เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
Columns เมื่อความเชื่อใจ แพงกว่าเทคโนโลยี
“นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
Biz Movement “นก นิรมล” ภูมิใจ “ทุ่งแสงตะวัน” รับรางวัลโทรทัศน์ทองคำ
รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
Economic รัฐบาล แจงรื้อสัญญาซื้อไฟเอกชน มุ่งลดภาระ ปชช.-ไม่กระทบลงทุน
ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
Politics ปชป.ชง ‘Southern Connect’ เชื่อมโครงสร้างพื้นฐานใต้ ดีกว่า ‘แลน​ด์บริดจ์’
กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
Real Estate กทม. แจง ”ดาต้าเซ็นเตอร์“ โผล่กลางกรุง ก่อสร้างตามกฎหมาย ประสาน”กฟน.-กปน.“ ตรวจสอบระบบจ่ายไฟฟ้า-น้ำประปา
ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
SD ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์สร้างพื้นที่ปลอดภัยทางอาหาร
ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
Automotive ใครจะเป็นเจ้าสนาม 10 เซียนประจัญบาน วันนี้รู้กัน
“ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
Real Estate “ชัชชาติ” พลิกหลุมฝังกลบ “โรงขยะอ่อนนุช” สู่ผืนป่า 580 ไร่ เร่งแก้ปัญหากลิ่น พัฒนาเป็นเส้นทางวิ่งเทรล
แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
Finance แม่ทัพ ThaiBMA ชูภารกิจ ยกระดับคุ้มครอง ‘ผู้ถือหุ้นกู้’ ผลักดันอุดช่องโหว่ พ.ร.บ.ล้มละลาย
ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
Finance ลุ้นหุ้นแบงก์ปันผลครึ่งปี ‘Pi’ ชี้ผลงานไม่แย่กำไร 1.2 แสนล้าน
ดูทั้งหมด

เงินบาทกลับมาอ่อนค่าเล็กน้อย จับตาประเด็นการค้าสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้า

13 ส.ค. 2561 | 16:08น.
ค่าเงินบาท ธุรกิจแลกเงิน

“เงินบาทกลับมาอ่อนค่าเล็กน้อยปลายสัปดาห์ ขณะที่ ดัชนีตลาดหุ้นไทยกลับมาปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากสัปดาห์ก่อน”

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยสรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทกลับมาอ่อนค่าเล็กน้อยปลายสัปดาห์ เงินบาททยอยแข็งค่าขึ้นในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ สอดคล้องกับสถานะกลับมาซื้อสุทธิหุ้นไทยของนักลงทุนต่างชาติ และการฟื้นตัวขึ้นของเงินหยวนระหว่างสัปดาห์ หลังสัญญาณจากธนาคารกลางจีน สะท้อนว่ายังมีการติดตามดูแลเสถียรภาพของเงินหยวนอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ แรงกดดันต่อค่าเงินดอลลาร์ฯ หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับลดลง ก็เป็นปัจจัยหนุนของเงินบาทด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ดี เงินบาทลดช่วงบวก และกลับมาอ่อนค่าลงบางส่วนในช่วงปลายสัปดาห์ ขณะที่ ความกังวลเกี่ยวกับประเด็นทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้า หนุนเงินดอลลาร์ฯ ให้แข็งค่าขึ้นในฐานะสกุลเงินปลอดภัย

ในวันศุกร์ (10 ส.ค.) เงินบาทอยู่ที่ระดับ 33.24 เทียบกับระดับ 33.34 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (3 ส.ค.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (14-17 ส.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 33.10-33.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยจุดสนใจของตลาดน่าจะอยู่ที่ประเด็นทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้า ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญในระหว่างสัปดาห์ ได้แก่ ยอดค้าปลีก ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ดัชนีราคานำเข้า/ส่งออก ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน และการขออนุญาตก่อสร้างเดือนก.ค. รวมถึงผลสำรวจกิจกรรมการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์กและเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (เบื้องต้น) เดือนส.ค. นอกจากนี้ ตลาดอาจมีจุดสนใจเพิ่มเติมที่เครื่องชี้เศรษฐกิจเดือนก.ค. ของจีน และข้อมูลจีดีพีไตรมาส 2/2561 ของยูโรโซนด้วยเช่นกัน

ส่วนความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย ดัชนีตลาดหุ้นไทยกลับมาปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากสัปดาห์ก่อน โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับที่ 1,705.96 จุด ซึ่งลดลง 0.36% จากสัปดาห์ก่อน ขณะที่ มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันปรับลดลง 5.40% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 51,786.83 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ mai ปิดที่ 437.42 จุด ลดลง 1.61% จากสัปดาห์ก่อน

ดัชนีตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันในช่วงสั้นๆ ต้นสัปดาห์ตามแรงขายในหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี ก่อนจะกลับมาฟื้นตัวขึ้นในช่วงระหว่างสัปดาห์ หลังหุ้นกลุ่มพลังงานกลับมาได้รับอานิสงส์ตามราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ประกอบกับมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากหุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มสื่อสาร อย่างไรก็ดี ดัชนีหุ้นไทยลดช่วงบวกทั้งหมดลงอีกครั้งในช่วงปลายสัปดาห์ ตามการปรับตัวลงของทิศทางตลาดต่างประเทศ และราคาน้ำมันโลก ประกอบกับผลประกอบการของกลุ่มค้าปลีกที่ประกาศออกมาต่ำกว่าคาด

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (14-17 ส.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,695 และ 1,685 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,715 และ 1,725 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ ทิศทางการเคลื่อนย้ายของเงินทุนระหว่างประเทศ ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อื่นๆ ได้แก่ ผลผลิตอุตสาหกรรม ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้านเดือนก.ค. และผลสำรวจภาคการผลิตของเฟดฟิลาเดลเฟียเดือนส.ค. ขณะที่ ปัจจัยต่างประเทศที่สำคัญอื่นๆ ได้แก่ รายงานจีดีพีไตรมาส 2/2561 เบื้องต้นของยูโรโซน ตลอดจนดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมของจีน และดุลการค้าของญี่ปุ่นเดือนก.ค.