ๆ ค้นหาตัวเอง และกลุ่มผู้สูงวัยจะมี “ต้อย-เศรษฐา ศิระฉายา” และ “ปุ๊-อัญชลี จงคดีกิจ” มาสอนการวางแผนชีวิตวัยเกษียณ เป็นต้น
“เราเชื่อที่ทุกคนในสังคมล้วนมีความเกื้อกูลกันอยู่เป็นทุนเดิม มีความช่วยเหลือ อุปถัมภ์ โยงใยเป็นเครือข่ายที่มองไม่เห็นกระจายอยู่ในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ และความช่วยเหลือเหล่านั้นเป็นการช่วยเหลือแบบไม่หวังผล ซึ่งถ้าเราสามารถเปลี่ยนให้เป็นระบบได้ ผมคิดว่าจะเกิดประโยชน์ต่อสังคมในระยะยาวเป็นอย่างมาก”
อันสอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของ LIFEiS ที่ว่า To restore ecosystem of co-fulfillment by providing LIFE Supplement to as many people as possible through LIFEiS impact model