เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
Columns ต่ออายุข้าราชการ เชื่อมอายุรัฐบาล
คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
Columns คุยกับเศรษฐา : แก้วิกฤตข้อมูลน้ำได้ ก็แก้ปัญหาน้ำได้
แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
Finance แบงก์ชี้มิจฉาชีพพุ่งเป้านักศึกษามากขึ้น เตือนกลโกงรูปแบบใหม่
ประคับประคองเศรษฐกิจ
Columns ประคับประคองเศรษฐกิจ
COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
Finance COM7-SPVI-CPW-ADVANC-TRUE รับอานิสงส์ iPhone 18 จับตาแรงซื้อรอบเปลี่ยนเครื่อง
ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (12 ก.ย. 69) ดีดขึ้น 200 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 69,050 บาท
ททท.คาดเทศกาลวันหยุด Golden Week ปีนี้จีนเที่ยวไทย 2.5 แสนคน สร้างรายได้กว่า 1.1 หมื่นล้าน
Economic ททท.คาดเทศกาลวันหยุด Golden Week ปีนี้จีนเที่ยวไทย 2.5 แสนคน สร้างรายได้กว่า 1.1 หมื่นล้าน
รัฐบาลเร่งเข้า OECD เป้าปี 2571 ยกเครื่องเศรษฐกิจ–ราชการ–การศึกษา เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันไทย
Politics รัฐบาลเร่งเข้า OECD เป้าปี 2571 ยกเครื่องเศรษฐกิจ–ราชการ–การศึกษา เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันไทย
เอกชนหนุนแผนสมดุล PDP 2026 ไฟฟ้าสีเขียว 73%-ส่ง “เอกนัฏ” เคาะ
Economic เอกชนหนุนแผนสมดุล PDP 2026 ไฟฟ้าสีเขียว 73%-ส่ง “เอกนัฏ” เคาะ
อนุทิน ฝ่าวงล้อม 2 ม็อบ กู้วิกฤตขาลง รัฐบาล 5 เดือน
Politics อนุทิน ฝ่าวงล้อม 2 ม็อบ กู้วิกฤตขาลง รัฐบาล 5 เดือน
ดูทั้งหมด

นินนาท ไชยธีรภิญโญ “วินาทีนี้เหมาะสมที่สุด ต้องไฮบริด”

11 ก.ย. 2561 | 19:21น.
พูดถึงค่ายรถยนต์ตอนนี้ “โตโยต้า” น่าจะเป็นแบรนด์ที่มีความชัดเจนและเป็นรูปธรรมมากที่สุดสำหรับการพัฒนารถยนต์ จากที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงล้วน ๆ ไปสู่พลังงานทางเลือกโดยใช้การขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า

แพ็กเกจที่ได้รับส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมส่งเสริมการลงทุนมูลค่าสูงถึง 20,000 ล้านบาททำให้โตโยต้าดู “เอาต์สแตนดิ้ง”

มากกว่าทุกแบรนด์ วันก่อน “ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสอัพเดตความคืบหน้าการลงทุนจาก “นินนาท ไชยธีรภิญโญ” ประธานคณะกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด โดยระบุชัดเจนว่า 2 หมื่นล้านนั้น เป็นการลงทุนเฉพาะไฮบริดเท่านั้น ซึ่งเร็ว ๆ นี้จะได้เห็นความคืบหน้าของโรงงานผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฮบริด, โรงงานกำจัดซากรถยนต์และแบตเตอรี่อย่างเป็นรูปธรรม ส่วนรถยนต์ไฟฟ้าหรืออีวีจะมีการยื่นขอส่งเสริมจากบีโอไอภายในปีนี้อีกที เพื่อเดินไปสู่เป้าหมายระดับโลกของโตโยต้าที่กำหนด ภายในปี 2030 รถโตโยต้าทุกรุ่นทุกคันจะต้องเป็น electrified vehicle

Q : ความคืบหน้าของโรงงานแบตเตอรี่

ตอนนี้อยู่ระหว่างเตรียมการ ซึ่งทุกอย่างยังคงเป็นไปตามกำหนดตามที่ยื่นขอบีโอไอว่าภายในระยะเวลา 2 ปี แบ่งเป็น 2 สเต็ป คือ ช่วงแรกนำเข้าชิ้นส่วนหรือเซลล์มาประกอบเป็นแบตเตอรี่ จากนั้นจะค่อยเพิ่มสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนในประเทศให้เพิ่มขึ้นตามลำดับขั้นตอน

วันนี้รถไฮบริดที่โตโยต้ายื่นรับการส่งเสริม รุ่นแรกคลอดออกมาแล้ว ได้แก่ โตโยต้า ซี-เอชอาร์ กำลังได้รับความนิยม ลูกค้าให้ความเชื่อมั่นในเรื่องเทคโนโลยี เห็นได้จากยอดขายเป็นรุ่นไฮบริดถึง 70% จากเดิมก่อนหน้านี้กลุ่มรถไฮบริดของโตโยต้าจะขายได้เพียง 10% เท่านั้น ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายที่ดี

อนาคตเมื่อการผลิตรถยนต์ไฮบริดได้อีโคโนมีออฟสเกล จะทำให้โตโยต้าสามารถเพิ่มการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศได้เพิ่มมากขึ้นตามลำดับ วันนี้จะเห็นได้ว่า เทรนด์ของรถยนต์

ไฮบริดในระดับโลกนั้น มีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2040 จะมีสัดส่วนการใช้รถยนต์ที่เป็น electrified vehicle ประมาณ 35% ของยอดขายรถยนต์ทั่วโลก ซึ่งรวมถึงรถยนต์ไฮบริด, ปลั๊ก-อินไฮบริด, อีวี และฟิวเซลล์ และในจำนวน 35% นี้

โดยส่วนตัวแล้วคิดว่า 70% จะเป็นรถยนต์ไฮบริด เนื่องจากวันนี้ค่ายรถยนต์ต่างมุ่งไปที่รถยนต์ไฮบริดเนื่องจากเป็นรถยนต์ที่ไม่ต้องพึ่งพาระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ รองรับ เช่น สถานีชาร์จแบตเตอรี่ ตัวอย่างคือ เมื่อแบตเตอรี่หมด รถยนต์ไฮบริดยังสามารถใช้เครื่องยนต์ให้วิ่งต่อไปได้ และสเต็ปต่อไปคือ ค่ายรถยนต์ต่าง ๆ ก็จะมุ่งไปที่กลุ่มปลั๊ก-อินไฮบริด

ส่วนจะเร็วหรือช้านั้นต้องขึ้นอยู่กับการวิจัยและพัฒนาตัวแบตเตอรี่ ให้มีราคาถูก, น้ำหนักเบา, สามารถชาร์จไฟได้มาก และวิ่งได้ในระยะทางที่ยาวขึ้น ทั้งนี้หากค่ายรถยนต์รายใดสามารถพัฒนาปัจจัยทั้ง 4 ตัวข้างต้นนี้ได้ ก็จะช่วยให้รถยนต์ปลั๊ก-อินไฮบริด และรถยนต์อีวีมาได้เร็วขึ้น

Q : โรงงานแบตเตอรี่ไฮบริดที่ขอส่งเสริมฯ รองรับได้ถึงกลุ่มรถยนต์อีวีหรือไม่

ใช่รองรับได้หมด เพราะแบตเตอรี่พวกนี้สามารถปรับรูปแบบได้โดยทันทีไม่ยาก ภายใต้งบประมาณที่ขอส่งเสริมการลงทุนไป 20,000 ล้านบาทนั้น เป็นการขอรับการส่งเสริม เฉพาะรถยนต์ไฮบริดเท่านั้น ไม่รวมรถยนต์อีวี สำหรับรถยนต์อีวี มีแค่แบตเตอรี่ลูกเดียว ซึ่งในส่วนของโรงงานแบตเตอรี่นั้นสามารถพัฒนาให้ใช้ด้วยกันได้

Q : ภายในสิ้นปีนี้จะต้องขอส่งเสริมฯ สำหรับกลุ่มรถอีวีอีกครั้ง

ถูกต้อง โตโยต้ากำลังอยู่ระหว่างการศึกษาความพร้อม เพื่อพิจารณาขอยื่นรับการส่งเสริมการลงทุนกลุ่มรถยนต์ปลั๊ก-อินไฮบริดและรถยนต์อีวี ภายในวันที่ 31 ธ.ค.นี้

Q : จากนี้รถโตโยต้าจะเน้นไฮบริดทุกรุ่น

เรามีประกาศในนโยบายโกลบอลของโตโยต้าว่าภายในปี 2030 รถยนต์โตโยต้าจะต้องเป็น electrified vehicle ทุกรุ่น การทำงานก็ต้องมุ่งไปตามโกลบอลโพลิซี่

Q : โอกาสคนไทยจะได้ใช้ “อีโคคาร์อีวี”

ขึ้นอยู่กับกลยุทธ์ของแต่ละบริษัทที่จะต้องชั่งใจ ว่าทำอีโคคาร์ได้รับแรงจูงใจแบบนี้ ถ้าเป็นไฮบริดจะได้รับการส่งเสริมแบบนี้ แล้วถ้าไปถึงรถยนต์อีวีจะได้รับแรงจูงใจอีกแบบหรือไม่ ค่ายรถยนต์จะต้องชั่งใจ ว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือ ลูกค้าสามารถรับราคารถยนต์นั้น ๆ ได้หรือไม่?

โดยเทคโนโลยีไม่ยากที่จะพัฒนารถยนต์อีโคคาร์ให้เป็นรถยนต์อีโคคาร์อีวี เพียงแต่ว่าเราต้องสร้างความสมดุลในส่วนของความต้องการของลูกค้าว่า ต้องการด้านใดไม่ว่าจะเป็นด้านสิ่งแวดล้อมหรือกำลังในการขับเคลื่อน ฯลฯ ส่วนใหญ่ “ราคา” จะเป็นตัวตัดสิน

และอีกปัจจัยที่มีผลคือ “ราคาขายต่อ” ของตัวรถ รถกลุ่มนี้ถ้ายังไม่สามารถพัฒนาแบตเตอรี่ให้มีนวัตกรรมใหม่ ๆ แล้วราคายังแพง ระยะเวลาใช้งานสั้น จะทำให้ราคาขายต่อตกมาก บางครั้งใช้งานไปแล้วแค่ 2 ปี ราคาตกลงไปเหลือแค่ 30-40% เท่านั้น ผู้บริโภคก็รับไม่ไหวเช่นกัน

Q : ภายในปี 2020 โตโยต้าจะผลิตแบตเตอรี่ตัวใหม่บ้านเราได้หรือไม่

นั่นเป็นเรื่องของบริษัทแม่ ถ้าเมื่อใดที่บริษัทแม่เรามี ส่วนของประเทศไทยเราก็มีได้ไม่ยากแต่วินาทีนี้เหมาะที่สุดคือ “ไฮบริด”