ลดค่าโอน-จดจำนองช่วยคนจนมีบ้าน
บทบรรณาธิการ
มาตรการลดหย่อนค่าจดทะเบียนนิติกรรมอสังหาริมทรัพย์บ้านและคอนโดมิเนียมจะถูกนำมาใช้อีกครั้ง หลังที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รับทราบข้อเสนอคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ เป็นประธาน ให้รัฐบาลลดค่าโอนบ้านและคอนโดฯแบ่งเบาภาระผู้ซื้อบ้านที่มีรายได้น้อย
โดยที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษารายละเอียดมาตรการดังกล่าว จากนั้นให้เสนอคณะกรรมการนโยบายที่อยู่อาศัยแห่งชาติ ที่มี พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกฯ เป็นประธาน ก่อนบรรจุเข้าวาระการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาอนุมัติสาระสำคัญของมาตรการลดค่าจดทะเบียนนิติกรรมอสังหาฯรอบใหม่ จะลดค่าโอนบ้านและคอนโดฯให้ผู้ซื้อที่อยู่อาศัยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย กรณีซื้อบ้านและคอนโดฯระดับราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อยูนิต
โดยจะลดการจัดเก็บค่าธรรมเนียมจากอัตราปกติร้อยละ 2.00 ลงเหลือร้อยละ 0.01 พร้อมหยิบยกเรื่องการจัดเก็บค่าธรรมเนียมการจดจำนองอสังหาฯขึ้นพิจารณาควบคู่กับการลดค่าโอน โดยจะเสนอให้รัฐบาลออกมาตรการลดหย่อนหรือยกเว้นการจัดเก็บค่าธรรมเนียมจดจำนองบ้านและคอนโดฯระดับราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อยูนิต จากปกติจัดเก็บอัตราร้อยละ 1 อีกรายการหนึ่งด้วยเพื่อลดภาระในการซื้อที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย โดยยอมสูญเสียรายได้บางส่วนที่ต้องจัดส่งเป็นรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และรายได้เข้ากระทรวงการคลัง
ขณะเดียวกัน คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย จะเสนอให้รัฐบาลพิจารณากำหนดให้มาตรการลดหย่อนการจัดเก็บค่าธรรมเนียม และค่าจดจำนองบ้านและคอนโดฯระดับราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาทต่อยูนิต เป็นมาตรการบังคับใช้แบบถาวร ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย คนจนให้มีบ้านเพื่อสร้างหลักประกันในการดำรงชีวิต
ทั้งยังจะส่งผลด้านบวกกระตุ้นเศรษฐกิจ และธุรกิจอสังหาฯ สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการสนับสนุนให้ผู้มีรายได้น้อย คนจนซื้อที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยอาจซื้อบ้านหรือคอนโดฯในโครงการที่หน่วยงานรัฐจัดสร้างขึ้น หรือโครงการที่พัฒนาโดยผู้ประกอบการภาคเอกชน
ทั้งหมดนี้หากทำได้และให้มาตรการที่จะบังคับใช้เอื้อประโยชน์ผู้มีรายได้น้อย คนจนอย่างแท้จริง แม้รัฐจะสูญเสียรายได้ไปบ้าง แต่จะช่วยแก้ปัญหาสังคม ลดความเหลื่อมล้ำ ผลลัพธ์ที่จะตามมาจึงน่าจะคุ้มค่า